4/14/2563

กลุ่มบุหงารายา.. จัดบรรยายประวัติศาสตร์ปัตตานี ให้เยาวชน โดยไม่ได้ห่วงใย.. ว่าจะมีใครเป็นอันตรายหากมีการแพร่เชื้อโควิด-19

          ประเทศไทยเริ่มมีการคัดกรองเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 63 และตรวจพบผู้ติดเชื้อ ยืนยันรายแรกซึ่งเป็นชาวต่างชาติ ในวันที่ 13 มกราคม  และตรวจพบผู้ติดเชื้อยืนยันที่เป็นคนไทยรายแรก ในวันที่ 15 มกราคม ซึ่งทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้เร่งหาแนวทางในการต่อสู้กับโรคระบาดนี้อย่างต่อเนื่อง จนมีมาตรการต่างๆ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดออกมาเป็นระยะๆ จนถึงวันนี้

          การเว้นระยะห่างทางสังคม SOCIAL DISTANCING เป็นอีกมาตรการหนึ่งที่ทุกคนในโลกนี้ นำมาใช้ในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  และในบ้านเราก็มีการรณรงค์กันอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของทุกคน


          เป็นที่น่าแปลกใจมาก ในสถานการณ์ที่เกิดโรคระบาดร้ายแรงในเวลานี้ เมื่อได้ทราบข่าว เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา นายฮาซัน ยามาดีบุ  ประธานกลุ่มบุหงารายา ได้จัดบรรยายเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ปัตตานีและขนบธรรมเนียมประเพณีของมุสลิมให้กับกลุ่มเยาวชน ประมาณ 50 คน จาก อ.เทพา และ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ที่บริเวณชายคลองเทพา พื้นที่ บ.โคกหญ้าคา หมู่ที่ 2 ต.เปียน อ.สะบ้าย้อยฯ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวมีการนั่งรวมฟังบรรยายแบบไม่จัดระยะห่างของบุคคล ไม่มีหน้ากากป้องกัน หรือเจลล้างมือ และจัดเลี้ยงรับประทานอาหารร่วมกันด้วยมืออีกด้วย.. 


          แสดงว่า กิจกรรมนี้น่าจะต้องมีความสำคัญมากจริงๆ นายฮาซันฯ จึงได้จัดขึ้น ในขณะที่ยังมีโรคระบาดอยู่แบบนี้ ซึ่งทุกครอบครัว ทุกชุมชน ทุกภาคส่วน ต่างก็ตระหนักและให้ความสำคัญกับการเว้นระยะห่างทางสังคม..  หรือว่า ประธานกลุ่มบุหงารายา มีมาตรการให้การคัดกรองป้องกันและดูแลเด็กๆ เหล่านี้ได้เป็นอย่างดี..  แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้.. ถ้าในอนาคต มีเด็กคนใดเกิดติดโรคระบาดไวรัสโควิด-19 จากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้แล้ว.. นายฮาซันฯ จะมีคำตอบให้ครอบครัวของเด็กๆ เหล่านั้นได้หรือไม่.. ว่าสิ่งที่ได้ทำลงไปนั้น ไม่ได้เป็นการจงใจทำร้ายเด็กๆ คงจะไม่ได้ยินคำแก้ตัวในลักษณะที่ว่า.. ทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์.. 

สื่อแสดงให้โลกรู้.. ว่าใคร.. เป็นใคร..


การกระทำนั้นสำคัญกว่าคำพูด.. บางคนพูดดี ทำไม่ดี บางคนดีแต่พูด หรือเก่งแต่ปาก บางคนก็พูดเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น..ในวันที่ทุกคนได้รับความเดือดร้อนจากโรคระบาดไวรัสโควิด-19 ทุกคน ทุกบ้าน ทุกชุมชน และทุกประเทศในโลก ต้องการความเอื้ออาทร เห็นอกเห็นใจ ช่วยเหลือ ดูแลกันด้วยความจริงใจ เพราะสิ่งนี้จะทำให้ทุกคนเอาชนะความทุกข์ยาก จากโรคระบาดในครั้งนี้ไปได้ด้วยกัน..  ซึ่งทุกภาคส่วนในบ้านเมืองนี้ เขาร่วมด้วย ช่วยกันอย่างแข็งขันดังที่เห็นกันอยู่..

แต่ก็ยังมีพวกนักฉวยโอกาส..  สร้างภาพโลกสวยด้วยน้ำลาย.. ออกมาเรียกร้องให้ยุติการใช้อาวุธในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ในห้วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ซึ่งนำโดย กลุ่มภาคประชาสังคม ที่มีแนวคิดต่อต้านการทำงานของเจ้าหน้าที่มาอย่างต่อเนื่อง (20-23 มีนาคม 2563) อีกไม่กี่วัน กลุ่มบีอาร์เอ็น ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุร้ายสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินในพื้นที่มาเป็นเวลายาวนานถึง 60 ปี และยังไม่เคยแสดงความรับผิดชอบหรือแสดงความเสียใจในสิ่งที่ได้ทำลงไปเลยแม้แต่ครั้งเดียว ก็ออกแถลงการณ์ที่สอดคล้องกัน เมื่อ 27 มีนาคม 2563  และในวันเดียวกันนี้ เลขาธิการพรรคการเมืองดังในพื้นที่ ที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 1  เพื่อเปลี่ยนแปลงให้ประเทศไทยสามารถแบ่งแยกประเทศได้  แบ่งแยกดินแดนได้  ก็ออกมาเรียกร้องให้ยุติการใช้อาวุธ จนล่าสุดวันที่ 6 เมษายน 2563  รองหัวหน้าพรรคการเมืองนี้  ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็น สนับสนุนและชื่นชมความคิดกลุ่มบีอาร์เอ็น..

ประเทศไทยมีกฎหมายตามหลักสากล เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการรักษาความสงบเรียบร้อย  ไม่ว่าจะวันนี้หรือวันไหนๆ ไม่ว่าจะเกิดโรคระบาดหรือไม่  กฎหมายก็ยังคงต้องถูกบังคับใช้ต่อไป  ชาวบ้านชาวเมือง คนทั่วไปที่เขาเป็นคนดีไม่ได้มีความผิด ติดตัว เขาไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลย.. การออกมาเรียกร้องให้ยุติการใช้อาวุธฯ พูดกันง่ายๆ ก็คือ การเรียกร้องให้ยุติการใช้กฎหมาย ก็เพื่อต้องการช่วยเหลือโจรที่มีความผิด มีคดีความ.. ใช่หรือไม่..


ถ้ากลุ่มบีอาร์เอ็น ห่วงใยพี่น้องประชาชนในพื้นที่จริงๆ แล้ว ก็ควรที่จะยุติการใช้อาวุธตลอดไป..  แล้วหันกลับมาต่อสู้โดยใช้เวทีการเมือง ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์ถึงความจริงใจมากกว่า.. แล้ว บีอาร์เอ็น ทำได้หรือเปล่า..

4/12/2563

มาตรการภาครัฐในการช่วยเหลือประชาชน ในวันที่เกิดโรคระบาดร้ายแรง.. ดีแล้วหรือยัง?


ได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงแนวทางการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทย ในวันที่ทุกคนต้องตกระกำลำบากกับโรคร้ายไวรัสโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้  ซึ่งทางภาครัฐได้คิดและกำหนดรูปแบบในการช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว..  ดูเหมือนว่าเสียงที่ได้ยินส่วนมากแล้วจะไม่ค่อยพออกพอใจกันสักเท่าไรนัก.. ก็เพราะการกำหนดกลุ่มอาชีพที่ได้รับการช่วยเหลือ ว่าต้องเป็นกลุ่มอาชีพนั้นเป็นกลุ่มอาชีพนี้  ซึ่งความจริงผู้ได้รับกระทบและเดือดร้อนกับเจ้าโรคระบาดในครั้งนี้ คือประชาชนคนไทยทุกคน

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม ที่ภาครัฐกำหนดขึ้นมาเป็นมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนในครั้งนี้ ก็ต้องยอมรับจริงๆ เลยว่า.. ผิดหวังมากกับแนวทางแนวความคิดที่มีมุมมองในเรื่องการเมืองแอบแฝงอยู่ด้วยหรือไม่.. จึงได้แยกคนกลุ่มนั้นกลุ่มนี้.. จึงได้ออกมาตรการแบบนี้ออกมา.. ความเดือดร้อนจากโรคระบาดครั้งนี้กระทบกับคนทุกคน  จะยากดีมีจนก็กระทบหมด  ถ้าคิดจะจัดกลุ่มในการช่วยเหลือจริงๆ ก็น่าจะทำได้ไม่ยาก..  เพราะกระทรวงมหาดไทยมีข้อมูลทะเบียนราษฎร์ มีข้อมูลประชากรทุกคนในประเทศนี้ที่อยู่ในสารระบบอยู่แล้ว.. ข้อมูลคนจนก็มี.. ข้อมูลเกษตรกรก็มี.. ข้อมูลต่างๆ น่าจะมีมากพอที่จะบริหารจัดการได้

ถ้าลองคิดง่ายๆ คิดเล่นๆ ในการช่วยเหลือประชาชน.. ว่าจะหาข้อมูลคนรวยคนจนได้มาจากไหน เพื่อจะจัดกลุ่มในการช่วยเหลือเร่งด่วน.. ก็น่าจะทำได้ไม่ยากเลย.. ในเมื่อทุกๆ ปี มีการเสียภาษีเงินได้ประจำปี.. มียอดรายได้ของแต่ละคนชัดเจน ว่าใครมีรายได้เท่าไหร่.. เสียภาษีเท่าไหร่.. (ใครมีใครจนก็พอจะคาดเดาได้)  แต่ก็อีกนั้นแหละ.. ในเมื่อยังมีอีกหลายครอบครัว ยังมีหลายคน ที่อาจจะไม่เคยเสียภาษีเลยด้วยซ้ำ เพราะเป็นคนที่ต้องหาเช้ากินค่ำ หรือเป็นผู้ยากไร้รับจ้างรายวัน..  แต่ไม่ว่าจะเป็นใครถ้าคิดให้ครอบคลุมจริงๆ แล้ว.. ก็ทุกคนนั้นล่ะครับ ที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดครั้งนี้เหมือนกัน.. 

วันนี้.. ชาวบ้านถามหาถุงยังชีพ.. ซึ่งก็เป็นที่น่าแปลกใจว่าภาครัฐไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย..  เอาละถ้าจะคิดแต่เงินๆๆๆ  ก็ลองคิดแบบเร็วๆ เร่งรัดเร่งด่วนในการช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับคนในบ้านเมือง (ยกเว้นข้าราชการ) โดยช่วยเหลือสักคนละ 100 บาทต่อเดือน หรือจะคิดเหมาเป็นครอบครัวๆ 500-1000 บาทต่อเดือน (อยู่ที่ความเป็นไปได้)  ด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีเจ้าบ้าน.. หรือจะเป็นใครก็ได้ในครอบครัวที่มีชื่อตามทะเบียนราษฎร์.. ส่วนครอบครัวใดที่ไม่มีหมายเลขบัญชีธนาคาร  ก็ยกหน้าที่ในการจ่ายเงินไปให้กำนันผู้ใหญ่บ้านตรวจสอบและดำเนินการ โดยโอนเงินผ่านกองทุนชุมชนที่มีอยู่แล้ว.. ก็น่าจะทำได้ไม่ยาก

ส่วนการช่วยเหลือค่าสาธารณูปโภคค่าไฟฟ้า/น้ำประปา เมื่อวานได้ยินว่าจะมีข่าวดี ถึงมาตรการช่วยเหลือที่ออกมา.. หลงดีใจแทนคนไทยเพราะคิดว่าจะมีการยกเลิกเก็บค่ากระแสไฟฟ้า/น้ำประปา ในระดับครัวเรือน เพื่อเป็นการช่วยเหลือในยามที่ทุกคนเดือดร้อนนี้ สัก 3 เดือน.. แต่ที่ไหนได้.. ไม่ใช่อย่างที่คิด.. ช่างผิดหวังแทนพี่น้องประชาชนคนอย่างเราๆ ที่เคราะห์ซ้ำกรรมซัด  มาตรการต่างๆ ที่ภาครัฐคิดออกมาช่วยเหลือประชาชนแต่ละเรื่องแต่ละอย่างมันก็ช่างกะปลกกะเปลี้ยเหมือนคนพิการ..  วันนี้ทุกคนจึงต้องพึ่งตัวเองให้มากที่สุด อย่าไปคาดหวังหรือรออะไรที่มันมองไม่เห็นอีกเลย.. ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนครับ..

4/08/2563

องค์กรสิทธิ์ฯ คุณทำเพื่อใคร? ในวันที่ชาวบ้านเดือดร้อนด้วยโรคระบาด...


นับตั้งแต่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา  เพื่อเป็นอีกมาตรการหนึ่งในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  วันนี้ผ่านมาแล้ว 5 วัน   พบว่ายอดของผู้ติดเชื้อฯ รายใหม่ ได้ลดลงอย่างต่อเนื่องจากหลักร้อยเหลือเป็นหลักสิบ  ตามที่ นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน  โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ได้แถลงเมื่อวันที่ 7 เมษายน พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รายใหม่ 38 คน รวมผู้ติดเชื้อทั้งประเทศ 2,258 คน และเสียชีวิตแล้ว 27 คน  คำแถลงดังกล่าวนี้ทำให้ผู้คนเริ่มมีความหวังและเห็นความเป็นไปได้จริง.. ในการที่จะหยุดยั้งโรคระบาดในครั้งนี้กันบ้างแล้ว.. และความสำเร็จที่กำลังเกิดขึ้นนี้.. ล้วนแล้วแต่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องประชาชนทุกคนในบ้านเมืองนี้ในการปฏิบัติตามคำแนะนำ ข้อบังคับ และกฎหมาย อย่างเคร่งครัดนั่นเอง.. 

ในวันแรกที่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน  มีการแสดงความคิดเห็นกันอย่างหลากหลายในโลกออนไลน์ มีทั้งที่สนับสนุนมาตรการนี้ และมีทั้งที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาของคนที่มีเหตุผลและความคิดที่แตกต่างกันไป.. แต่การแสดงความคิดเห็นที่ทำให้คนในโลกออนไลน์ และคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้.. ต้องแปลกใจกันมาก ก็คือ..  เมื่อวันที่ 5 เมษายน องค์กรสิทธิมนุษยชน 4 องค์กร ได้แก่ กลุ่มด้วยใจ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพิเศษ JASAD และเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี ยื่นข้อเรียกร้องต่อผู้ก่อความไม่สงบและทางการไทย เพื่อหวังสร้างผลงานโดยใช้สถานการณ์โรคระบาดครั้งนี้ อย่างหน้าด้านๆ เลยที่เดียว.. องค์กรสิทธิมนุษยโจรพวกนี้.. มีความพยายามจะยกระดับความรุนแรงในพื้นที่ให้กลายเป็นสงคราม จึงได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ยุติการใช้อาวุธ.. ซึ่งเป็นที่เรื่องที่น่าขำและตลกสิ้นดี..

ประเทศไทยเป็นชาติที่มีเอกราชและมีกฎหมายภายใน เช่นเดียวกับทุกประเทศในโลก ใครทำผิดกฎหมายบ้านเมืองก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมซึ่งเป็นไปตามหลักสากลอยู่แล้ว และกฎหมายไทยก็ไม่ได้โหดร้ายทารุณเหมือนกับหลายๆ ประเทศในภูมิภาคนี้ด้วยซ้ำ.. การที่กลุ่มคนพวกนี้ออกมาแสดงท่าทีดังกล่าว.. ทำให้เกิดคำถามขึ้นมากมายในสังคม โดยเฉพาะกับคนในพื้นที่ชายแดนใต้ ที่ได้เห็นธาตุแท้ของกลุ่มองค์พวกนี้อย่างชัดเจนแล้ว.. เพราะไม่รู้ว่าที่ผ่านมา.. จะกี่ครั้งกี่หน.. ก็มีเพียงลมปาก.. ออกมาสร้างผลงานเอาดีใส่ตัว.. แบบนี้อยู่ร่ำไป..

ในยามนี้ ที่ชาวบ้านเขาเดือดร้อนกันด้วยโรคระบาดอยู่ขณะนี้.. ถ้าคนพวกนี้มีความจริงใจบ้างสักนิด  องค์กรสิทธิ์พวกนี้ คงจะลงไปแจกหน้ากากให้ชาวแก่บ้าน.. หรือไม่ก็คงจะไปช่วยชาวบ้านทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะกันบ้างแล้ว.. แต่ความจริงเกิดอะไรขึ้นบ้าง.. ก็เห็นๆ กันอยู่  และที่สำคัญที่สุดก็คือ.. กลุ่มบีอาร์เอ็น เป็นเพียงกลุ่มนอกกฎหมาย ที่ได้ทำผิดกฎหมายบ้านเมืองของประเทศไทยมานานแล้ว  โดยมีความผิดมีพยานหลักฐานปรากฏอย่างชัดแจ้ง..   

และสาเหตุสำคัญที่ภาครัฐมีความพยายามในการพูดคุยกับบีอาร์เอ็นนี้ ก็ด้วยความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาและหวังที่จะให้พื้นที่เกิดความสงบสุข ชาวบ้านจะได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติดังเช่นในอดีตที่ผ่านมา..  แต่กลุ่มสิทธิมนุษยโจรพวกนี้ กลับนิยมยกย่องโจรที่ทำผิดกฎหมายบ้านเมืองไทย..  จึงอยากจะตะโกน.. ถามแทนคนไทยและพี่น้องชายแดนใต้ว่า.. กลุ่มองค์กรสิทธิพวกนี้ว่า.. พวกคุณไม่เคยมีความสำนึกถึงคุณแผ่นดินถิ่นเกิดที่คุณได้อยู่ได้อาศัยจนมาถึงวันนี้กันบ้างเลยหรือ.. คุณจ้องแต่จะหาผลประโยชน์เพื่อตัวคุณเองหรือเปล่า.. เพราะสิ่งที่พวกคุณกำลังทำอยู่ขณะนี้นั้น มันส่อแสดงออกมาอย่างชัดเจนแล้วว่า.. จริงๆ แล้วคุณทำเพื่อใคร..

เปิดใจแนวร่วมฯ ขอยอมถูกจับเพื่อได้กลับมาหาครอบครัว.. เพราะเห็นธาตุแท้และได้รู้ความจริงแล้วว่า.. ถูกหลอกใช้ให้ตายฟรี..


จากการจับกุมตัวผู้ต้องหา ที่ลอบวางระเบิดในกรุงเทพฯ เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 62   ได้ที่บ้านพักในอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ในวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมานี้  จากการสอบสวนนายสุกรี ดือรามัน ในเบื้องต้นนั้นให้การรับสารภาพ.. และสิ่งที่ทำให้ทุกคนเกิดความรู้สึกสะท้อนใจก็คือ คำพูดที่เจ้าตัวเปิดใจว่า ไม่เคยเห็นความจริงใจของกลุ่มขบวนการฯ เลยสักครั้งเดียว  ที่ผ่านมานั้น เขาถูกปลูกฝังความคิดความเชื่อ ถูกหลอกใช้ให้เชื่อว่า.. การกระทำการณ์และการก่อเหตุร้างต่างๆ นั้น เป็นการทำงานและการต่อสู้เพื่อพระเจ้า.. เขาจึงยอมทำทุกอย่างที่ผิดพลาดตลอดมา..  

แท้ที่จริงแล้ว.. มันไม่ใช่เลย.. มันไม่ถูกต้องเลย.. กับการไปทำร้ายผู้บริสุทธิ์ที่ไม่รู้เรื่องราวและมีความเกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย..  ที่ผ่านมาเขาได้เห็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่ถูกวิสามัญฯ ในการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ คนแล้วคนเล่า.. ที่ต้องตายไปอย่างไร้ค่า.. ถูกสังคมประณามตีตราว่าเป็นคนเลว.. ในการสร้างความเดือดร้อนความวุ่นวายไปทั่ว  ชาวบ้านพากันด่าทอสาปแช่งดูถูกเหยียดหยาม.. จนทำให้เขาต้องหันกลับมามองดูตัวเอง คิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ  

ในวันที่มีการเกิดโรคระบาดแพร่กระจายไปทั่ว.. ด้วยความเป็นห่วงครอบครัว ความเป็นห่วงแม่ซึ่งเป็นคนที่เขารักมากที่สุดยิ่งกว่าใครในโลกนี้..  เขาจึงตัดสินใจเสี่ยงที่จะเดินทางกลับบ้านไปหาแม่ทั้งที่รู้ว่าอาจจะถูกจับกุม เพราะมีความผิด/มีหมายจับ ป.วิอาญา  เพราะที่ผ่านมาต้องหลบๆ ซ่อนๆ ต้องหนี ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากมาโดยตลอด.. จนถูกจับกุมดังกล่าว

แม้ว่า สุกรีฯ จะถูกจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย.. แต่สุกรีฯ ก็ยังมีชีวิตอยู่.. และได้สัมผัสกับอ้อมกอดจากคนที่เขารักมากที่สุด.. เขาได้รับอ้อมกอดจากแม่อย่างที่เขารอคอยแล้ว..  ถึง สุกรีฯ จะต้องชดใช้กรรมในสิ่งที่เขาได้ทำเอาไว้ตามกระบวนการยุติธรรมก็ตาม.. แต่วันนี้.. เขาก็ยังมีโอกาสได้เห็นหน้าแม่ของเขาอีก.. ต่างจากเพื่อนร่วมอุดมการณ์หลายๆคน ที่หมดโอกาสและสิ้นลมหายใจไปอย่างน่าเสียดาย..

ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคน.. ในวันที่ยังต้องทุกข์ยากลำบาก..


ในช่วงชีวิตของทุกคนที่เกิดมา ตั้งแต่เกิดจนตายจากโลกนี้ไปนั้น แต่ละคนล้วนมีชะตาชีวิตและเคราะห์กรรมที่ทำให้วิถีชีวิตของแต่ละคนต้องเดินไปตามเส้นทางที่หลากหลายแตกต่างกัน.. อดีตที่ผ่านมา ผู้คนอาจจะไม่ได้ใส่ใจ หรือให้ความสำคัญกับคนรอบข้างในสังคมมากนัก เพราะทุกคนล้วนมีภาระความรับผิดชอบต่อตัวเองและครอบครัวที่แตกต่างกันไป

แต่วันนี้.. วันที่เกิดวิกฤตกับชีวิตของมวลมนุษยชาติ วันที่มีโรคระบาดแพร่กระจายไปทั่วโลก มีผู้คนต้องเสียชีวิตสังเวยโรคร้าย ที่ชื่อไวรัสโควิด-19 นี้ไปทั่วโลกล้านกว่าคนแล้ว.. ในขณะที่ประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รวม 2 พันกว่าคน และเสียชีวิตจากโรคนี้ไปแล้ว 20 คน 

เป็นที่น่าสังเกตว่า ในช่วง 3 วันที่ผ่านมานี้ จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด  มีความเป็นไปได้ว่าส่วนหนึ่งมาจากมาตรการของภาครัฐในการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทั่วประเทศ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็ได้กำหนดมาตรการขึ้นเป็นการภายในของแต่ละจังหวัด  

แต่ทั้งหมดทั้งมวลที่จะสามารถหยุดยั้งเจ้าโรคระบาดนี้ได้จริงๆ ก็คือ ตัวเราเองนี่แหละ  ถ้าทุกคนมีความเข้าใจในการป้องกันตัวเอง และมีความเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ไม่เห็นแก่ตัวไม่เห็นแก่ได้ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น ทำตามกฎกติกาของส่วนรวม เจ้าไวรัสโควิด-19 ก็คงจะต้องสิ้นฤทธิ์ ไม่สามารถแพร่ระบาดและทำร้ายผู้คนได้เพิ่มขึ้นอีกอย่างแน่นอน  จึงขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคน.. ให้สามารถก้าวข้ามความทุกข์ยากลำบากในยามนี้ไปให้ได้ด้วยกัน..

4/01/2563

ภาคประชาสังคมฯ และกลุ่ม BRN ใช้การเกิดโรคระบาด ออกแถลงการณ์สร้างผลงาน.. กันอย่างสอดคล้องลงตัว..

     การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในเวลานี้   ภาคประชาสังคมฯ หลายองค์กรในประเทศไทย ได้ออกมาแสดงบทบาทออกมาในเวลาที่ใกล้เคียงได้อย่างสอดคล้องต้องกัน พร้อมกับกลุ่ม BRN ซึ่งเป็นกลุ่มนอกกฎหมายกลุ่มหนึ่งที่มีส่วนในการสร้างเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของไทย  และดูเหมือนว่าภาคประชาสังคมฯ กับกลุ่ม BRN จะออกมาแสดงบทบาทได้เป็นจังหวะจะโคนราวกับเป็นวงดนตรีคณะเดียวกันเลย.. เพียงเพื่อที่จะให้ดูดีมีบทบาทในสังคม ผสมกับการยกระดับให้การรับรองกลุ่ม BRN ไปด้วย..ใช่หรือไม่.. วันนี้ภาคประชาสังคมฯ ต้องการให้ BRN เป็นกลุ่มถูกกฎหมายแล้วหรือ.. ลองมาพิจารณาไล่เรียงเหตุการณ์และดูความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงในเรื่องนี้.. ไปด้วยกัน
     วันที่ 25 ธันวาคม 2562  มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่เฝ้าระวังและบันทึกเรื่องราวกรณีการทรมานและการปฏิบัติอันโหดร้ายในประเทศไทย  เผยแพร่ปฏิญญาสากล Safe School เพื่อการคุ้มครองเด็กในสถานการณ์จังหวัดชายแดนใต้ (https:// voicefromthais.wordpress.com) โดยกล่าวว่า เราทำอะไรกันน้อยไปไหมเรื่องการคุ้มครองเด็กในสถานการณ์จังหวัดชายแดนใต้ หลักการที่กล่าวถึง Safe School ตามหลักสากล จะนำมาปรับใช้ได้อย่างไรหรือไม่ สถานการณ์ในพื้นที่ดูเหมือนว่าจะมีใครคิดทำอะไรกับเด็กในจังหวัดชายแดนใต้  สรุปสาระสำคัญที่อ้างหลักสากลเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือ ไม่ต้องการให้ทหารเข้าไปทำกิจกรรมในโรงเรียนนั่นเอง ซึ่งนอกจากการเผยแพร่เรื่องราวดังกล่าวแล้ว ยังมีความพยายามที่จะเสนอรัฐบาลให้การรับรองเรื่องนี้ด้วย
     วันที่ 15 มกราคม 2563  กลุ่ม BRN แสดงละคร ด้วยการลงนามฝ่ายเดียวว่าด้วยเรื่อง การปกป้องเด็ก จากผลกระทบของการขัดกันทางอาวุธ (Armed Conflict) เพื่อแสดงตัวตนยกระดับกลุ่มให้มีบทบาทในเวทีโลก ซึ่งขัดกับความจริงที่ผ่านมา เพราะคนกลุ่มนี้เคยทำร้ายเด็กๆ ในพื้นที่ชายแดนใต้ให้ได้รับเคราะห์กรรมอย่างแสนสาหัส  เช่น เด็กไม่มีที่เรียนหนังสือเพราะโรงเรียนถูกเผา  เด็กไม่มีครูสอนหนังสือเพราะครูถูกยิงตาย และที่เลวร้ายกว่านั้นก็คือ การลอบวางระเบิดเพื่อทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ซึ่งมีเด็กและพ่อแม่ผู้ปกครองต้องบาดเจ็บล้มตาย  ทำให้มีเด็กๆ ในพื้นที่ชายแดนใต้ ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เด็กต้องเผชิญชะตากรรมอย่างสิ้นหวัง เมื่อขาดเสาหลักกลายเป็นกำพร้าอย่างน่าสงสาร เพราะพฤติกรรมความเลวร้ายของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ ซึ่งกลุ่ม BRN ให้การสนับสนุนและสั่งการให้ก่อเหตุมาจนถึงทุกวันนี้
     หลังจากลงนามแล้ว  แทนที่กลุ่ม BRN จะปฏิบัติตามสัญญาที่ตัวเองได้ลงนามไปแล้ว แต่กลับมีการสั่งการให้แนวร่วมปฏิบัติการก่อเหตุร้ายและลอบวางระเบิดอย่างต่อเนื่อง
     วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563  มีการลอบวางระเบิดที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา  เป็นเหตุให้เด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 คน 
     วันที่ 17 มีนาคม 2563  ปล้นรถชาวบ้านแล้วจับมัดไว้ ก่อนนำรถไปประกอบระเบิด แล้วขับไปจอดไว้ที่หน้า ศอ.บต. ในพื้นที่เมืองยะลา  แล้วกดระเบิด  ทำให้ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บ รวม 18 คน
     วันที่ 20 มีนาคม 2563  ลอบวางระเบิด ชุดกิจการพลเรือน ทพ.45 หลังจากร่วมกับชาวบ้านทำความสะอาดมัสยิด บ.ลาไม ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส  เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 นาย
     มีความเป็นไปได้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 17 มีนาคมนั้น มีการสั่งการให้ก่อเหตุในเขตเมือง เพื่อหวังผลในการเบี่ยงเบนความสนใจตอบโต้เจ้าหน้าที่ ที่ได้ปิดล้อมเพื่อบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่มีหมาย ป.วิอาญา คดีสำคัญหลายคดี ในพื้นที่บริเวณเขื่อนปัตตานี ต.ตาเซะ อ.เมือง จ.ยะลา  จนเกิดการปะทะกันขึ้นเมื่อวันที่ 16 มีนาคม เป็นเหตุให้ผู้ก่อเหตุฯ เสียชีวิต 3 ราย เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 4 นาย  จึงมีการสั่งการให้ก่อเหตุระเบิดในเขตเมือง เพื่อดึงความสนใจและหวังจะให้เจ้าหน้าที่ถอนกำลังออกจากการปิดล้อมเข้าไปในเขตเมือง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น กลับกลายเป็นการทำร้ายซ้ำเติมพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ขึ้นในพื้นที่พอดี ชาวบ้านจึงพากันด่าทอสาปแช่งกับการกระทำที่เลวร้ายนี้   

     ส่วนการปิดล้อมเพื่อบังคับใช้กฎหมายบริเวณเขื่อนปัตตานี ที่เริ่มปฏิบัติมาตั้งแต่ วันที่ 12 มีนาคมนั้น ยังคงดำเนินต่อไป และเกิดการปะทะกันอีกครั้งในวันที่ 18 มีนาคม ผู้ก่อเหตุฯ เสียชีวิต 1 ราย เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 2 นาย  ความพยายามที่จะตอบโต้การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่จึงมีอีกครั้ง ด้วยการลอบวางระเบิดที่ บ.ลาไม ในวันที่ 20 มีนาคม ดังกล่าวซึ่งในปัจจุบันการปิดล้อมบริเวณเขื่อนปัตตานี ยังไม่เสร็จสิ้น มีการปรับเปลี่ยนวิธีการและลดจำนวนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติลงให้เหลืออยู่เฉพาะที่จำเป็น เนื่องจากยังมีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงหลบซ่อนอยู่บริเวณเกาะกลางน้ำอีก 3 คน
     จากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นดังกล่าว  ภาคประชาสังคมทั้งในและนอกพื้นที่ชายแดนใต้.. (เจ้าเก่า)  พากันออกมาเคลื่อนไหวออกมาแสดงท่าที เพื่อสร้างผลงานกันทันที
     วันที่ 20 มีนาคม 2563  มูลนิธิผสานวัฒนธรรม เครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานีและกลุ่มด้วยใจ แถลงการณ์เรื่องความสูญเสียที่ริมเขื่อนปัตตานี และการระเบิดที่ ศอ.บต. ว่าขัดกับแนวทางสันติวิธีและลดทอนบทบาทของการเจรจาสันติภาพ โดยสรุปเนื้อหาก็ยังเป็นการกล่าวอ้างการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งอาจเป็นยุทธิวิธีที่ขัดกับแนวทางสันติวิธีและลดทอนความพยายามในการเจรจาสันติภาพของคู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะเห็นได้ว่า แถลงการณ์นี้มีความพยายามในการรับรองสถานะและยกระดับกลุ่ม BRN ขณะเดียวกันก็พูดถึงการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ว่าไปสร้างความเดือนร้อนให้ประชาชน
     วันที่ 21 มีนาคม 2563  สำนักปาตานีรายาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา(LEMPAR) ซึ่งเรียกตัวเองว่า เป็นกลุ่มภาคประชาสังคมที่มีแนวทางการทำงานสอดคล้องกับกลุ่มนักศึกษาในพื้นที่ ที่เคยออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ในการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ  ได้ออกแถลงการณ์พิเศษ ผ่านสื่อออนไลน์ https://www.facebook.com/Lempar-The-Academy-Of-Patani-Raya-For-Peace-and-Development เรียกร้องรัฐและBRN ให้หยุดปฏิบัติการทางอาวุธอย่างไม่มีกำหนด จนกว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะกลับมาสู่ภาวะปกติ  แถลงการณ์นี้มีความพยายามในการรับรองสถานะและยกระดับกลุ่ม BRN  โดยใช้สถานการณ์ที่เกิดโรคระบาด เรียกร้องให้มีการยุติการใช้อาวุธ ในวันที่มีการลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ที่ บ.ลาไม  เป็นความพยายามเพื่อกดดันการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่โดยตรง เพราะตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงไม่เคยสนใจข้อเรียกร้องใดจากใครเลย
     วันที่ 24 มีนาคม 2563  สหพันธ์นิสิตนักศึกษานักเรียนและเยาวชนปาตานี PerMAS ได้ส่งสาส์นผ่านสื่อออนไลน์ในเพจของกลุ่ม(https://www.facebook.com/The-Federation-of-Patani-Students-and-Youth-PerMAS) แสดงความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนชาวปาตานีและชาวไทย ที่กำลังต่อสู้กับภัยร้ายที่กำลังระบาดของ Covid-19  ต่อเหตุการณ์ความรุนแรงและการใช้อาวุธยังคงมีให้เห็นหลายเหตุการณ์ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนชาวปาตานี.  ยังกังวลต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการละเมิดหลักมนุษยธรรมที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่.  การเปิดพื้นที่ทางการเมืองสู่การกำหนดชะตากรรมตนเองของประชาชนเป็นแนวทางที่สำคัญที่นำไปสู่สันติภาพ  สาส์นนี้ใช้สถานการณ์โรคระบาด เพื่อแสวงประโยชน์แสดงบทบาทของกลุ่มเรียกร้องโจมตีเจ้าหน้าที่/ประเทศไทยในเรื่องสิทธิมนุษยชน เพื่อนำไปสู่การกำหนดใจเพื่อปกครองตนเอง
     วันที่ 27 มีนาคม 2563 กลุ่ม BRN ออกแถลงการณ์แสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ผ่านพ้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น (https://www.facebook.com/watch/wartanimap) การใช้สถานการณ์โรคระบาดออกมาแสดงความห่วงใยผู้คนในครั้งนี้ นับเป็นความพยายามเคลื่อนไหวแสดงบทบาทในการมีตัวตนมีองค์กรของกลุ่มต่อสาธารณะ แต่ก็คงไม่สามารถทำให้คนในพื้นที่ชื่นชมนิยมชมชอบไปได้ เพราะได้สร้างความเดือดร้อนให้คนในพื้นที่นี้มาอย่างต่อเนื่อง
     เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในชายแดนใต้ ทำให้ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ต้องรับเคราะห์กรรมที่เกิดจากน้ำมือของคนชั่วมายาวนาน เพราะไม่มีคนดีที่ไหนจะไปไล่ฆ่าไล่ยิงลอบวางระเบิดสร้างความเดือดร้อนให้กับคนทั่วไปได้อย่างแน่นอน  วันนี้ ภาคประชาสังคมฯ ออกมาเรียกร้องอะไรกันบ้าง เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือคนดี หรือคนชั่ว.. สังคมคงจะให้คำตอบได้.. ว่าการแสดงบทบาทที่เหมือนว่าจะดูดี ในยามที่ประชาชนทั้งประเทศทั้งโลก กำลังทุกข์ยากลำบากเพื่อต่อสู้กับโรคระบาดร้ายแรงในครั้งนี้.. ความเห็นอกเห็นใจและข้อเรียกร้องต่างๆ ที่ออกมานั้น..  เพื่อประโยชน์ของสังคม ของพี่น้องประชาชน อย่างแท้จริงหรือไม่.. หรือเพียงแค่ฉกฉวยโอกาส สร้างผลงานเพื่อใช้ประกอบการรายงานเพื่อรับผลประโยชน์ค่าตอบแทนเท่านั้นเอง.. 

3/23/2563

ภาคประชาสังคมชายแดนใต้.. อ้างโควิด-19 เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่หยุดปฏิบัติหน้าที่.. เพื่อใคร..



สำนักปาตานีรายาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา(LEMPAR) เรียกตัวเองว่า เป็นกลุ่มภาคประชาสังคมที่มีแนวทางการทำงานสอดคล้องกับกลุ่มนักศึกษาในพื้นที่ที่เคยออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ในการบังคับใช้กฎหมายพิเศษตั้งแต่ปี 2550  ได้ออกแถลงการณ์พิเศษ เมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา   โดยเรียกร้องรัฐและBRN หยุดปฏิบัติการทางอาวุธอย่างไม่มีกำหนด จนกว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะกลับมาสู่ภาวะปกติที่ควบคุมได้โดยไม่ส่งผลเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตของผู้คนอีกต่อไป  โดยมีข้อเรียกร้อง ความว่า..  “ขอเรียกร้องรัฐและBRN โปรดเห็นแก่ความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนเป็นที่ตั้ง ด้วยการดำเนินการยุติปฏิบัติการทางอาวุธหรือการสู้รบกันอย่างไม่มีกำหนด จนกว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะกลับมาสู่ภาวะปกติที่ควบคุมได้ โดยไม่ส่งผลเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตของผู้คนและพี่น้องประชาชนอีกต่อไป ”
ฟังแบบผิวเผินก็ดูเหมือนว่าจะดี..  แต่พิจารณาดูดีดีแล้ว.. เอ๊..นี่มันยังไงกันแน่..  กับแถลงการณ์นี้..  ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเป็นฝ่ายสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2503 ที่มีการประกาศก่อตั้งขบวนการ BRN คนกลุ่มนี้ก็สร้างความเลวร้ายด้วยการปล้นฆ่าชาวบ้าน เรียกเก็บค่าคุ้มครอง จับตัวเรียกค่าไถ่ สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในพื้นที่ในทุกรูปแบบมาโดยตลอด   ตั้งแต่ปี 2547  คนกลุ่มนี้ได้เพิ่มความเลวร้ายด้วยการสร้างความรุนแรงให้มากขึ้นดังที่ทราบกันดี  ไม่ว่าจะเป็นการลอบวางระเบิดเพื่อสร้างความหวาดกลัว/ทำร้ายผู้บริสุทธิ/ประชาชนทั่วไปและเจ้าหน้าที่  การยิงครู/เผาโรงเรียน เพื่อสร้างความหวาดกลัวและทำร้ายเด็กๆ การเผาสถานที่ราชการและระบบสาธารณูปโภค ซึ่งทำให้ประชาชนทั่วไปต้องได้รับความเดือนร้อน และอีกสารพัดความเลวร้ายที่คนกลุ่มนี้สร้างขึ้นในพื้นที่..  และล่าสุดกับเหตุการณ์ลอบวางระเบิดหน้า ศอ.บต. เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยคนร้ายได้หลอกลวงปล้นรถชาวบ้านแล้วจับมัดไว้ ก่อนนำรถไปประกอบระเบิด โดยใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่จะนำรถคันดังกล่าวไปจอดไว้ที่หน้า ศอ.บต. ในพื้นที่เมืองยะลา  แล้วกดระเบิด/สร้างความเสียหาย ทำให้ชาวบ้านผู้บริสุทธิได้รับบาดเจ็บ รวม 18 คน ตามที่ปรากฏเป็นข่าวครึกโครม..
ผ่านมาอีกไม่กี่วัน  เมื่อมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ โควิด-19 ลุกลามเข้ามาในพื้นที่จังหวัดภาคใต้  เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้เร่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ประชาชนทั่วไปรับรู้ถึงวิธีการป้องกันตัวเอง เพื่อเป็นการป้องกันในเบื้องต้น  รวมถึงได้มีการรณรงค์ทำความสะอาดกำจัดเชื้อโรคตามมัสยิดและสถานที่ราชการในพื้นที่ โดยมีกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 จัดสัปดาห์ละครั้ง  แต่เหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ก็คือ ในวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา หลังจากชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ได้ทำความสะอาดมัสยิด บ.ลาไม ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส  ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดกิจการพลเรือน ทพ.45 เดินทางออกจากการทำกิจกรรมดังกล่าว  กลุ่มคนร้ายได้ลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ฯ บริเวณถนนในหมู่บ้าน ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 นาย
จึงเป็นคำถาม.. ที่สังคมส่วนรวม โดยเฉพาะคนในพื้นที่ชายแดนใต้.. อยากได้คำตอบจาก สำนักปาตานีรายาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา(LEMPAR) ว่า สิ่งที่ออกมาแถลงการเรียกร้องนั้น..  มีเจตนาอะไรกันแน่..  อยากจะแสดงบทบาทอะไร..  อยากจะช่วยเหลือชาวบ้านจริงๆ หรือเปล่า.. ถ้าอยากจะช่วยชาวบ้านจริงๆ ทำไมไม่ประณาม การกระทำของผู้ก่อเหตุรุนแรง และ BRN ที่ออกมาทำร้ายซ้ำเติมพี่น้องประชาชนในยามทุกข์ยากอยู่ขณะนี้.. แทนที่จะเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่หยุดปฏิบัติหน้าที่.. หรือกลัวว่า คนร้ายที่กำลังหลบหนีการติดตามจับกุมจะตายเพิ่มอีก.. หรือยังไง.. ช่วยตอบสังคมทีเถอะ

---------------------------

3/17/2563

ละครลวงโลกเพื่อยกระดับปัญหาชายแดนใต้ของไทยไปสู่เวทีโลก


            ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ของไทย ที่ปรากฏชัดเจนมาตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.2547 จนถึงปัจจุบัน มีการลักลอบเผาโรงเรียนของรัฐบาลไปมากกว่า 320 แห่ง เผาบ้านเรือนประชาชนไป 300 กว่าหลังคาเรือน  เผาสถานที่ราชการไป 120 กว่าแห่ง  ประชาชนทั่วไปรวมทั้งผู้นำท้องถิ่นและผู้นำศาสนา ถูกยิงเสียชีวิต 2,945 คน บาดเจ็บ 6,276 คน  นี่ยังไม่นับรวมผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ตำรวจ ทหาร ครู อาสาสมัคร และคนร้ายผู้ก่อเหตุฯ ที่เสียชีวิตรวมกันอีกนับพันกว่าคน (ข้อมูลสถิติฯ จากฝ่ายความมั่นคงฯ ตั้งแต่ มกราคม 2547 ถึง ตุลาคม 2562)
            เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้น ตั้งแต่อดีตจนถึงทุกวันนี้  ยังไม่เคยมีใครออกมาแสดงตัวตนว่าเป็นผู้สั่งการ/ก่อเหตุ หรือออกมาแสดงความรับผิดชอบว่าเป็นฝีมือของคนกลุ่มไหนเลยแม้แต่ครั้งเดียว.. ซึ่งฝ่ายรัฐก็พยายามหาทางยุติปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยการพูดคุยกับกลุ่มที่คิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ ซึ่งก็มีอยู่หลายกลุ่มด้วยกัน และกลุ่มที่น่าจะมีบทบาทมากที่สุดในขณะนี้ก็คือ กลุ่มบีอาร์เอ็น (Barisan Revolusi Nasional Melayu Patani  :  ขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี)  ซึ่งกลุ่มบีอาร์เอ็น ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 13 มีนาคม พ.ศ.2503 โดย อุสตาซ อับดุลการิม ฮัสซัน ในเวลานั้นได้การวางแผนก่อเหตุในวันฮารีรายอ 18 มีนาคม พ.ศ.2504 แต่เจ้าหน้าที่สืบทราบล่วงหน้าจึงถูกจับกุม โดย หะยีอามีน โต๊ะมีนา บุตรชายของหะยีสุหลง อับดุลกาเดร์ ถูกจับกุมด้วย และถูกจำคุกจนถึง พ.ศ.2508 เมื่อพ้นโทษ หะยีอามีนฯ จึงลี้ภัยไปอยู่มาเลเซียจนเสียชีวิต 
            เหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้ จึงเกิดขึ้นมาต่อเนื่องยาวนานนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนถึงปี 47 ที่ปรากฏความรุนแรงชัดเจนดังที่เราท่านทราบกันดี ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ยังไม่เคยมีการออกมาแสดงตัวตนว่า เหตุร้ายความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้น กลุ่มบีอาร์เอ็นเป็นผู้สั่งการให้แนวร่วมเป็นผู้ก่อเหตุฯ ไม่เคยเลยที่จะออกมาแสดงความรับผิดชอบว่าเป็นฝีมือของคนกลุ่มของตนเองแม้แต่ครั้งเดียว
            มาถึงวันนี้ กลุ่มบีอาร์เอ็น เดินหมากหวังรุกทางการเมืองเพื่อแสดงตัวตนในเวทีโลก ด้วยการลงนามในคำแถลงฝ่ายเดียว ว่าด้วยเรื่อง การปกป้องเด็ก จากผลกระทบของการขัดกันทางอาวุธ (Armed Conflict) เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา  ซึ่งมีการเผยแพร่เอกสารดังกล่าวในเว็บไซต์ theirwords.org  โดย Geneva Call ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่เรียกร้องให้กลุ่มติดอาวุธทั่วโลกเคารพในหลักการและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศที่ว่านี้.. 
            ละครฉากนี้ กลุ่มบีอาร์เอ็นแสดงได้อย่างหน้าไม่อายเลยจริงๆ  ที่ผ่านมาทำอะไรไว้บ้าง.. เด็กๆ ในพื้นที่ชายแดนใต้ต้องรับเคราะห์กรรมไม่มีที่เรียนหนังสือเพราะโรงเรียนถูกเผา  เด็กเหล่านี้มีจำนวนเท่าไร..    แล้วการก่อเหตุยิงครูตายไปอีกจำนวนเท่าไรเพราะทำให้เด็กๆ ไม่มีคุณครูสอนหนังสือ..  และที่เลวร้ายกว่านั้นก็คือ กลุ่มบีอาร์เอ็นวางระเบิดและยิงได้แม้กระทั้งเด็กๆ พ่อแม่เด็กที่ถูกฆ่าตายจนเด็กๆ ต้องเป็นกำพร้า ไร้หลักชีวิตสิ้นอนาคตไปอีกเท่าไหร่..  แล้วอย่างนี้ กลุ่มบีอาร์เอ็น ยังจะมีหน้าไปแสดงละครบนเวทีโลก เพื่อปกป้องเด็ก อีกกระนั้นหรือ.. เห็นแล้วมันช่างน่ารังเกียจกับพฤติกรรมความชั่วที่ได้สร้างสมมาจริงๆ องค์กรอิสระที่ร่วมลงนามหรือรับรองอะไรก็ตาม ดูเหมือนจะแค่หลับหูหลับตาทำกันไปเรื่อยเปื่อยเพื่อให้มีผลงาน  ไม่ได้มีหลักเกณฑ์มีการตรวจสอบคุณสมบัติความเหมาะสมของกลุ่มที่จะไปลงนามอะไรด้วยเลย.. ว่ามีเหตุผลมีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใดกับพฤติกรรมความชั่วที่กลุ่มเหล่านั้นได้กระทำมาในอดีตจนถึงปัจจุบันอย่างไรบ้าง.. ใช่หรือไม่..
            หลังจากลงนามแล้วยังไม่ถึงเดือน กลุ่มบีอาร์เอ็นได้สั่งการให้แนวร่วมปฏิบัติการก่อเหตุลอบวางระเบิด ที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563  เป็นเหตุให้เด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 คน  แล้วแบบนี้ท่านองค์กรอิสระฯ จะว่ายังไงบ้าง.. กลุ่มบีอาร์เอ็นรู้สึกรู้สาอะไรบ้างหรือไม่ กับละครลวงโลกเพื่อยกระดับปัญหาเพื่อให้กลุ่มตัวเองดูดีมีความสำคัญขึ้นมา.. แต่ในความเป็นจริงแล้ว.. ก็เป็นได้แค่โจรใต้ที่คอยลอบกัด.. มีแต่ความทุเรศที่ชาวบ้านเขาสาปแช่งด่าทออยู่ทุกวัน กับพฤติกรรมความชั่วที่ทำมายาวนาน.. มาจนถึงทุกวันนี้.. นั่นล่ะ..

------------------------------

2/23/2563

วันนี้เรามีสิทธิเสรีภาพบนสื่อโซเชียล.. มากเกินไปหรือเปล่า..


เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นทุกวันนี้ ดูช่างมีมากมายเหลือเกิน อะไรพอใจไม่พอใจก็แสดงกันออกมาอย่างไร้จิตสำนึก ถูกผิดไม่สนใจ เอาสะใจเอามันกันเข้าไว้  เพราะทุกคนมีโทรศัพท์มือถือติดตัวทำให้มีเครื่องมือในการสื่อสารได้ตลอดเวลา  โดยความพยายามในการปลุกกระแสในสื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อให้เกิดความเกลียดชัง ไม่ยอมรับกฎกติกาของสังคมและกฎหมายของบ้านเมือง มีออกมาอย่างต่อเนื่อง เรียกว่าพูดทุกวัน เป่าหูทุกวัน ทำเรื่องผิดให้เป็นเรื่องถูก จนคนที่ได้รับสื่อเหล่านั้นคล้อยตามเอนเอียง และเกิดความหลงเชื่อกลายเป็นแนวร่วมไปในที่สุด โดยไม่สนใจอีกต่อไปว่าความจริงและความถูกต้องนั้นจะเป็นอย่างไร

ปัญหาในสื่อโซเชียล พบว่ายังมีการหลอกลวง เพื่อผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ อีกมากมายหลายรูปแบบที่เกิดขึ้นนั้น กองบังคับการปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ไม่สามารถดำเนินการลบหรือปิดกั้นโพสใดๆ ได้ทันที เพราะข้อมูลอินเทอร์เน็ตอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ให้บริการสื่อนั้นๆ การดำเนินการใดจำเป็นต้องเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย ที่ต้องมีผู้เสียหายมาร้องทุกข์กล่าวโทษด้วยตนเอง ณ สถานีตำรวจ หรือที่ บก.ปอท. แล้วเท่านั้น  จึงได้ให้คำแนะนำแนวทางและขั้นตอนในการแจ้งความเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ไว้ดังนี้
1. ให้ผู้เสียหาย เตรียมเอกสารส่วนตัว และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
2. กรณีที่เสียหายต่อชื่อเสียง ให้เตรียมหลักฐาน ที่พบว่ามีการกระทำความผิด เช่น ปรินส์เอกสารหน้าจอ หน้าเว็บไซต์ หน้าโปรแกรมไลน์ โปรแกรมเฟสบุค หรือหน้าเพจที่พบการกระทำความผิด
3. กรณีที่เสียหายต่อทรัพย์ ให้เตรียมหลักฐานที่พบการกระทำความผิด การหลอกลวง ปรินส์เอกสารออกมาจากระบบคอมพิวเตอร์ให้เรียบร้อย หลักฐานการโอนเงิน เป็นต้น
4. ให้ไปแจ้งความ ณ สถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุ สถานีตำรวจนครบาล หรือสถานีตำรวจภูธร หรือสามารถร้องทุกข์ได้ที่ บก.ปอท.

หลังจากที่องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา  ได้มีการแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนคำตัดสินตามพยานหลักฐานและข้อกฎหมาย และที่สำคัญคือฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน ได้มีการกล่าวหาโจมตีกระบวนการยุติธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งรวมไปถึงการทำงานของรัฐบาล  ซึ่งเรื่องดังกล่าวอาจนำไปสู่การละเมิดอำนาจศาล อันจะมีความผิดตามกฎหมายได้ หากว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงดำเนินการกล่าวโทษร้องทุกข์ตามกฎหมาย


จึงอยากเตือนสติผู้ที่ใช้สื่อโซเชียลมีเดียทั้งหลายว่า วันนี้ทุกคนต้องมีสติ มีวิจารณญาณ อย่าใช้อารมณ์ความรู้สึกตามกระแส เพราะอาจจะทำให้มีปัญหาเกิดขึ้นตามมาได้ในภายหลัง

2/22/2563

กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จพื้นที่ จชต. สร้างความปลาบปลื้มให้กับประชาชน


วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 08.30น. ด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ในพื้นที่จังหวัดยะลา  ณ  โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านปาโจแมเราะ  ตำบลแม่หวาด  อำเภอธารโต  จังหวัดยะลา  

มีเพจบางเพจพยายามโจมตีเชื้อพระวงศ์ที่เสด็จลงมาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ต่างๆ นาๆ อยากบอกให้เพจนี้ Cerita Patani รู้ว่าประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความยินดี มีความสุข และมีความต็มใจต้อนรับ เชื้อพระวงศ์ที่เสด็จลงมาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพราะพระองค์เสด็จมาเพื่อนำความร่มเย็นมาสู่พี่น้องประชาชนให้ความช่วยเหลือประชาชนทั้งด้านการรักษาพยาบาล  ด้านการศึกษา  ด้านการสร้างอาชีพ สร้างความเจริญให้กับท้องถิ่น


พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอประณามเพจนี้   Cerita Patani ที่สร้างข่าวบิดเบือน กับความเป็นจริง  สร้างข้อความอันเป็นเท็จ ใส่ร้ายป้ายสี  สร้างความเกียจชังให้กับประชาชน  อยากจะบอกดังๆว่า พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้รักและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์  และไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือของเพจชั่วๆ อย่างเพจนี้อย่างเด็ดขาด

...................................

2/20/2563

วันนี้.. สังคมได้เห็นกันอย่างชัดเจนแล้วว่า.. ใคร? เป็นผลผลิตจากการปลุกระดมบ่มเพาะในปอเนาะ/ตาดีกา..(ภาษามลายู)






Pada hari ini, Telah melihatlah oleh semua orang akan bahawasanya siapakah yang menjadi produk daripada hasutan dan inkubas di pondok dan Tadika dan Sekolah Swasta Islam.


Yang lalu, Telah dilhatkan akan beberapa kumpulan yang meusahakan untuk menyarukan oleh mereka itu untuk berhentikan oleh pegawai akan kegiatan yang berkaitan dengan kanak-kanak dan remaja sama ada ia di Tadika atau Pondak atau Sekolah Swasta Islam dengan menuduhkan ia akan bahawasanya telah melanggarkan oleh pegawai akan hak-hak kanak-kanak dan memusnahkan akan identity orang-orang di kawasan itu dan menakutkan akan kanak-kanak dan lain-lainnya yang memfitnahkan ia akan pegawai. Sesungguhnya pada datanglah oleh pegawai akan Tadika dan Pondok dan Sekolah Swasta Islam itu untuk mewujudkan ia akan kesedaran dan meluaskan ia akan dunia bagi kanak-kanak untuk mengatahuilah oleh mereka itu akan yang benar-benar dan yang betul dan mewujudkan ia kan kasih saying dan perpaduan di antara mereka itu untuk berkembang ia menjadi warga yang baik dan berkualiti dan berkehidupan didalam masyarakat dengan gembira.

          Pada masa lalu, Sebelum daripada tahun 1992 sehingga sekarang. Beberapa Pondok dan Tadika adalah matlamat yang penting bagi kumpulan kemerdekaan untuk memuterbelitkan ia akan ajaran Islam dengan menciptakan ia akan cerita dan mengarangkan ia dan mengisikan ia akan sejarah dan membangkitkan ia akan isu perbezaan perkuaman dan keagamaan untuk inkubasi dan menghasutkan ia untuk mewujudkan perbezaan untuk kanak-kanak dan remaja untuk berlahirkan ia akan kebencian akan orang kafir sehingga boleh menipukan ia dan menarikkan ia akan mereka itu untuk menyertai ia akan kumpulan kemerdekaan untuk menggunakan ia akan mereka itu sebagai alat untuk berbuatkan ia akan keganasan dan mewujudkan ia akan huru-hara di wilayah sempadan selatan seperti yang dilihatkan sehingga sekarang. Pada hal ini, Telah mengiktirafkan dan memberikan kepentingan  oleh pihak keselamatan akan dia. Maka memintalah ia akan kerjasama akan  pemilik Institusi pendidikkan untuk memantau ia dan mengawasi ia akan pengajaran dan pembelajaran di sekolahnya untuk  tidak menjadi ia sebagai tempat inkubasi dan tempat menciptakan idia yang salah dan tempat untuk bersembunyi oleh penkeganasan.


          Pada kira-kira tahun 2007. Telah mengadkan oleh pihak keselamatan akan pegawai untuk pergi ke Pondok dan Tadika dan Sekolah Swasta Islam untuk menyokongkan ia akan pendidikkan sebagai penolong guru dan tuter untuk kanak-kanak yang hendak periksakan ia dan hendak belajarkan ia pada tahap yang tinggi dan terbiahkan oleh mereka itu mengenai dadah dan undang-undang lalulintas dan falsafah ikonomi mencukupi dan lain-lainnya. Pada berbuat kegiatan seperti ini. Maka menjadi lembing yang menusukkan ia kan kumpulan keganasan kerana tidak mudah ia untuk menghasut dan inkubasi seperti yang dahulu, dan kerana didedahkan oleh pegawai akan kebenaran untuk di ketahuikan oleh kanak-kanak dan remaja akan dia. Maka perlulah oleh kumpulan kemerdekaan untuk menggunakan ia akan orang-orang yang berbarisan yang bersatu dengan dia pada dahulu dan akan pertubuhan-pertubuhan yang mendapatkan manfaat untuk dihalaukan oleh mereka itu akn pegawai-pegawai. Dan kumpulan-kumpulan yang menyarukan pada sekarang, Maka diketahuikanlah akan bahawasanya siapakah mereka itu, dan mana-manakah kumpulan yang mendapatkan manfaat didalam bergerakkannya. Dan apabila berbuatlah oleh pegawai akan kegiatan yang baik didalam Pondak dan Tadika. Maka menyebabkan ia akan kehabisan peluang bagi kumpulan keganasan untuk menghasutkan dan inkubasikan dan menipukan. Maka bergelut dan berjuang dan melakukan oleh mereka itu akan segalanya dan untuk menghalangkan untuk tidak menciptakan oleh pegawai akan kesedaran dan untuk memberikan akan apa-apa  yang baik. Dan mendedahkan ia akan kebenaran untuk diketahuikan oleh kanak-kanak dan remaja untuk menjadi imun dan sedar bagi mereka iu untuk tidak menjadi mangsa bagi kumpulan keganasan. Jangan membenarkan oleh kami akan kumpulan keganasan untuk membuat kekeliruan dan kerosakkan ia akan masyarakat.

2/19/2563

จะทำเช่นไร? เมื่อ"สถานศึกษา"ตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มขบวนการโจรใต้



องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ประณามเหตุระเบิดบริเวณริมรั้วหน้าโรงเรียนบ้านไผ่มัน อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
ยูนิเซฟ(United Nations Children's Fund - UNICEF)  หรือ องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ เป็นหน่วยงานของสหประชาชาติเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม, พัฒนาการ, สุขภาพรวมถึงความเป็นอยู่ของเด็กและแม่ในประเทศกำลังพัฒนา

ยูนิเซฟเริ่มงานในประเทศไทยใน พ.ศ. 2491 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองสิทธิของเด็ก ทั้งนี้ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันในอนุสัญญาว่าเด็กสิทธิเด็กใน พ.ศ. 2535 โดยประเทศไทยได้ตกลงที่จะปฏิบัติตามบทบัญญัติต่างๆ ผ่านการออกกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย นโยบายและระเบียบข้อบังคับ รวมทั้งพัฒนาการบริการต่างๆ เพื่อให้เด็กทุกคนสามารถพัฒนาศักยภาพของตนอย่างเต็มที่โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ

จากกรณีเมื่อ 17 ก.พ.2563 เกิดเหตุระเบิดขึ้นบริเวณริมรั้วหน้าโรงเรียนบ้านไผ่มัน อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ในขณะที่เด็กนักเรียนกำลังเตรียมเข้าแถวเคารพธงชาติตามปกติ สร้างความแตกตื่นและหวาดกลัวแก่ครูและนักเรียนในโรงเรียน คุณครูต้องพานักเรียนทุกคนหลบเข้าไปในห้องเรียนเพื่อความปลอดภัย

องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ได้ประณามการใช้ระเบิด อาวุธ และรวมทั้งการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบในโรงเรียนหรือบริเวณใกล้เคียง โรงเรียนควรเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน เหตุการณ์ครั้งนี้แม้ว่าจะไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต แต่ส่งกระทบด้านลบกับจิตใจของเด็กนักเรียนและผู้อยู่ในเหตุการณ์เป็นอย่างมาก พวกเขาควรได้รับการประเมินสภาพจิตใจ และได้รับความช่วยเหลือดูแลด้านสภาพจิตใจอย่างเหมาะสมและจำเป็น ยูนิเซฟ ขอแนะนำให้ผู้ปกครองและครอบครัวของพวกเด็ก ๆ คอยสังเกตว่า เด็ก ๆ มีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และพฤติกรรมหรือไม่ เช่น การนอนไม่หลับ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าเด็กได้รับผลกระทบด้านจิตใจ และผู้ปกครองควรทราบว่าจะสามารถขอความช่วยเหลือได้จากหน่วยงานใดได้บ้าง ในกรณีที่จำเป็นความปลอดภัยและสวัสดิภาพของเด็กเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ความรุนแรงที่ทำให้เด็กต้องเสี่ยงอันตรายทุกประเภทเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

ซึ่งรัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญกับเยาวชนในพื้นที่ ซึ่งจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่เพื่อเป็นตัวขับเคลื่อนในการพัฒนาประเทศไปสู่ความยั่งยืนในวันข้างหน้า  ทุกภาคส่วน จึงได้มีการร่วมมือกันอย่างบูรณาการ ไม่ว่าจะเป็นปราชญ์ชาวบ้าน ผู้นำศาสนา ภาคเอกชน ส่วนราชการ(พลเรือน ทหาร ตำรวจ แพทย์) เข้ามาในสถานศึกษา เพื่อเสริมสร้างคุณธรรม ระเบียบวินัย ปลูกฝังความรักชาติ รวมถึงการให้ความรู้ในเรื่องต่างๆ เช่น ความรู้เรื่องยาเสพติด กฎหมายจราจร หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เรื่องจริยธรรม เรื่องการป้องกันและรักษาโรค และอื่นๆ  ซึ่งคำนึงถึงผลประโยชน์ต่อเด็กเป็นสำคัญ เพื่อที่จะได้เติบโตเป็นพลเมืองดีมีคุณภาพต่อไป

ในขณะเดียวกัน เด็กและเยาวชนคือเป้าหมายหลักของกลุ่มขบวนการที่ต้องการดึงมาเป็นสมาชิกแนวร่วม มีการปลูกฝังแนวความคิด ความเชื่อ ด้วยการบิดเบือนประวัติศาสตร์ บิดเบือนหลักคำสอนศาสนา ส่งผลให้ เด็กและเยาวชนหลงผิด มีความก้าวร้าว มีความคิดแปลกแตกต่างจากเด็กและเยาวชนทั่วๆไป ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการแยกตัวเองจากผู้ที่ไม่ได้คิดเหมือนตน ปฏิเสธความคิดของผู้อื่น แม้กระทั่งคนในครอบครัว # ต้องไม่ให้ลูกหลานเข้าสู่วังวนความชั่วร้ายเข้าร่วม ตกเป็นเหยื่อหรือเป็นเครื่องมือของกลุ่มขบวนการในการก่อเหตุ

ระเบิด....โรงเรียนของหนู.......ทำไม



จากเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 17 ก.พ.63 ที่ผ่านมาคนร้ายใช้รถยนต์เป็นพาหนะลอบวางระเบิดที่บริเวณหน้า โรงเรียนบ้านไผ่มัน หมู่ 3 ต.บ่อทอง ถนนสายบ่อทอง – ยาบี จังหวัดปัตตานี  ซึ่งก่อนเหตุ ครูและนักเรียนบางส่วนกำลังเดินทางมาโรงเรียนตามปกติ และบางส่วนอยู่ในโรงเรียนเพื่อเตรียมตัวที่จะเข้าแถวเคารพธงชาติ เหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ได้สร้างความเสียหายความหวาดกลัวและทำลายขวัญให้กับเด็ก ครู และผู้ปกครอง
การกระทำในครั้งนี้เป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม ไร้อุดมการณ์ ที่ก่อเหตุวางระเบิดหน้าโรงเรียนเพื่อสร้างสถานการณ์  โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเด็กนักเรียนที่กำลังมาโรงเรียน ผู้ปกครองที่กำลังมาส่งเด็กๆ  เข้าโรงเรียน  ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งไม่มีส่วนที่เกี่ยวข้อง เป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักคำสอนของศาสนาทุกศาสนาอย่างรุนแรง
ขอประณามในการก่อเหตุวางระเบิดในครั้งนี้ และขอความร่วมมือจากองค์กรทุกภาคส่วน  ผู้นำศาสนา  ประชาชน  ออกมาต่อต้านการก่อเหตุรุนแรงทุกรูปแบบ และให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐในการแจ้งเบาะแสการก่อเหตุให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ได้อีกต่อไป  แจ้งเบาะแสได้ที่ ตู้ ปณ 41 สายด่วน 1341

-----------------------------------------

#หยุดใช้ความรุนแรงต่อเด็ก