7/01/2555

Pulo member gets life in jail


·         Published: 28/06/2012 at 01:34 AM
·         Newspaper section: News

The Appeals Court yesterday handed down a life sentence to a member of the Pattani United Liberation Organisation (Pulo), a separatist movement, reversing the Criminal Court's earlier decision to drop all charges against him.

Prosecutors indicted Koseng Cheloh, also called Useng, on charges of rebellion and illegal assembly of weapons and men to conduct terrorist activities with the aim of separating five southern border provinces from the Kingdom.
The court was told that between 1968 and Feb 10, 1998, Mr Koseng and other Pulo members recruited Muslims into the separatist movement, extorted protection money from businessmen in the five southern border provinces and used the money to set up armed units to conduct terrorist activities.
Prosecutors said these activities included attacks on government installations, destroying rail tracks with bombs and burning down bridges and schools, resulting in extensive damage and a large number of casualties.
The court was also told that in 1998, Mr Koseng was named by Hayee Dao, who was arrested on suspicion of being a head of the new Pulo, as the leader of a sub-group of Pulo operating in cities.
Mr Koseng was arrested on Dec 7, 2005, on a murder charge and was then identified as a man called Zakarim, which he insisted was not his name.
However, police investigators testified they later learned the name Zakarim was a pseudonym of the Pulo sub-group allegedly controlled by Mr Koseng.
Authorities also obtained a picture of Mr Koseng's ID card in a raid in the far South.
The search turned up more evidence suggesting that he and another suspect, Manaze Jeloh, had a role in terrorist-style weapons training.
Mr Koseng failed to prove his claim that he had lived in Malaysia for 10 years and spent some years studying in Syria and Libya, the Appeals Court said.
The Criminal Court dismissed the case against Mr Koseng on Dec 1, 2008, on the grounds that evidence against him was doubtful.
The state chose to appeal, and the Appeals Court yesterday sentenced Mr Koseng to death. The sentence was commuted to a life sentence on the grounds that his testimony was useful.

6/27/2555

"อดีตบีอาร์เอ็น" เล่าปัญหาในขบวนการป่วนใต้ กับทางสองสายเมื่อเกิดประชาคมอาเซียน


วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2012 เวลา 16:45 น. เขียนโดย ทีมข่าวอิศรา 
          ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลอดหลายปีของปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เรามักมองปัญหาผ่านสายตาและข้อมูลของภาครัฐ โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคงเท่านั้น แต่แทบจะไม่เคยฟังข้อมูลจากฝ่ายผู้ก่อการที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนโดยตรงเลย
          ประกอบกับองค์กรของผู้ก่อความไม่สงบยังคงเป็น "องค์กรลับ" แม้จะปฏิบัติการก่อความรุนแรงในทางเปิดมากว่า 8 ปีแล้วแต่ก็ยังไม่ "เสียลับ" ทำให้สังคมไทยมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ก่อความไม่สงบน้อยมาก โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่าพวกเขากำลังคิดอะไร มียุทธศาสตร์ในการก้าวไปข้างหน้าอย่างไร จะพาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปทางไหน และมีปัญหาภายในองค์กรของพวกเขาบ้างหรือเปล่า

          แม้ที่ผ่านมาจะมีการนำตัวผู้ก่อความไม่สงบที่ถูกจับกุมหรือกลับใจยอมเข้ามอบตัวมาบอกเล่าข้อมูลต่างๆ ผ่านสื่อมวลชนบ้าง แต่หลายๆ ครั้งก็เหมือนเป็นการ "จัดฉาก" ของฝ่ายรัฐ

6/26/2555

'Thai Muslims reject violence'


UNHOLY: Unrest in southern provinces tarnishes Islam

Yala Islamic Affairs Council president Ismael Abd Latif Haree says insurgency cannot be accepted as a form of jihad

KOTA BARU: THE majority of Malay Muslims in Thailand's southern region are against the killings of their fellow citizens in the name of Islam.
Yala Islamic Affairs Council president Ismael Abd Latif Haree said those who had caused unrest in the south had tarnished the image of Islam by linking their struggles with the religion.
"Violence is not the way of life of Thai Muslims as we prefer to live in harmony with others. Most of us do not accept extremist activities," he said in a statement yesterday.
Since the insurgency escalated in 2004, more than 4,500 people, comprising civilians, soldiers and monks, have been killed in bombings, drive-by shootings and murders in Yala, Pattani and Narathiwat.

6/22/2555

ภาคประชาสังคมใน จชต. “ด้วยจิตอาสาหรือเพื่อสิ่งใด”


              ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย นับตั้งแต่ปี 47 จนถึงปัจจุบัน นอกจากสร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่แล้วยังส่งผลเสียหายต่อสังคม เศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศไทยเป็นอย่างมาก  เป็นเหตุให้องค์กรภาคประชาสังคมทั้งในและต่างประเทศให้ความสนใจ  รวมทั้งกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากเหตุรุนแรงกลุ่มต่างๆ ได้รวมตัวเคลื่อนไหวหาทางเป็นตัวกลางระหว่างรัฐและประชาชนเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบตามลักษณะองค์กร  ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการให้ความช่วยเหลือนี้เกิดจากจิตอันเป็นกุศลเพื่อประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ

            หากสืบสาวถึงประสบการณ์ของกระบวนการสร้างสันติภาพในโลกแล้วเราไม่อาจปฏิเสธได้ว่า บทบาทของประชาชนเป็นเครื่องชี้วัดความสำเร็จของการสร้างสันติภาพที่ไม่อาจมองข้ามได้ และเป็นหัวใจสำคัญของการฟื้นฟูความไว้วางใจระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ขยายตัวสืบเนื่องมาเป็นเวลากว่า 8 ปี

6/17/2555

จากเด็กนักเรียนถึงผู้ก่อเหตุรุนแรง "เผาโรงเรียนหนูทำไม"


               ขณะที่โรงเรียนแทบทุกแห่ง ทั่วประเทศ  เปิดภาคเรียนใหม่กันไปแล้ว ซึ่งบรรยากาศอบอวลไปด้วย กลิ่นอายเสื้อผ้าใหม่ ... หนังสือใหม่... เพื่อนใหม่ .... เด็กหลายคนตื่นเต้นกับการได้ย้ายโรงเรียนพ่อแม่ ผู้ปกครอง ก็พลอยยินดี ไปกับลูกหลานที่ได้เลื่อนชั้นเรียนที่สูงขึ้น แต่สำหรับเด็กๆ  ที่โรงเรียนบ้านต้นมะขาม   อ.ยะรัง จังหวัดปัตตานีในวันนี้กลับไม่มีอาคารเรียน  เนื่องจากถูกผู้ก่อการร้ายเผาจนวอดวายหมดสิ้นไปเมื่อคืนวันที่ 3 มิ.ย.55 ที่ผ่านมา   แม้ความรู้สึกของเด็กที่น่าสงสารที่นี่ในวันนี้ จะต่างกันยิ่งนักกับเด็กนักเรียนในภูมิภาคอื่นๆ แต่ก็คงไม่ต่างจากเด็กในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวนมากที่ต้องประสบเคราะห์กรรมที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ที่ไหนในโลกนี้   จึงมีคำถามจากเด็กๆว่า "เผาโรงเรียนหนูทำไม"  
            เผาโรงเรียน ฆ่าครู เพื่อให้เด็กไม่มีการศึกษา หรือย้ายไปเข้าโรงเรียนปอเนาะ  ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าโจรเหล่านี้ใช้สมองส่วนไหนคิด
               ตั้งแต่ปี 2547  จนถึงปัจจุบัน โรงเรียนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถูกเผาไปไม่ต่ำกว่า 100 แห่ง พอๆกับชีวิตครูที่ถูกปลิดชีวิตไปเป็นร้อย สำหรับคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปกติ  แต่สำหรับคนในพื้นที่อื่น รวมถึงในเวทีโลก  เรื่องนี้ได้ถูกนำมาประณามอย่างรุนแรงถึงการกระทำเยี่ยงสัตว์ป่าที่ไม่มีผู้ก่อการร้ายกลุ่มใดในโลกก่อเหตุในลักษณะเช่นนี้

6/14/2555

ลมปากนักการเมืองที่ดีแต่พูด....“ให้ชาวบ้านลำบาก”



              ปัญหาการก่อเหตุรุนแรงพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นับตั้งแต่เหตุการณ์ปล้นปืนกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครรินทร์ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อ 4 มกราคม 2547 ทำให้รัฐบาล และหน่วยงานความมั่นคงรีบดำเนินการค้นหาต้นตอ และสาเหตุที่แท้จริงรวมถึงกลุ่มขบวนการที่สร้างสถานการณ์ ความรุนแรง ความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ เพื่อหาวิธีและดำเนินการหยุดยั้งปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยุติโดยเร็ว และยั่งยืน
จากความพยายามของรัฐไทยทุกสมัยจนถึงปัจจุบันในสมัยของพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล และมีนายกยิ่งลักษณ์   ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยเป็นนายกรัฐมนตรีและการทำงานของฝ่ายความมั่นคงพร้อมด้วยหน่วยงานทุกส่วนที่พยายามหาสาเหตุและรากเหง้าของกลุ่มขบวนการ

6/12/2555

ควันหลง “โอไอซี” ใครว่าปาหี่ดับไฟใต้




ถึงชั่วโมงนี้ข่าวการเดินทางเยือนไทยของ นายซาเยด คาสเซม เอล มาสรี ที่ปรึกษาและผู้แทนพิเศษของเลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ โอไอซี ระหว่างวัน ๗ – ๑๒ พ.ค.๕๕ ที่ผ่านมา กำลังเป็นที่จับตาของประชาคมโลก  โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในโลกมุสลิม เพราะการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลไทยโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบหลัก ๒ หน่วยงานคือ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้าและศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้การนำของรัฐบาลที่มาจากเสียงข้างมากของประชาชน และเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก 

5/18/2555

DEEP SOUTH Govt looks for OIC backing


        The government has called on the Organisation of Islamic Cooperation to condemn repeated acts of violence being carried out by insurgents in the deep South. Continual acts of terror are preventing constructive peace efforts from taking place, it says.
       
Speaking at a press conference yesterday at the end of the OIC's visit to Thailand, Sihasak Phuangketkeow, Foreign Affair Ministry's permanent secretary, said the government did not create the conflict and if there is to be peace and reconciliation in the three southernmost provinces, all sides must stop further acts of violence. "Unless all parties halt the violence, peace talks will not be realised," Mr Sihasak said. Adviser and Special Envoy of the OIC secretary-general Sayed Kassim el-Masry, said while the situation has improved in general, he is still concerned about the level of violence in recent months.
       Mr Masry was on a one-week visit to Thailand which took him to Pattani, Yala, Narathiwat and Songkhla provinces. Thailand and OIC share a common principle in the reconciliation process, and the government is rightly addressing the root cause of the problem, he said. Mr Masry hoped His Majesty the King's advice on solving the southern problems would be fully implemented. He added that the OIC does not encourage separatists and strongly condemns violence against civilians. He requested the emergency decree be lifted as it was causing problems for people living in trouble spots.
      Mr Sihasak said the time is not yet right to lift the law, adding that it is in place mainly to protect civilians.

ที่มา   :    Bangkokpost

OIC ร่วมกับ กต.ไทย ร่วมแถลงข่าวการเดินทางเยือนไทยที่ประสบความสำเร็จ ในอันที่จะกระชับความร่วมมือในเชิงสร้างสรรค์ระหว่างกัน



         เอกอัครราชทูตซาเยด คัสเซม เอลมาสรี ที่ปรึกษาและผู้แทนพิเศษของเลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม (Organisation of Islamic Cooperation - OIC) ได้นำคณะผู้แทนระดับสูงของ OIC เดินทางเยือนประเทศไทยตามคำเชิญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างวันที่ ๗ - ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๕  และการลงพื้นที่เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงของสถานการณ์ในภาคใต้ของไทย  ในโอกาสนี้ ฝ่ายไทยและ  OIC ได้แถลงข่าวร่วมกันเกี่ยวกับการเดินทางเยือนประเทศไทย โดยสรุปว่า
       คณะผู้แทนระดับสูงขององค์การความร่วมมืออิสลามโลก (OIC)  นำโดย Ambassador Sayed Kassem El-Masry

5/17/2555

ยึดทรัพย์” แก๊งยาตัดท่อน้ำเลี้ยงป่วนใต้...ก่อการร้ายเพื่อผลประโยชน์


ยึดทรัพย์” แก๊งยาตัดท่อน้ำเลี้ยงป่วนใต้...ก่อการร้ายเพื่อผลประโยชน์


       
              ทหารแกะรอยแก๊งยาขึ้นบัญชีรายชื่อกว่า 200 คน พบเป็นโครงข่ายเดียวกับขบวนการก่อความไม่สงบ แถมยังมีธุรกิจนอกกฎหมายอื่นทับซ้อน ผลประโยชน์ถึงผู้นำขบวนการที่หลบซ่อนตัวในมาเลเซีย มะแซ อูเซ็ง ปีละไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาท เล็งใช้กฎหมายฟอกเงินยึดทรัพย์และมาตรการทางภาษี ตัดท่อน้ำเลี้ยง
          สถานการณ์ชายแดนที่ครุกกรุ่นตั้งแต่ปี 2547 ยังคงดำรงอยู่  ซึ่งในมุมมองหนึ่งดูเหมือนว่าการปฏิบัติการจะลดจำนวนลง แต่การโจมตีแต่ละครั้งกลับรุนแรงมากขึ้น  อีกทั้งยังล็อกเป้าหมายโจมตี มุ่งทำร้ายผู้บริสุทธิ์ทั้งไทยพุทธ และมุสลิมอย่างไม่เลือกทั้งลูกเด็ก เล็กแดง  ไม่เลือกสถานที่ และเวลา  โดยไม่สนใจใยดีต่อหลักมนุษยธรรมมากขึ้น ซึ่งเป็นพฤติกรรมเช่นเดียวกับการก่อการร้าย ที่ใช้ความรุนแรงเข่นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ เพื่อมุ่งหวังผลประโยชน์ของกลุ่มตน

5/14/2555

JOINT PRESS RELEASE On the Official Visit of the High-level Delegation of the Organisation of Islamic Cooperation


JOINT PRESS RELEASE
On the Official Visit of the High-level Delegation of the Organisation of Islamic Cooperation (OIC) to Thailand, 7 – 13 May 2012




 A high-level delegation of the Organisation of Islamic Cooperation (OIC) led by H.E. Ambassador Sayed Kassem El-Masry, Adviser and Special Envoy of the OIC Secretary General, paid an official visit to Thailand during 7 – 13 May 2012 at the invitation of His Excellency Dr. Surapong Tovichakchaikul, Minister of Foreign Affairs of Thailand.

 During the visit, the OIC delegation had constructive meetings with key governmental agencies and a wide range of stakeholders. The OIC delegation also visited the Southern Border Provinces of Thailand

OIC เยือนภาคใต้ไทย ชี้ไม่เห็นด้วยกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดน ประณามผู้ก่อเหตุรุนแรง ย้ำขัดหลักศาสนา






ผู้แทนพิเศษของเลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ OIC  เยือนภาคใต้ไทย ชี้จุดยืนของโอไอซีไม่มีนโยบายแทรกแซงทางการเมือง  ย้ำไม่เห็นด้วยกับการต่อสู้ของขบวนการแบ่งแยกดินแดน และขอประณามการใช้ความรุนแรงในพื้นที่ที่กระทำต่อประชาชนทุกศาสนิกว่าขัดกับหลักการทางอิสลาม และเห็นว่าการทำลายชีวิตหนึ่งชีวิตเปรียบได้กับการฆ่ามนุษย์ทั้งมวล ขณะที่การใช้กฎหมายความมั่นคงต้องไม่ละเมิดสิทธิ

ในโอกาสที่ นายซาเยด คาสเซม เอล-มาสรี (H.E.Mr.Sayed  Kassem El-Masry) ที่ปรึกษาและผู้แทนพิเศษของเลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ OIC (Organization of Islamic Cooperation) พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ของไทย เมื่อวันพุธที่ 9 พ.ค.2555

5/11/2555

เมื่อเงามืดของผลประโยชน์บังตา บนอคติที่ฝังลึก ความสงบจะกลับคืนภาคใต้ได้อย่างไร


“เมื่อเงามืดของผลประโยชน์บังตา  บนอคติที่ฝังลึก  ความสงบจะกลับคืนภาคใต้ได้อย่างไร”

            ในท่ามกลางการต่อสู้ทั้งด้วยอาวุธและด้านมวลชนของขบวนการ ผกร. ในภาคใต้ของไทยและฝ่ายความมั่นคงที่สร้างความสูญเสียของทั้งสองฝ่ายมาตลอด 8 ปีที่ผ่านมา  ถึงวันนี้มีประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายขบวนการพยายามหาช่องทางที่จะดิสเครดิตเจ้าหน้าที่รัฐไทยให้เป็นฝ่ายตั้งรับได้อย่างเห็นผล  โดยการยืมมือองค์กรภาคประชาสังคมบางองค์กรในพื้นที่ที่พร้อมขานรับ ด้วยมีผลประโยชน์ต่างตอบแทนจากการเสียชีวิตของคน  ซึ่งในส่วนที่ยืนยันได้ว่าเป็นโจรจริงๆ  ก็จะนิ่งเฉย  แต่หากยังยืนยันไม่ได้ว่าเกี่ยวข้องกับโจรหรือไม่  หรือเห็นช่องทางที่จะโจมตีการทำงานของรัฐไทยได้  องค์กรเหล่านี้จะไม่รีรอที่จะออกมาเสนอหน้าสร้างผลงานอยู่ร่ำไป 

            ก่อนอื่นขอย้อนเหตุการณ์ให้ฟังซักนิด

5/03/2555

ระเบิดที่ยะลาและหาดใหญ่ : ความท้าทายที่มุสลิมควรหันมองตนเอง

               ที่มา :  ศูนย์ข่าวภาคใต้ สำนักข่าวอิศรา
           โดย : อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)

             ถึงแม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะยังไม่ทราบผู้ลงมืออย่างชัดเจน แต่หลายหน่วยงาน หลายคนพุ่งเป้าความสงสัยไปที่ผู้ก่อการที่ต้องการสถาปนารัฐปาตานีจากกลุ่มบีอาร์เอ็น (แต่ไม่ควรตัดปัจจัยอื่นๆ โดยเฉพาะผู้ได้รับประโยชน์จากอุตสาหกรรมความมั่นคง) 

         ผู้ซึ่งนับถือศาสนาอิสลาม และมุสลิมเองคงปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายเหตุการณ์ที่ภาคใต้เกิดจากน้ำมือมุสลิม บางคน บางกลุ่ม โดยเฉพาะขบวนการยาเสพติด (ไม่ใช่มุสลิมส่วนใหญ่ที่รักสันติและเข้าใจหลักศาสนา) ดังนั้นหลักการศาสนากับบุคคลเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องแยกแยะ

5/01/2555

“8 ปีกรือเซะ ปลุกกระแสสร้างสถานการณ์..เพื่อใคร?”





    เหตุการณ์ปล้นปืนจากกองพันพัฒนาที่ ค่ายปิเหล็ง ต.มะรือโบตก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547   เป็นจุดเริ่มต้นของไฟใต้ที่กลับคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้ง  และนับจากนั้นการต่อสู้ของขบวนการก่อการร้ายนำโดยขบวนการ BRN CO. ก็เริ่มขึ้น  แต่เหตุการณ์อีกเหตุการณ์หนึ่งที่มักถูกหยิบยกขึ้นมาเพื่อตอกย้ำและปลุกระดมพี่น้องมลายูมุสลิมตลอด 8 ปีที่ผ่านมาคงหนีไม่พ้นเหตุการณ์ที่มัสยิดกรือเซะ

            ในช่วงเช้ามืดของวันที่  28 เม.ย.2547  กลุ่มชายฉกรรจ์ได้เข้าโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ จ. ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ อำเภอของ จ.สงขลา โดยใช้อาวุธเท่าที่มีจู่โจมเข้าโจมตีหน่วยงานราชการไม่ว่าจะเป็น ที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจ จุดตรวจ ฐานปฏิบัติการทหาร พร้อม ๆ กันถึง 11 จุด  ส่งผลให้เจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งเสียฃีวิตและบาดเจ็บ  ขณะที่กลุ่มคนร้ายเสียชีวิตไปถึง 107 คน และจับเป็นได้จำนวนหนึ่ง 

            แต่เหตุการณ์ในช่วงเวลาเดียวกันที่มัสยิดกรือเซะซึ่งเป็นจุดที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดถึง 34 คน  จากการตัดสินใจเข้ากวาดล้างในมัสยิด  เนื่องจากกลุ่มคนร้ายที่อยู่ข้างในใช้อาวุธยิงออกมาจนทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต ประกอบกับมีประชาชนนับพันมาล้อมเจ้าหน้าที่บริเวณชั้นนอกอีกชั้นหนึ่ง  หากปล่อยให้มืดค่ำตามเวลาอาจทำให้สถานการณ์พลิกผันบานปลายสร้างความเสียหายมากกว่านี้