6/20/2560

10 วันสุดท้ายเดือนรอมฎอนกับความเชื่อของกลุ่มโจรใต้ในการก่อเหตุ

"Ruslan"


เดือนรอมฎอน เดือนแห่งการถือศีลอดของพี่น้องมุสลิมเป็นเดือนของการกระทำแต่ความดีละเว้นความชั่วทั้งปวง เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในเดือนนี้เหตุการณ์น่าจะเบาบางลง หรือไม่เกิดขึ้นเลย แต่ในความเป็นจริงกลับตรงกันข้ามมีเหตุลอบยิง ลอบวางระเบิดมุ่งทำลายชีวิตและทรัพย์สิน สิบวันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน ทำไม? เหตุรุนแรงในเดือนนี้กลับมีสถิติที่สูงขึ้นเรามาไขปมข้อสงสัยกันว่ามาจากสาเหตุอะไร?  

ย้อนกลับไปดูสถิติเหตุรุนแรงในช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอนเมื่อปีที่แล้ว คือปี 2559 มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นทั้งสิ้น 30 ครั้ง เป็นคาร์บอมบ์ 2 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 17 ราย บาดเจ็บ 25 ราย

นั่นคือตัวเลขความสูญเสียที่เกิดขึ้นในเดือนแห่งบุญของปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายไม่อยากให้เกิดขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้แจ้งเตือนให้มีการเฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมเมื่อมีการก่อเหตุ แต่มิวายที่เหตุการณ์เดิมๆ ซึ่งเกิดจากน้ำมือกลุ่มขบวนการโจรใต้โดยอาศัยจังหวะและเวลาในการลงมือทำการก่อเหตุ ทำลายเดือนแห่งการกระทำความดีที่คนส่วนใหญ่มุ่งปฏิบัติกลับกลายเป็น รอมฎอนเปื้อนเลือด

สำหรับ 10 วันสุดท้ายเดือนรอมฎอนของปีนี้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน จนถึงวันที่ 24 มิถุนายน สถานการณ์ล่าสุด ณ วันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน หรือผ่าน 5 วันของช่วง 10 วันสุดท้ายมาแล้ว มีเหตุระเบิดเกิดขึ้น 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน คนร้าย 2 คน ทำการก่อเหตุยิงกลุ่มวัยรุ่นหาของป่าที่อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี และเหตุลอบยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แว้ง จังหวัดนราธิวาส เสียชีวิตคาโรงพัก เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน

สรุปในช่วง 5 วันแรกของ 10 วันสุดท้ายเดือนรอมฎอนปีนี้ แม้จะมีระเบิดเกิดขึ้นเพียง 1 ครั้ง และยิงด้วยอาวุธปืน 2 ครั้ง แต่มีผู้เสียชีวิตไปแล้วถึง 10 ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย ซึ่งมีทั้งเจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่ต้องมาสูญเสียจากการกระทำของกลุ่มโจรใต้

อะไร? คือสาเหตุและแรงจูงใจให้กลุ่มขบวนการโจรใต้ลงมือก่อเหตุในห้วงสิบวันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน และส่งผลให้เหตุรุนแรงเพิ่มสูงขึ้นทุกปี

สาเหตุหลักเกิดจากกลุ่มขบวนการโจรใต้ได้รับการปลูกฝังแนวความคิด และถูกบ่มเพาะอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดน ให้มีความเชื่อว่าหากทำการก่อเหตุช่วงนี้ จะได้บุญเพิ่มเป็น 10 เท่าที่สำคัญ มีการบิดเบือนหลักคำสอนทางศาสนา กล่าวอ้างว่าดินแดนปาตานีซึ่งหมายถึงสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา เป็นดินแดนที่คนมุสลิมถูกกดขี่ถูกรุกราน 

ฉะนั้นจะต้องลุกขึ้นต่อสู้ทำสงครามศาสนาเพื่อปลดปล่อยปาตานี เมื่อตีความว่าดินแดนนี้เป็น ดินแดนสงคราม” ใครที่ทำลายฝ่ายศัตรูก็จะได้บุญ โดยเฉพาะในช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน ก็จะได้บุญเพิ่มเป็น 10 เท่า

ปัจจุบันการเผยแพร่แนวความคิดความเชื่อลักษณะเช่นนี้ก็ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ถูกบ่มเพาะอุดมการณ์ซึ่งใช้สถานศึกษา สถาบันปอเนาะเป็นศูนย์กลางให้กับกลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่ๆ ที่เรียกกันว่า แนวร่วมรุ่นใหม่” หรือ นักรบรุ่นใหม่

นั่นคือการบิดเบือนหลักคำสอนศาสนาอิสลามของกลุ่มขบวนการโจรใต้ แต่ในความเป็นจริงบทบัญญัติศาสนาอิสลาม อธิบายไว้ว่าสิบวันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน เป็นสิบวันที่มุสลิมจะต้องสร้างคุณงามความดี โดยการถือศีลอดตามหลักปฏิบัติของมุสลิม ถือว่าเป็นเดือนที่มีแต่การให้แก่ผู้อื่น รวมทั้งการไม่ทำร้าย ไม่ทำลาย ไม่เบียดเบียนให้ผู้อื่นเดือดร้อนหรือเสียหาย

ฉะนั้นพี่น้องมุสลิมส่วนใหญ่จะเสียใจมาก หากมีลูกหลานญาติมิตรกระทำการใดๆ ที่จะนำไปสู่ให้เพื่อนบ้านเดือดร้อนก่อให้เกิดสังคมในพื้นที่วุ่นวาย มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายในห้วงเดือนรอมฎอน จากการกระทำของกลุ่มขบวนการโจรใต้ที่ได้รับความเชื่อผิดๆ เป็นการทำลายเดือนแห่งบุญที่ผู้คนส่วนใหญ่ปฏิบัติโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสิบวันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน จึงขอเรียกร้องให้สังคมมุสลิมมุ่งมั่นทำความดี ละเว้นความไม่ดีทั้งปวง เป็นช่วงเดือนที่ต้องขออภัยและให้อภัยในสิ่งที่ผิดพลาดทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจต่อกัน เพื่อความสงบสันติสุขอย่างแท้จริงจะเกิดขึ้นในพื้นที่ปลายด้ามขวานเหมือนในอดีตที่ผ่านมา.

--------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น