4/22/2561

เลือกข้างเพราะความกลัว


เหตุการณ์ความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนใต้ไม่มีทีท่าว่าจะสงบ แม้เวลาจะล่วงเลยมา 14 ปีแล้วก็ตาม ถึงแม้เหตุการณ์ความรุนแรงจะลดลงตามสถิติ แต่กลุ่มขบวนการฆ่าประชาชน ก็ยังจะฉกฉวยโอกาสในการสร้างความสูญเสียให้กับพี่น้องประชาชนเมื่อสบโอกาส  การแย่งชิงมวลชนเป็นวีธีการหลักของทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ว่าฝ่ายเจ้าหน้าที่ หรือ ฝ่ายขบวนการ ทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็ต้องการมวลชนเพราะเป็นปัจจัยหลักในการต่อสู้ ถ้าฝ่ายขบวนการไม่มีมวลชนสนับสนุนก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ได้  และในขณะเดียวกันแต่ถ้าฝ่ายเจ้าหน้าที่ไม่มีมวลชนก็เข้าพื้นที่ทำงานลำบาก  ดังนั้นทั้ง 2 ฝ่ายจึงต้องแข่งขันดึงมวลชนมาเป็นฝ่ายตนเพื่อความได้เปรียบในการต่อสู้ต่ออีกฝ่ายนั่นเอง


        การสร้างมวลชนของฝ่ายตรงข้ามให้เข้าร่วมขบวนการด้วยการการปลูกฝังแนวความคิดแบบผิดๆ บิดเบือนประวัติศาสตร์ สร้างความเกลียดชังเจ้าหน้าที่ บิดเบือนหลักคำสอนของศาสนาอิสลาม ปลุกกระแสความรักชาติปาตานี พร้อมทั้งมีการเล่าเกี่ยวกับประวัติศาสตร์รัฐปัตตานี หลักการญีฮาดของศาสนาอิสลาม เงื่อนไขความไม่เป็นธรรมในสังคมที่ถูกกระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐ และเงื่อนไขความเป็นชาติพันธุ์มลายู อาศัยสถาบันศาสนาอิสลาม แล้วอ้างพระเจ้า หรือ “องค์อัลเลาะห์” มาเรียกร้องความเป็นพวกเดียวกันจากประชาชนในชุมชน และประชาชนทั่วไปที่นับถือศาสนาอิสลามเดียวกัน จนกระทั่งส่งผลให้มีคนหลงผิดเข้าร่วมกระทำพิธีสาบานตน หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “การซุมเปาะ” เป็นสมาชิกขบวนการสมบูรณ์แบบ แต่เบื้องหลังเพื่อเป็นการสาบานบังคับสมาชิกแนวร่วมไม่หันหลังให้กับขบวนการ และแพร่งพรายความลับให้กับเจ้าหน้าที่

        แน่นอนว่าผู้ที่มีความรู้ได้ศึกษาหลักการของศาสนาอิสลามอย่างแท้จริง  ไม่ใช่เป้าหมายของการชักนำให้เข้าร่วมขบวนการ ซึ่งบุคคลกลุ่มนี้ไม่หลงเชื่อคำโกหกหลอกลวงของขบวนการ เพราะรู้จริง จึงกลายเป็นปัญหาของกลุ่มขบวนการเองในการดึงมวลชน  เมื่อไม่ได้ดั่งเช่นฝ่ายตนต้องการ วีธีการคุมมวลชนจึงเกิดขึ้น ได้มีการจัดตั้ง “ทีมงูเต๊ะ” เพื่อดูแลมวลชนในสังกัดไม่ให้คลาดสายตา ใครไม่เห็นด้วยแตกแถว หรือแหลมขึ้นมา จะเริ่มต้นด้วยการ “เขียนเสือให้วัวกลัว” ตามด้วย “เชือดไก่ให้ลิงดู” สุดท้ายก็กำจัดทิ้ง การข่มขู่เข่นฆ่าจึงบังเกิด นำไปสู่ความหวาดกลัวขบวนการจนทำให้มวลชนต้องยอมรับก้มหน้าในชะตากรรม

        ส่งผลให้ความร่วมมือของชาวบ้านต่อเจ้าหน้าที่รัฐมักจะปิดปากเงียบ เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบถามบอกไม่รู้ไม่เห็นทั้งที่เรื่องเกิดขึ้นในบ้านหรือใกล้บ้านตัวเอง อาจจะบอกเสมือนหนึ่งให้ความร่วมมือแต่จะแถไปอีกทางเพื่อบิดเบือนความจริง หลายๆ ครั้งเมื่อสอบถามชาวบ้านต่อเหตุการณ์ มักจะบอกว่าเห็นรถกระบะคนร้ายแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ ทำการกราดยิงและหลบหนีไป ซึ่งในความเป็นจริงกลับสวนทางต่อสิ่งที่เกิด สงสัยทำไมต้องให้การเช่นนั้น เพราะมีการวางแผนไว้เป็นขั้นเป็นตอนไว้แล้ว ที่สำคัญผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นผู้ร้ายตัวจริงอยู่ในพื้นที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลที่เกิดเหตุ ถ้ามึงพูดมึงตาย หลักฐานที่เจ้าหน้าที่ได้นั้นหรือ!! พยานหลักฐานที่คนร้ายทิ้งร่องรอยไว้ในที่เกิดเหตุ มาทำการตรวจพิสูจน์ทราบทางนิติวิทยาศาสตร์ซึ่งต้องใช้เวลา รู้ตัวคนร้ายอีกทีผู้ที่ลงมือก่อเหตุหลบหนีไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านเสียแล้ว ถ้าผลตรงกับ ผกร.ในพื้นที่มีประวัติก็สามารถทำคดีได้เร็ว แต่จับได้ไหมมันคงรอผลพิสูจน์นะ บ้างก็หนีเข้าป่าเพื่อเตรียมก่อเหตุต่อไป บางครั้งก็ไม่มีประวัติคนร้ายอยู่ในสารบบเนื่องจากเป็นแนวร่วมรุ่นใหม่ ก็ได้แค่เพียงจัดทำประวัติรอการก่อเหตุเพื่อเปรียบเทียบติดตามจับกุมตัวต่อไป 


        “ความกลัว”คือสูตรสำเร็จในการควบคุมมวลชนในพื้นที่ จชต. หากคนใดไม่ให้ความร่วมมือกับขบวนการแต่อย่าเป็นปากเป็นเสียงให้กับรัฐ ถ้าให้ความร่วมมือขบวนการก็รอดตัวไป เจ้าหน้าที่ถามต้องบอกไม่รู้ไม่เห็นถ้าหลุดปากเมื่อไหร่ความตายมาเยือนทันที หรือไม่ก็ถูกฆ่าล้างครัวเพื่อรูดซิปปากชาวบ้าน ใครก็ตามที่ไม่เอาความรุนแรงจะถูกบังคับด้วยปืนในมือ ผกร. ให้ร่วมสนับสนุนความรุนแรง ใครเป็นแกะดำจะถูกเพ็งเล็งทันที เพื่อความอยู่รอดจะต้องเป็นแกะขบวนการเท่านั้น อีกนัยหนึ่งเป็นการบีบบังคับให้เลือกข้างเพื่อความอยู่รอด จะอยู่ข้างรัฐไทยหรือข้างเดียวกับขบวนการ ถึงแม้ฝ่ายรัฐจะทำดีแค่ไหนเขาก็ไม่สนใจ เพราะเขาได้เลือกข้างแล้ว ยกตัวอย่างการเมืองกรณีเสื้อแดงและเสี้อเหลือง ต่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายทำดีต่อกันหันหน้าเข้าหากันจริงๆ แต่สุดท้ายถ้าให้เลือกข้างจริงๆ เขาก็เลือกข้างตนเองเพราะได้ประโยชน์ที่เขาเคยได้รับมาก่อน  หรือแม้แต่ถุงพระราชทานที่มอบให้คนยากไร้ในพื้นที่มันยังเอาไปให้ ผกร. รวมถึงกรณีโรงเรียนบางกงพิทยาที่โกงเงินรัฐมาให้โจรใต้ก่อเหตุป่วนเมือง



        แม้ในปัจจุบันจะมีพี่น้องประชาชนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐมากกว่าในอดีต 
แต่พฤติกรรมความสุดโต่งของกลุ่มขบวนการที่มอบความกลัวให้กับชาวบ้านก็ยังคงกระทำอยู่เหมือนดังเช่นการเข่นฆ่าพี่น้องประชาชนรายวัน ดังนั้นถ้าพี่น้องประชาชนเลือกข้างเพราะถูกบังคับให้กลัว ก็จะกลัวกลุ่มขบวนการชั่วร้ายต่อไปไม่มีสิ้นสุด จะกลายเป็นทาสสมุนผลประโยชน์ของกลุ่มขบวนการ  เลิกขี้ขลาดตาขาวลุกขึ้นมาต่อสู้กับความกลัว การกดขี่ ข่มขู่ฆ่าของ ผกร. มิเช่นนั้นความสงบสุขไม่มีวันบังเกิดตราบใดที่ยังกลัว อนาคตลูกหลานจะเป็นเช่นไร? ลุกขึ้นมาแจ้งเบาะแสข้อมูลข่าวสารให้กับเจ้าหน้าที่ร่วมกันขจัดความไม่ถูกต้อง ขจัดคนไม่ดีในสังคมให้หมดสิ้น เพื่อนำสันติสุขกลับคืนมาสู่มาตุภูมิและใช้ชีวิตไม่ต้องกลัวเกรง ผกร. อีกต่อไป
*******************

4/19/2561

เปิดโปงกิจกรรมแฝงของนักศึกษาภาคฤดูร้อนทำการปลุกระดมเยาวชน


"กะ กันดา"

          ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีหลายคนตั้งคำถามว่าเหตุการณ์จะสงบเมื่อไหร่!! และอีกนานแค่ไหนปัญหาจะคลี่คลายกลับมาสงบสุขดังเดิม!! คืนสันติสุขที่ทุกคนใฝ่หา ทุกคำถาม?.. ไร้คำตอบเพราะไม่สามารถกำหนดกฎเกณฑ์ให้เป็นไปดั่งที่ทุกคนหวังได้ รากเหง้าปัญหาได้ฝังรากหยั่งลึกสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนอีกทั้งถูกเติมเชื้อจากภัยแทรกซ้อน ผู้มีอิทธิพล ขบวนการธุรกิจผิดกฎหมาย ประหนึ่งว่ากลุ่มคนเหล่านี้ไม่อยากให้เหตุการณ์ในพื้นที่สงบสุขซึ่งสวนทางกับกระแสเรียกร้องของผู้คนส่วนใหญ่ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ใช้มาตรการหลากหลายรูปแบบเพื่อดับไฟใต้ ควบคู่กับการพูดคุยสันติสุขกับกลุ่มคิดต่างจากรัฐ ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชนให้พ้นเงื้อมมือจากการก่อเหตุลอบทำร้าย หรือการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในรูปแบบต่างๆ เพียงเพื่อสร้างความสูญเสียทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ความเชื่ออีกประการหนึ่งที่รัฐจะต้องจะต้องดำเนินการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือการสกัดกั้น "การบ่มเพาะสมาชิกขบวนการ" ซึ่งเป็นปัญหาต้นน้ำ นำมาซึ่งความรุนแรงทั้งปวง

          กลุ่มขบวนการได้ใช้สถานศึกษาบางแห่งเป็นแหล่งบ่มเพาะ "หน่อพันธุ์ความชั่วร้าย" ขยายรากเหง้าผลิดอกออกผลปลูกฝังแนวความคิดสุดโต่ง สร้างความรู้สึกย้อนแย้งเกลียดชังเจ้าหน้าที่รัฐและเกลียดชังคนต่างศาสนาที่มิใช่มุสลิม ปลุกระดมความเป็นมลายู หยิบยกประวัติศาสตร์การล่าอาณานิคม การกลืนชาติพันธุ์ อัตลักษณ์ประเพณีวัฒนธรรมและความเป็นมลายูปาตานี แบ่งแยกเขาแยกเรา ให้ลุกขึ้นทำการต่อสู้โดยใช้ศาสนาเป็นข้ออ้าง อ้างบุญอ้างบาปให้สมาชิกกระทำหรือไม่กระทำนำไปสู่ความเกรงกลัว ในขณะที่เจ้าของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สถาบันศึกษาปอเนาะ และศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) ต่างออกมาปฏิเสธเสียงแข็งสถานศึกษาเหล่านี้ไม่ได้เป็นสถานที่ในการปลุกระดมบ่มเพาะของกลุ่มขบวนการ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการก่อเหตุร้ายในพื้นที่

          หลายครั้งหลายคราที่สถานศึกษากลายเป็นที่พักพิงโจร กลายเป็นสถานที่ฝึกของเหล่านักรบอาร์เคเค เป็นที่เก็บซ่อนอาวุธปืนและวัตถุระเบิด และที่ร้ายแรงไปกว่านั้นบุคลากรทางการศึกษามีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการก่อเหตุรุนแรงหรือสนับสนุนกลุ่มขบวนการให้ทำการก่อเหตุ ล่าสุดกับกรณีของโรงเรียนบากงพิทยาเกิดอะไรขึ้น เมื่อหน่วยงานภาครัฐได้ทำการตรวจสอบความเชื่อมโยงข้อมูลนำไปสู่การเปิดโปงหลักฐาน แต่ผู้เกี่ยวข้องโรงเรียนดังกล่าวออกมาปฏิเสธเสียงแข็งข้างๆ คูๆ แก้ตัวน้ำขุ่นๆ ฟังไม่ขึ้น จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม? แทบทุกครั้งที่เจ้าหน้าที่เข้าไปทำกิจกรรมในสถานศึกษาเหล่านั้นหรือมีการตรวจค้น จะมีกลุ่มบุคคลดิ้นพล่าน เคลื่อนไหวออกมาปกป้องเพราะอย่างนี้นี่เอง!!!

          ไม่เฉพาะแค่เพียงสถานศึกษาเท่านั้นที่มีการบ่มเพาะ การปลุกระดมล้างสมองเด็กและเยาวชน ยังมาในรูปแบบของการจัดกิจกรรมภาคฤดูร้อนที่ใช้ชื่อกิจกรรมสวยหรู หลอกล่อเหยื่อให้มาติดกับ สมัครเข้าร่วมกิจกรรมแต่เนื้อในสอดไส้ด้วยเนื้อหาที่ปลุกความเป็นปาตานี อย่างเช่นล่าสุดกิจกรรมภาคฤดูร้อนของกลุ่ม PerMAS และเครือข่ายที่ชื่อว่า  "Sumbut an Anak Patani" หากแปลเป็นไทย "งานต้อนรับลูกหลานปาตานี" พัฒนาสัมพันธ์ เพื่อใจเดียวกัน นำไปสู่ความเป็นปาตานีหนึ่งเดียว ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 13-16 เมษายนที่ผ่านมาในพื้นที่ จ.สตูล ในกิจกรรมดังกล่าวมีการจัดแคมเปญ Satu Patani (หนึ่งเดียวปาตานี) เพื่อกำหนดชะตากรรมของตัวเอง เป้าหมายเพื่อสันติภาพปาตานี ทำการปลุกระดมปกป้องศาสนาและเชื้อชาติ ปลุกระดมให้ทำการต่อสู้ยอมเสียสละชีวิตเพื่อปาตานีที่รัก...

          ยังไม่นับรวมถึงกิจกรรมภาคฤดูร้อนอื่นๆ อีกหลายกิจกรรมที่กลุ่มนักศึกษาหลายสถาบันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเป็นเครือข่ายกลุ่ม PerMAS ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี มีการแอบแฝงบ่มเพาะ ปลุกระดมบุตรหลานโดยที่ผู้ปกครองไม่เคยคิดเฉลียวใจ ไม่รู้ว่าบุตรหลานไปเจออะไร แค่รู้ว่าเข้าค่ายภาคฤดูร้อน หลายครอบครัวไม่เคยทราบมาก่อนว่าบุตรหลานเป็นแนวร่วม พ่อแม่เชื่อและคิดมาโดยตลอดว่าลูกหลานเป็นเด็กดี เรียนเก่ง เรียบร้อย แต่เมื่อรู้อีกทีกลับสายเกินแก้..  บุตรหลานเป็นผู้ร้ายไปก่อเหตุถูกจับกุมต้องจำนนด้วยหลักฐานติดคุก หนักหนาสาหัสเกิดการปะทะถึงขั้นถูกวิสามัญ "เสียชีวิต" กล่าวหาเจ้าหน้าที่กระทำเกินกว่าเหตุ ทำร้ายเด็กเรียน เด็กดีของพ่อแม่ กลายเป็นปมก่อประเด็นให้กลุ่มคิดต่างจากรัฐนำไปกล่าวหาโจมตีซึ่งมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง เพราะฉะนั้นผู้เขียนฝากเตือนกันเป็นประจำทุกปีปิดเทอมภาคฤดูร้อน ดูแลบุตรหลานของท่านอย่างใกล้ชิด อย่าปล่อยให้กลุ่มคนที่คิดการใหญ่ใช้บุตรหลานของท่านเป็นเครื่องมือ... เข้าค่ายล้างสมองกลายเป็นแนวร่วมโดยไม่รู้ตัว แล้วครอบครัวของท่านเองจะต้องเสียใจในภายหลังไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้อีก... หากถลำลึกเข้าสู่วังวนความชั่วร้ายที่กลุ่มบุคคลบางกลุ่มยัดเยียดให้....
----------------------


فرمولأن فمبينأن برفخه باله دسمفادن سلاتن، كومفولن مرديكامغئوناكنسكوله منانمكن كونسيفث.


بريتا، فئاوي كسلامتن ممريقساكن فندق يغ مندافتكن دوكومين دان باهن شكسي يغ باثق. يغ فنتيغث، فدممريقساكن ايت تردافت  برمولا سباتين اونتوق مماسغ بوم دان سناراي استاذيغ ترليبت دغن كومفولن كمرديكأن يغ منونجوقكن بهوا "فندق كلابو" يغ برلاكوسبلوم اين اي اداله  فركارايغ سبنرث. دان منونجوقكن بهوافرمولأن فمبينأن برفخه باله دسمفادن سلاتن ايت برلاكودرفدكومفولن كمرديكأن مغئوناكن فندق منجادي تمفت فغهاسوتن اونتوق ايمفلان ايديايغ  ساله كفدكانق-كانق دان بليا.

حال فد 27 مأكأرائوم 2561 ب. يونيت ترتنتوفطاني تله ممريقساكن سكوله باكوغ بيتيا. كمفوغ باكوغ. مقيم باغ ئأو. دائره نوغ خيك. ولاية فطاني. حاصل درفدفمريقسأن ايت تردافت دوكومين يغ فنتيغ دان باهن شكسي يغدفرخيأي بهوااي ترليبت دغن ممبنتوقكن كجادين يغ تيدق دايغيني يغ باثق سماادااي بوكوسجارة يغ بركندوغ يغ مثيمفغ دان دوكومين اونتوق ملاونكن كراجأن. سلأين ايت، تردافت تغكي ئاس دان تغكي فمدم افي دان باج يوريادان الت فغئرودين لوبغ لتوفن دباوه جالن راي. دان فدفمريقسأن استاذتردافت بهواستغه درفدث منجادي فغئانس دان ستغهث بركأيتن دغن فغئانس يغ ممفوثأي وارن تغكف دالم حال جناية. درفدفمريقسأن يغ ترسبوت دفرخيأي بهوافوست اوتام برتمفت دكمفوغ باكوغ يغ شكسي فرنه ملاتيهكن سيت اوفيراسي كخيل دسكوله باكوغ بيتيا. 

كمودينث، مندافتي سكفيغ اوتام بوقتي درفدفمريقسأن سكوله باكوغ بيتيا  يأيت فنيفوان بلنجاون نئري دالم فروجيك سبسيدي فلاجردان ئاجي ئورودان واغ يغ ئوروكناترهادفكن بهاي دان واغ بنتوان كهيدوفن دان منفعة يغ لأين-لأين بائي ئوروترماسوق ماكن تغه هاري دان فرالتن فمبلاجران فلاجريغ ستغه درفدئورودسكوله اين دئوناكن  اونتوق برجواغ اكن كراجأن تهاي دان ديم-ديم كفنتيغن فريبادي درفدبلنجاون اونتوق ددوروغ فرجواغن دغن ملمهكن سيستيم فغاجين دان منمبقكن ئورودسكوله بياس سهيغئ ترفقساترتوتوف دان ممقساكن نئرااونتوق مثوكوغ فدئاريس فندوان يغ فغئانس برديم دغن مغئوناكن كئانسن برفندوث اونتوق براره كفدجالن يغدتنتوكن اوليه كومفولن كمرديكأن دباوه داسرسكوله ملايويغ مروفاكن جالن اوتام كفدمرديكاتتافي دتغه-تغه مندوروغكن ايدياراديكل، ستغه درفدفنتدبيرسكوله تردافت منفعة يغ باثق.

بارو-بارواين تله ددهكن اكن "دوكومين رهسيا" سكوله باكوغ بيتيا  يأيت ريغكسن لافورن مغنأي مساله رشوة داناسبسيدي اونتوق فلاجردولاية سمفادن سلاتن يغدسبوتكن "بائيمان  فنيفوان" دغن كهالوسن. برمولادرفدسكوله مندافتكن داناسبسيدي فلاجردرفدكراجأن يغ لبيه درفدجومله فلاجريغ سبنردغن ممعلومكن جومله فلاجريغ فلسودان منريماداناسبسيدي تاهونن دغن 14,000 بات فرسؤرغ، براف اورغ فلاجريغدمعلومكن فلسو؟ براف دويت يغ لبيه يغ بوليه دتريماكن مك بركاليله اي. دان سكوله اين جوئ منريمايوران فغاجين دان كوس فمباغونن فلاجر. ادفون بوكوتيكس دان فرالتن فمبلاجران دان فكاين سرائم سكوله مستي دبلي درفدكدي يغدلواردان كدي-كدي اين برهمفونكن سبائي رغكاين دغن ملاكوكن "فمبلين يغ فلسو" دان دبوات ريسيت فلسواونتوق دجوال كفدسكوله. دسمفيغ ايت، رغكاين اين جوئ ممفوثأي شريكت فغأوديتن اكأون اونتوق ممبوات "اكأون فلسو"كفدسكوله. اينله كيتران يغ جاهت يغ ممبوات فنيفوان داناسبسيدي فلاجردولاية سمفادن سلاتن يغ فئاوي كسلامتن ممريقساكن معلومات يغ تردافت 100 بواه سكوله دان كيرا-كيرا 10 بواه كدي ترماسوق شريكت فغأوديتن اكأون يغ ترليبت دغندي.

يغ لالو، فنوليس براوسهااونتوق اونتوق منونجوقكن بائي فمباخ تله مليهت بيلاغن بواه سكوله دولاية سمفادن سلاتن يغ ممبواتكن رشوة دالم ملافوركن نمبرفلاجريغ فلسواونتوق منريماباجيت درفدكراجأن. جك كيت دتيمبغكن معلومات فدتاهون 56 – 58 ب، اي اكن تردافت بهواسكوله دولاية سمفادن سلاتن يغ فرلوممبايرسمولاسبسيدي كفدكراجأن لبيه درفد 177 جوتابات! اين منونجوقكن بهواستغه درفدفنتدبيرسكوله ممنتيغكنديري سنديري دغن مناريقكن باليق سبسيدي يغ برلبيهن. لاكوكن فرنيئأن فغاجين تنفامنيغكتكن كواليتيث دان دئوناكن "فندق كلابو"اونتوق مثوكوغ كومفولن كمرديكأن دان برفيندهكن باجيت يغ اوووردراف سبنراونتوق دئوناكن دالم فمبرونتقكن اونتوق ممبوات كأدأن دان كفانسن دان مثببكن مساله اكن نئرادغن مغئوناكن دويت خوكي درفدرعية اونتوق ممبونوهكن اورغ يغ منجادي حال يغ تركجوتكنث!! يغ فنتيغث، منونجوقكن بهواكومفولن كمرديكأن مغئوناكن فندق اتوتاديكامنجادي تمفت منانم كونسيف فلسوسماادااي فدحال ائام دان سجارة اونتوق كانق-كانق دان بلياملاونكن اكن نئري تهاي دان ممبنخيكن اكن اورغ كافريغ بركهيدوفن برسام دغن ماس يغ فنجغ. منيفوكن كانق-كانق دان بليااونتوق ممبوات كسيلافن يغ منامتكن ماس دفنث. ستغه درفدث فرلوملاريكنديري..ستغهث كنفنجارا..تتافي مالغث، باثق اورغ كناماتي سجق موداكران فرخياكن اكن كومفولن يغ فلسو.

Permulaan pembinaan konflik di sempadan selatan, Kumpulan merdeka menggunakan sekolah menanamkan konsepnya.



Berita, Pegawai Keselamatan memeriksakan di institut Pondok yang mendapatkan dokumen dan bahan saksi yang banyak. Yang pentingnya pada memeriksakan itu terdapat bermula sebatian untuk memasang bom dan senarai ustaz yang terlibat dengan kumpulan kemerdekaan yang menunjukkan bahawa “Pondok Kelabu” yang berlaku sebelum ini ia adalah perkara yang sebenarnya. dan menunjukkan bahawa permulaan pembinaan konflik di sempadan selatan itu berlaku daripada kumpulan kemerdekaan menggunakan institut Pondok menjadi tempat penghasutan untuk implan idea yang salah kepada kanak-kanak dan belia.

Kes pada 27 Januari 2018, Unit Tertentu Fatoni telah memeriksakan Sekolah Bakong Pittaya. Kampong Bakong. Mukim Bang Khaw. Daerah Nong Jik. Wilayah Fatoni. Hasil daripada pemeriksaan itu terdapat dokumen yang penting dan bahan saksi yang dipercayai bahawa ia terlibat dengan membentukan kejadian yang tidak diingini yang banyak sama ada ia buku sejarah yang berkandung yang menyimpang dan dokumen untuk melawankan kerajaan, selain itu terdapat tangki gas dan tangki pemadam api dan baja Urea dan alat penggerudian lubang letupan di bawah jalan raya. dan pada pemeriksaan ustaz terdapat bahawa sesetengahnya menjadi pengganas dan setengahnya berkaitan dengan pengganas yang mempunyai waran tangkap dalam kes jenayah. Daripada pemeriksaan yang tersebut dipercayai bahawa pusat utama bertempat di Kampong Bakong yang saksi pernah melatihkan set operasi kecil di Sekolah Bakong Pittaya.

kemudiannya, mendapati sekeping utama bukti daripada pemeriksaan sekolah Bakong Pittaya yaitu penipuan belanjawan Negeri dalam projek subsidi pelajar dan gaji guru dan wang yang guru kena terhadapkan bahaya dan wang bantuan kehidupan dan manfaat yang lain-lain bagi guru termasuk makan tengahari dan peralatan pembelajaran pelajar yang setengah daripada guru di sekolah ini digunakan untuk berjuang akan kerajaan Thai dan diam-diam kepentingan peribadi dari belanjawan untuk didorong perjuangan dengan melemahkan sistem pendidikan dan menembakan guru di sekolah biasa sehingga terpaksa tertutup dan memaksakan negara untuk menyokong pada garis panduan yang pengganas berdiam dengan menggunakan keganasan berpandunya untuk berarah kepada jalan yang ditentukan oleh kumpulan kemerdekaan di bawah dasar Sekolah Melayu yang merupakan jalan utama kepada merdeka tetapi ditengah-tengah mendorongkan idea radikal, setengah daripada pentadbir sekolah terdapat manfaat yang banyak.

Baru-baru ini telah didedahkan akan "Dokumen Rahsia" Sekolah Bakong Pittaya yaitu ringkasan laporan mengenai masalah rasuah dana subsidi untuk pelajar di wilayah sempadan selatan yang disebutkan "bagaimana penipuan" dengan kehalusan. Bermula daripada sekolah mendapatkan dana subsidi pelajar daripada kerajaan yang lebih daripada jumlah pelajar yang sebenar dengan memmaklumkan jumlah pelajar yang palsu dan menerima dana subsidi tahunan dengan 14,000 baht perseorang. Berapa orang pelajar yang dimaklumkan palsu? berapa wang yang lebih yang boleh diterimakan maka berkalilah ia. Dan sekolah ini juga menerima yuran pengajian dan kos pembangunan pelajar. adapun buku teks dan peralatan pembelajaran dan pakaian seragam sekolah mesti dibeli daripada kedai yang di luar dan kedai-kedai ini berhimpunkan sebagai rangkaian dengan melakukan "pembelian yang palsu" dan dibuat resit palsu untuk dijual kepada sekolah. Di samping itu, rangkaian ini juga mempunyai syarikat pengauditan akaun untuk membuat “akaun palsu " kepada sekolah. Inilah kitaran yang jahat yang membuat penipuan dana subsidi pelajar di Wilayah Sempadan Selatan yang pegawai keselamatan memeriksakan maklumat yang terdapat 100 buah sekolah dan kira-kira 10 buah kedai termasuk syarikat pengauditan akaun yang terlibat dengandia.

Yang lalu, Penulis cuba untuk menunjukkan bagi pembaca telah melihat bilangan buah sekolah di wilayah sempadan selatan yang membuatkan rasuah dalam melaporkan nombor pelajar yang palsu untuk menerima bajet daripada kerajaan. Jika kita ditimbangkan maklumat pada tahun 2013-2015. ia akan terdapat bahawa sekolah di wilayah sempadan selatan yang perlu membayar semula subsidi kepada kerajaan lebih daripada 177 juta bath! Ini menunjukkan bahawa setengah daripada pentadbir sekolah mementingkan diri sendiri dengan menarikan balik subsidi yang berlebihan. Lakukan perniagaan pendidikan tanpa meningkatkan kualitinya dan digunakan “Pondok kelabu” untuk menyokong kumpulan kemerdekaan dan berpindahkan bajet yang overdraf sebenar untuk digunakan dalam aktiviti pemberontakan untuk membuat keadaan dan kepanasan dan menyebabkan masalah akan negara dengan menggunakan wang cukai daripada rakyat untuk membunuhkan orang yang menjadi hal yang terkejutkannya!! Yang pentingnya, menunjukkan bahawa kumpulan kemerdekaan menggunakan Institut Pondok atau Pusat Pendidikan Islam di Masjid (Tadika) menjadi inkubator konsep palsu sama ada ia pada hal agama dan sejarah untuk kanak-kanak dan belia melawankan akan negeri Thai dan membencikan akan orang kafir yang berkehidupan bersama dengan masa yang panjang. Menipukan kanak-kanak dan belia untuk membuat kesilapan yang menamatkan masa depannya. setengahnya perlu melarikan diri.. setengah daripadanya kena penjara.. Tetapi malangnya, banyak orang kena mati sejak muda kerana percayakan akan kumpulan yang palsu.



-----------------------------