4/22/2557

“บันนังกูแวเลือด”ฆ่าล้างครัว “ดาราเซะ”

 แบมะ  ฟาตอนี

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2557 เวลาประมาณ 15.25 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวน ได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิด และขนาด ยิงราษฎรเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ขณะขับรถยนต์กระบะอยู่บนถนนสาย 410 บ้านบันนังกูแว หมู่ 4 ตำบลบันนังสตา อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ซึ่งมีผู้ที่เสียชีวิต จำนวน 3 ราย ได้แก่ นายดอรอแม ดาราเซะ อายุ 54 ปี นางอาอีเสาะ เฮงดาดา อายุ 49 ปี และ เด็กหญิงนูรอีมาน ดาราเซะ อายุ 2 ปี 8 เดือน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บคือ เด็กชายสุไลมาน ขอสวัสดิ์ อายุ 12 ปี 2 เดือน ซึ่งเป็นครอบครัวของนายอับดุลฮากิม ดาราเซะ อดีตอาสาสมัครรักษาดินแดน อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา
ปมความขัดแย้ง ครอบครัว ผดุง - ดาราเซะ

นายอับดุลฮากิม ดาราเซะ เป็นอดีตสมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดน อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา มีความขัดแย้งกับตระกูล ผดุงโดยมาจากสาเหตุที่ นายอาแซ ผดุง บุตรชาย นายดอเลาะ ผดุง ตกเป็นผู้ต้องสงสัยลอบวางระเบิด 2 ครั้ง ด้วยกัน และปมสำคัญนำไปสู่ความขัดแย้งเริ่มต้นจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดนายอับดุลฮากิม ดาราเซะ กับพวกในพื้นที่บ้านบันนังกูแว เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 โดยนายอับดุลฮากิมฯ ให้การยืนยันชัดเจนว่า นายอาแซ ผดุง มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดในครั้งนั้น และเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 ได้เกิดเหตุคนร้ายกราดยิง นายดอเลาะ ผดุง และนางมารีแย ผดุง สองสามีภรรยาเสียชีวิต ฝ่ายญาติๆ และครอบครัว ผดุง ปักใจเชื่อว่าเป็นการกระทำของนายอับดุลฮากิม ดาราเซะ
เหตุ อับดุลฮากิม ดาราเซะ หันหลังให้กับขบวนการ นำมาซึ่งความตายของครอบครัว
นายอับดุลฮากิม ดาราเซะ เคยเข้าร่วมขบวนการแต่ในภายหลังได้ถอนตัวออกมามอบตัวกับทางการ ส่วนสาเหตุที่นายอับดุลฮากิมฯ ได้ออกมามอบตัวเป็นเพราะพ่อกับแม่ไม่เห็นด้วยที่นายอับดุลฮากิมฯ เข้าร่วมขบวนการเพื่อทำการก่อเหตุรุนแรง เลยตัดสินใจหันหลังให้กับขบวนการ แต่เมื่อระดับแกนนำสั่งการรู้เรื่องเข้า นำมาซึ่งความไม่พอใจ ได้นำอาวุธมามอบให้กับนายอับดุลฮากิมฯ เพื่อยิงพ่อแม่ของตัวเอง เมื่อเป็นเช่นนี้เลยตัดสินใจยุติบทบาทการเคลื่อนไหวโดยสิ้นเชิง พร้อมทั้งได้ติดต่อเข้ามอบตัวกับทางการ หลังแสดงความบริสุทธิ์ใจพร้อมกับสมัครเข้าเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน ประจำการที่อำเภอบันนังสตา เหตุการณ์หลังจากนั้นทุกครั้งที่เกิดเหตุขึ้นในพื้นที่ อำเภอบันนังสตา โดยเฉพาะบ้านบันนังกูแว มีผู้เสียชีวิตหรือไม่เสียชีวิตก็ตามทีก็มักจะระบุว่าเป็นฝีมือของนายอับดุลฮากิมฯ เป็นผู้ลงมือก่อเหตุ โดยมีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง เช่นกันผู้ก่อเหตุรุนแรงกระทำการก่อเหตุครั้งใดก็จะทิ้งใบปลิวที่อ้างความโกรธแค้นต่อนายอับดุลฮากิมฯ อย่างเช่นเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2557 เหตุปาระเบิด M-26A1 ร้านก๋วยจั๊บ หน้าโรงเรียนผดุงประชาพาณิชยการ มีการทิ้งใบปลิวข้อความว่า โทษฐานที่มึงปล่อยให้หมาอับดุลฮากิม ดาราเซะ อส.อ.บันนังสตา ระรานชาวบ้านบันนังกูแว ในที่สุดความขัดแย้ง ความหวาดระแวงที่มีต่อกันนำมาซึ่งความสูญเสียของครอบครัว ดาราเซะ และครอบครัว ผดุงโดยไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใคร หรือจะเป็นมือที่สามที่รับจ้างก่อเหตุ
เมื่อความขัดแย้งส่วนตัว PerMAS กลับสร้างเรื่องกล่าวหาว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ

 มาถึงวันนี้เมื่อทำการปะติดปะต่อจิ๊กซอของความสูญเสียนำมาสู่ บันนังกูแวเลือดปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเกิดจากปัญหาความขัดแย้งของคนสองตระกูลที่ห้ำหั่นเข่นฆ่าล้างแค้นกันโดยไม่กลัวเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง แต่ยังมีองค์กรบางกลุ่มที่อาศัยสถานการณ์ความไม่สงบเหตุการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ล้อเล่นกับความเป็นความตายของประชาชนมาแต่งเติมเสริมแต่ง เพิ่มปัญหาชี้นำทางความคิด บิดเบือนความจริง กล่าวหาว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐมาโดยตลอดเวลา โดยเฉพาะแมลงร้ายอย่าง PerMAS กับการเข้าไปยุ่งเกี่ยวเสียทุกเรื่องทุกเหตุการณ์ แต่เมื่อความจริงปรากฏไม่เคยรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นกับผลของการกระทำในการโฆษณาชวนเชื่อให้ประชาชนเกิดความแตกแยกทางความคิด ทำลายการอยู่ร่วมกันอย่างพหุสังคม สร้างความหวาดระแวงที่เกิดขึ้นระหว่างประชาชนกับประชาชน ประชาชนกับเจ้าหน้าที่รัฐอย่างชนิดไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยก่อนหน้านี้
ประชาชนปาตานี คือผู้กำหนดทิศทางสันติภาพ นำพาสันติสุข

ประชาชนปาตานี ทุกเชื้อชาติ ศาสนา ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ทุกคน คือผู้ที่จะกำหนดทิศทาง ความต้องการในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขให้กลับคืนมาอย่างแท้จริง อย่าตกเป็นเครื่องมือของกลุ่ม หรือองค์กร ที่แสวงผลประโยชน์ โดยเฉพาะขบวนการ BRN และกลุ่มสหพันธ์นิสิต นักศึกษา นักเรียนและเยาวชนปาตานี (PerMAS) ที่ชอบแอบอ้างเป็นตัวแทนประชาชนมุสลิมปาตานี แต่กลับคอยยุแหย่ เสี้ยมสอน ชี้นำทางความคิด บิดเบือนความจริง บิดเบือนประวัติศาสตร์ เอาเรื่องราวในอดีตมาเล่าใหม่สร้างความโกรธแค้น เกลียดชังไม่มีที่สิ้นสุด ประชาชนในฐานะผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับเสียงระเบิด ควันปืน และกลิ่นคาวเลือดไม่เว้นวัน
            ถึงเวลาแล้วที่จะต้องก้าวผ่านความขัดแย้งทั้งปวง เพื่อแสวงหาทางออกของปัญหาร่วมกัน ต่อต้านการกระทำที่ส่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวม การก่อเหตุสร้างความรุนแรงทุกรูปแบบของผู้ที่ไม่หวังดี ผนึกกำลังกันนำพาสันติสุขกลับคืนมาเพื่อลูกหลานชาวปาตานี ได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างปกติสุขเหมือนประชาชนภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศ เพราะ ประชาชนปาตานี คือผู้กำหนดทิศทางสันติภาพ นำพาสันติสุขกลับคืนมาอย่างแท้จริง

@@@@@@@@@@

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น