8/31/2560

ครบรอบ 5 เดือนกับการจากไปของ"นายนุสน"... ถึงเหตุปล้นเต็นท์รถนาทวี

"กะ กันดา"



วันที่ 9 กันยายน เป็นวันครบรอบ 5 เดือนกับการจากไปของ นายนุสน ขจรดำ หนุ่มชาวยะลาซึ่งถูกกลุ่มโจรใต้ปล้นฆ่าแล้วนำรถไปคาร์บอมบ์ห้างบิ๊กซี สาขาปัตตานี เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม และพบศพ นายนุสนฯ 2 วันหลังเกิดเหตุถูกคนร้ายนำศพไปโยนทิ้งคลองในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

ย้อนกลับไปก่อนวันเกิดเหตุคนร้ายได้วางแผนฆ่านายนุสนฯ อย่างโหดเหี้ยมโดยกลุ่มคนร้ายไม่ต่ำกว่า 8 คนได้ลงมือกระทำกับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอย่างป่าเถื่อน เพียงเพื่อต้องการนำรถยนต์ที่ปล้นไปทำคาร์บอมห้างบิ๊กซี สาขาปัตตานี ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก เศรษฐกิจได้รับความเสียหาย ส่งผลกระทบการค้าการลงทุนในพื้นที่

หนึ่งในกลุ่มคนร้ายที่ลงมือฆ่านายนุสนฯ เป็นถึง "อุสตาซ" เป็นผู้นำศาสนาที่ชาวบ้านยกย่องเคารพนับถือแต่กลับมากระทำชั่ว ซึ่งในเวลาต่อมาได้รับสารภาพเป็นผู้เช็ดคราบเลือดในรถกระบะหลังนำศพไปทิ้งคลอง

จิตใจของคนร้ายไม่ทราบทำด้วยอะไร จึงโหดร้ายผิดมนุษย์มนา แม้แต่ผู้ที่เราเห็นจากภายนอกเป็นผู้ที่เคร่งศาสนาและน่าเลื่อมใสศรัทธายังทำบาป ประพฤติตนผิดหลักศาสนา แล้วสมาชิกแนวร่วมคนธรรมดาที่ถูกฝังชิปแนวความคิดผิดๆ เข้าไปในสมองจะเหลืออะไร?

แต่ที่น่า"หดหู่ใจ"ยังไม่ร้ายเท่ากับพฤติกรรมของคนบางกลุ่ม องค์กรบางองค์กรที่พยายามช่วยเหลือ"ผู้กระทำความผิด" ให้ "พ้นผิด" อย่างเช่น องค์กรที่มีความรู้ในเรื่องของกฎหมายกลับไร้สำนึก เปิดองค์กรขึ้นมาให้คำปรึกษาโจรใต้แนะการให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกรณีถูกจับกุม ให้การแบบไหน อย่างไรให้พ้นผิด เคยมีมั๊ย!! ที่บรรดาโจรใต้ยอมรับผิดว่าเป็น "ผู้ลงมือก่อเหตุ" นอกเสียจากว่าจำนนด้วยหลักฐาน จะมีเพียงแต่สารภาพว่า "เป็นผู้ดูต้นทาง" เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปรับไปส่งผู้ก่อเหตุ 

ทำไม? ยังพยายามช่วยคนพวกนี้... หากไม่ใช่เป็นพวกเดียวกันจะให้คิดเป็นอย่างอื่นได้อย่างไร เพราะพฤติกรรมที่ผ่านมามีแต่คอยสนับสนุนคนชั่ว.. ให้ฆ่าคนทำการเผาบ้านเผาเมืองสร้างความปั่นป่วนไปทุกหย่อมหญ้า.. รวมทั้งกลุ่มที่แอบอ้างตนเป็น นักสิทธิ ไม่เคยคิดช่วยเหลือใดๆ เลยต่อคนที่ เป็นเหยื่อ ของความรุนแรงในฐานะผู้ที่ถูกกระทำ

รูปแบบวิธีการของกลุ่มโจรใต้ยังคงเย้ยกฎหมายเดินหน้าปล้นรถยนต์จากชาวบ้านกลางวันแสกๆ จากเหตุปล้นฆ่าชิงรถนายนุสน ขจรดำ มาทำการคาร์บอมห้างบิ๊กซี สาขาปัตตานี เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม มาถึงเหตุคนร้ายประมาณ 10 คน ปล้นรถพ่อค้าปลาปัตตานีนำไปปล้นเต็นท์รถมือสองใน อ.นาทวี จ.สงขลา เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา แล้วนำรถยนต์ประกอบคาร์บอมย้อนกลับมาจะก่อเหตุในพื้นที่ 3 จชต. แต่เจ้าหน้าที่ติดตามสกัดกั้นป้องกันเหตุเอาไว้ได้ส่งผลให้ ผกร.เสียชีวิต 1 ราย และนายสหรัฐ เเหละหนิ๊ ลูกจ้างเต็นท์รถที่ถูกโจรใต้ยิงที่บริเวณศีรษะเสียชีวิต

ผลกระทบที่โจรใต้ได้ก่อ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวของ "นายนุสน ขจรดำ" หรือครอบครัว "นายสหรัฐ เเหละหนิ๊" ลูกจ้างเต็นท์รถมือสองที่ตายไป ใคร?... รับผิดชอบ
 
ขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนเร่งทำงาน เร่งติดตามโจรใต้ที่ยังหลบหนีอยู่มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ประชาชนในพื้นที่ต้องช่วยกันแจ้งเบาะแสข่าวสารเพื่อนำคนไม่ดีมาลงโทษ เมื่อทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา จะเป็นเกราะป้องกันที่ดีให้กับชุมชน สังคม ไม่ให้กลุ่มที่คิดต่างจากรัฐมีอิสระในการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ อีกทั้งเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นหากทุกภาคส่วนร่วมมือกันการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุจะง่ายขึ้น

จังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องตายอีกกี่ศพ เมื่อไหร่? แกนนำ ผกร.จะพอใจ ชาวบ้านจะต้องทนอยู่กับเสียงปืนเสียงระเบิดอีกนานเท่าไหร่ กลิ่นคาวเลือดของผู้บริสุทธิ์ต้องละเลงทาปลายด้ามขวานแห่งนี้อีกกี่หยดถึงจะพอ คำถามเดิมๆ ที่ไร้คำตอบจากโจรใต้สุดโต่ง ที่ไร้สำนึก ไร้ความรู้สึกรับผิดชอบชั่วดี... มีแต่เรื่องผลประโยชน์เพื่อกลุ่มตนแต่กลับไม่ใยดีต่อความเดือดร้อนของประชาชน..
------------------------

8/30/2560

เฝ้าระวัง!! กลุ่มแมลงสาบก่อเหตุ‘วันชาติมาเลย์’

"แบมะ ฟาตอนี"


 วันชาติของประเทศมาเลเซีย หรือ “วันเมอร์เดการ์  (เอกราช) ตรงกับวันที่ 31 สิงหาคมของทุกปี นอกจากเป็นวันสำคัญของประเทศมาเลเซียแล้ว ยังเป็นวันครบรอบการก่อตั้ง “ขบวนการเบอร์ซาตู” ซึ่งกลุ่มคิดต่างจากรัฐที่ก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รวมตัวกันประกอบด้วยขบวนการแนวร่วมอิสลามปลดปล่อยปัตตานี (BIPP) ขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมาลายู(BRN) ขบวนการกู้ชาติปลดปล่อยรัฐปัตตานี (PULO) และขบวนการมูจาฮีดินอิสลามปัตตานี (GMIP) อีกทั้งยังมีกลุ่มเล็กๆ อีกหลายกลุ่มได้ร่วมกันเซ็นสัญญาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2532 

แต่ในปัจจุบัน “ขบวนการเบอร์ซาตู” ได้ล่มสลายไปแล้ว แต่กระนั้นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มที่ชอบสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ มักฉวยโอกาสใช้วันสำคัญๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่สร้างสถานการณ์เพื่อหวังก่อกวน สร้างความระส่ำระสายต่อบ้านเมือง เพื่อให้เกิดความวุ่นวาย และก่อความไม่สงบให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

เมื่อปี 2555 โจรใต้ป่วนวันชาติมาเลเซีย และวันก่อตั้งเบอร์ซาตู วางระเบิดเผายางรถยนต์ เผาธงชาติไทย ปักธงชาติมาเลย์กว่า 100 จุด พร้อมทั้งวางวัตถุต้องสงสัยทั้งระเบิดจริง ระเบิดปลอมในพื้นที่ 3 จชต.และ 4 อำเภอจังหวัดสงขลา

การกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในการก่อเหตุก่อกวนป่วนใต้ เป็นการหวังผลทางการเมือง ซึ่งมีการเผาทำลายธงชาติไทย แล้วเอาธงชาติมาเลเซียขึ้นแทนเพื่อให้เกิดความขัดแย้งด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
 

จากความเคลื่อนไหวล่าสุดได้มีการแจ้งเตือนในสื่อสังคมออนไลน์  แอพลิเคชั่น Line กลุ่มต่างๆ ขอให้เจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวังคนร้ายที่จะฉวยโอกาสก่อเหตุสร้างสถานการณ์“วันชาติมาเลย์” ในวันที่ 31 สิงหาคม 2560 เช่น การแขวนป้ายผ้า เผายางรถยนต์ โรยตะปูเรือใบ เผาธงชาติไทย ปักธงชาติมาเลย์พร้อมทั้งวางวัตถุต้องสงสัยล่อให้เจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบ

จากสถานการณ์ข่าวล่าสุดคาดว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเตรียมเคลื่อนไหวในวันสำคัญ ด้วยการสั่งให้สมาชิกแนวร่วมในพื้นที่ทำการโจรกรรมรถจักรยานยนต์เพื่อนำไปประกอบระเบิดแสวงเครื่องเพื่อสร้างสถานการณ์ ซึ่งหน่วยความมั่นคงได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ จุดสกัด ทำการเฝ้าระวังรถยนต์ รถจักรยานยนต์ต้องสงสัยเข้มงวดเป็นพิเศษ เพราะตรงกับวันชาติของประเทศมาเลเซียที่กลุ่มก่อความไม่สงบอาจใช้วันดังกล่าวลงมือก่อเหตุซึ่งจะนำมาซึ่งความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้

ขอให้พี่น้องประชาชนเป็นหูเป็นตาแทนเจ้าหน้าที่ พบเห็นการกระทำของกลุ่มบุคคลที่เคลื่อนไหวผิดปกติ หรือพบเห็นบุคคลแปลกหน้าเข้ามายังชุมชน แจ้งเจ้าหน้าที่ที่ประจำการอยู่ใกล้บ้านท่านให้ทราบในทันที หากยังเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ธุระไม่ใช่ เป็นเรื่องไกลตัว ใคร? จะทำอะไรก็ช่าง ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อเหตุของคนร้าย ต้องบาดเจ็บและเสียชีวิตรายต่อไป..อาจจะเป็นตัวเราเอง หรือคนในครอบครัว ซึ่ง ณ วันนั้นไม่สามารถย้อนกลับมาแก้ไขอะไรได้อีก....
------------------------

8/28/2560

“ซะกาต” ของประชาชน กลุ่มขบวนการตอบแทนด้วยการคาร์บอมบ์

"RUSLAN"

ซะกาต ภาษาอาหรับ: زكاة หรือ ทานประจำปี หมายถึงทรัพย์สินส่วนเกินจำนวนหนึ่ง ซึ่งมุสลิมต้องจ่ายให้แก่ผู้ที่มีสิทธิได้รับเมื่อครบรอบปี ถ้ามุสลิมคนใดมีทรัพย์สิน เงินทอง สินค้าที่เหลือในรอบปีแล้วไม่ทำการบริจาค ผู้นั้นก็ผู้หนึ่งที่ทำผิดบัญญัติของอิสลาม

โทษของผู้ที่ปฏิเสธไม่ยอมจ่ายซะกาต ใคร? ที่ไม่ยอมจ่ายซะกาตโดยปฏิเสธการวาญิบของมัน ในขณะที่เขารู้กฎของมันดีถือว่าเขาเป็น กาฟิร ต้องทำการเก็บซะกาตจากเขา และต้องโทษประหารหากเขาไม่กลับตัวเตาบัตเพราะเขาได้ตกจากศาสนาแล้ว แต่หากเขาไม่ยอมจ่ายเพราะความตระหนี่ถือว่าไม่ตกจากศาสนา และต้องทำการจัดเก็บจากเขาพร้อมกับลงโทษด้วยการยึดทรัพย์ของเขาครึ่งหนึ่ง

ที่กล่าวมาคือบทบัญญัติของศาสนาอิสลามในการจ่ายซะกาตและบทลงโทษของผู้ที่ไม่ยอมจ่าย ผิดบทบัญญัติของศาสนา ซึ่งมุสลิมที่ดีจะต้องปฏิบัติตาม และหากไม่ปฏิบัติยังถือว่าเป็นการผิดกฎหมายในบางประเทศที่ใช้กฎหมายอิสลาม ส่วนในประเทศไทยของเราพี่น้องมุสลิมจะต้องจ่ายทั้งซะกาตและเงินภาษีให้กับรัฐ

จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยคนส่วนใหญ่ต่างนับถือศาสนาอิสลาม และเป็นพื้นที่เกิดปัญหาความไม่สงบจากกลุ่มที่คิดต่างจากรัฐทำการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ ตลอดจนมีการปลุกระดม บ่มเพาะ เพื่อแย่งชิงมวลชนเข้าร่วมเป็นสมาชิกขบวนการ โดยอาศัยความเป็นมลายู การนับถือศาสนา เชื้อชาติ รวมถึงประเพณีวัฒนธรรม และอัตลักษณ์เดียวกัน จึงง่ายต่อการชักนำสร้างความรู้สึกร่วมให้ผู้คนเหล่านั้นต่อต้านอำนาจรัฐ

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่กลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็นใช้ได้ผลตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมาคือประเด็นในเรื่องของศาสนา อาศัยความละเอียดอ่อนในเรื่องของความรู้สึกต่อความคิด ความเชื่อ ความศรัทธาของผู้ที่นับถือ นำไปสู่การบิดเบือนหลักคำสอนศาสนาให้กลุ่มสมาชิกแนวร่วมหลงเชื่อ โดยอาศัยผู้นำศาสนาที่ผู้คนเคารพนับถือ อิหม่าม อุสตาส ในการใส่ข้อมูลผิดๆ บ่มเพาะจนกระทั่งคนเหล่านั้นเห็นถูกเป็นผิด ยอมถวายตัวลงมือก่อเหตุและเข้าใจว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องฆ่าคนแล้ว ได้บุญ ไม่บาป เป็นการต่อสู้เพื่อศาสนากำจัดผู้รุกรานแผ่นดินเกิด

กลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็น ได้อาศัยบทบัญญัติศาสนาอิสลามในการแสวงประโยชน์จากการจ่ายซะกาตหลายท่านคงได้ยินได้ฟังมาว่าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีการจัดเก็บเงินซะกาตจากพี่น้องมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเป็นพลเมืองส่วนใหญ่ บาทต่อคน ซึ่งในความคิดของใครหลายคนอาจจะคิดว่าเงิน 2 บาทเล็กน้อยมาก เราเองก็สงสัยมานานเหมือนกันว่าเป็นความจริงหรือไม? อย่างไร? แต่ได้เพียงเก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ จนกระทั่งได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนพูดคุยกับผู้ที่คร่ำหวอดปฏิบัติงานอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีข้อมูลความจริงครบถ้วนอยู่ในมือ และแล้ว..ถึงบางอ้อ!!!..แท้จริงแล้วกลุ่มขบวนบีอาร์เอ็นนำเงินที่ได้จากการบริจาคนั้นไปใช้ทำอะไร?

ไม่น่าเชื่อว่าเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มตน ขบวนการบีอาร์เอ็นกล้าที่จะบิดเบือนหลักศาสนา ไม่มีความย่ำเกรงต่อพระเจ้า ไม่เกรงกลัวต่อบาป นำเงินจากการบริจาคซะกาตของพี่น้องมุสลิมไปใช้ผิดประเภทผิดหลักศาสนา ผิดอย่างไร? เรามาดูข้อมูลกัน

การแสวงผลประโยชน์ของกลุ่ม BRN ซึ่งนับวันยิ่งเด่นชัดขึ้นทุกที เค้าลางความชั่วร้ายที่เห็นจางๆ ในอดีต กลับเริ่มปรากฏกายให้เห็นชัดขึ้นท่ามกลางกลิ่นควันปืนและเสียงระเบิด หากเราเสพข่าวในสื่อต่างๆ จะเห็นว่าความรุนแรงก็ยังคงปรากฏแทบทุกวันกลุ่มแสวงผลประโยชน์ของกลุ่ม BRN ยังคงคร่าชีวิตคนอย่างไร้อุดมการณ์ หวังเพียงความสุขสบายของกลุ่มตนอย่างเช่นล่าสุดกลางเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา เหตุคนร้างปล้นรถมือสองเพื่อนำไปประกอบระเบิดและได้สร้างผลกระทบต่อพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือ เสียงโอดโอยของผู้บาดเจ็บ เสียงร่ำไห้ของผู้สูญเสีย หรือว่าสิ่งเหล่านี้เป็นกลอุบายที่กลุ่มผลประโยชน์ต้องการการสร้างกระแสให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ร่วมบริจาคเงินเพื่อนำไปก่อเหตุ ความเชื่อมโยงของกลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็นกับเครือข่ายค้ายาเสพติด ผู้ลักลอบสินค้าหนีภาษี น้ำมันเถื่อน ซึ่งเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับขบวนการ ในการจัดซื้ออาวุธ อุปกรณ์ผลิตวัตถุระเบิดกลับมาเข่นฆ่าประชาชน มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง หรือกระทั่งแม้แต่การเรี่ยไร หรือขอรับเงินบริจาค เพื่ออ้างนำไปสร้างมัสยิดเพื่อใช้ประกอบศาสนกิจ หรือสถาบันการศึกษาทางศาสนาปอเนาะ กลับพบว่ามีเงินทุนที่ได้รับจากการบริจาคทั้งในพื้นที่เอง และจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก จากการบอกเล่าของคนในพื้นที่ได้ให้ข้อมูลว่าเงินเหล่านี้บางส่วนมีการนำไปสร้างหรือใช้งานจริง แต่เงินบางส่วนได้ส่งให้กลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็นนำเงินไปจัดซื้อหาอาวุธ อุปกรณ์ผลิตระเบิด อีกทั้งเป็นค่าจ้าง ค่าเลี้ยงดูผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หลบหนีเงื้อมมือของกฎหมาย

ยังไม่นับรวมถึงเงินที่ได้รับการบริจาคซะกาตของพี่น้องมุสลิม แกนนำกลุ่มขบวนการกลับเอาไปใช้ส่วนตัว เสวยสุขสำราญอยู่ดีกินดียังต่างประเทศ รวมทั้งมีการนำไปสร้างบ้านใหม่ ซื้อรถใหม่ให้กับตัวเองญาติพี่น้องในเมืองไทย ซึ่งผิดหลักศาสนาอย่างร้ายแรง ที่นำเงินบริจาคซะกาตไปใช้ในทางที่ผิดถือว่าเป็นบาปหนัก

ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นมานานหลายสิบกว่าปี คนที่ตั้งใจบริจาคซะกาตมีความคิดดี แต่คนคิดชั่วกลับนำบริจาคซะกาตไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ลองคำนวณเล่นๆ กันดูค่ะว่าเงินบริจาคที่พี่น้องมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ร่วมกันซะกาต” 2 บาทต่อคน ซึ่งกลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็นนำไปใช้รวมแล้วร่วมๆ เกือบ 200 ล้านกว่าบาทต่อปี แต่เงินที่รับบริจากกลับมาซ้ำเติมปัญหาด้วยการก่อเหตุ ยิงฆ่าประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนระเบิดรายวัน ไม่ให้มอดดับเพื่อผลประโยชน์ของแกนนำเพียงไม่กี่คน แล้วปัญหาความเดือดร้อนทั้งปวงตกอยู่ที่ใคร? คงหนีไม่พ้นพี่น้องมุสลิมในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เองที่ต้องตกเป็นเหยื่อที่ถูกกระทำ นำไปสู่ความเดือดร้อนที่กลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็นหยิบยื่นให้....จากเงินบริจาคซะกาตของประชาชน กลุ่มขบวนการตอบแทนด้วยความสูญเสียนั้นเอง....


-----------------------