11/18/2561

การใช้ชุมชนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา จชต.


กรณีเพจ: สำนักสื่อ Wartani ได้ทำการโพสต์ข้อความ ควบคุมตัวอาสาสมัครเครือข่ายตัดเย็บองค์กร Perwani (องค์กรผู้หญิงปาตานี) เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2561 เวลา 14.00 น. โดยประมาณ เจ้าหน้าที่สามฝ่าย นำโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นราธิวาส หน่วยทหารพราน ฉก.ตันหยงมัส และฝ่ายปกครอง ประมาณ 15 คันรถ ไม่ทราบจำนวนกำลังพลที่แน่นอน ได้สนธิกำลังเข้าปิดล้อมบ้านเลขที่ 59 ม.4 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส โดยได้แสดงตัวขอตรวจค้นภายในบ้าน และเชิญสมาชิกที่มีอยู่ภายในบ้านขณะนั้น ออกนอกบ้านขณะเจ้าหน้าที่ทำการตรวจคนภายในบ้านทั้งหมด
เพจ: สำนักสื่อ Wartani ยังได้สาธยายต่อไปอีกว่าจากการตรวจค้นไม่พบสิ่งต้องสงสัยหรือสิ่งผิดกฎหมายใดๆ แต่เจ้าหน้าที่ได้ยึดโทรศัพท์ไว้จำนวน 1 เครื่อง โดยโทรศัพท์ดังกล่าวเป็นของน้องชายเจ้าของบ้านที่เสียชีวิตไปแล้ว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวเจ้าของบ้านคือ นางสาวคอลีเยาะ เจ๊ะหลง ไปยัง ฉก.ตันหยงมัส เพื่อทำการซักถามข้อมูล จากนั้นได้ส่งตัวไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี เพื่อขยายผลเพิ่มเติม ในเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันเดียวกันโดยเบื้องต้น ณ ตอนนี้ นางสาวคอลีเยาะ เจ๊ะหลง ยังคงถูกควบคุมตัวที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี ยังไม่ทราบชะตากรรม
การโพสต์ดังกล่าวของเพจ: สำนักสื่อ Wartani ต้องการทำลายความชอบธรรมในการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐโดยเฉพาะอย่างยิ่งการควบคุมตัว นางคอลีเยาะ เจ๊ะหลง ซึ่งเป็นสุภาพสตรีย่อมมีความอ่อนไหวต่อความรู้สึก โหมด้วยการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อชี้นำทางความคิดให้ผู้ที่ติดตามข่าวสารคล้อยตาม
บรรยากาศเวทีเปิดเผยความจริง
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ได้จัดเวที เปิดเผยความจริง กรณีการเชิญตัว นางคอลีเยาะ  เจ๊ะหลง ไปยังศูนย์ซักถาม ขกท.สน.จชต. ค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อวันที่  25 ตุลาคม 2561 โดยมีเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ผู้นำศาสนา ญาติของ นางคอลีเยาะ และชาวบ้านในชุมชนเข้าร่วมรับฟังประมาณ 200 คน ณ มัสยิด บ้านบองอ ม.4 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เพื่อชี้แจงเหตุผลที่เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นต้องควบคุมตัว นางคอลีเยาะ เนื่องจากต้องสงสัยว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงเหตุการณ์คนร้ายลอบยิง นายอาหามะ ฮะซา เสียชีวิตในพื้นที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2561 โดยอาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 8 และ 15 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457
ในการเปิดเวทีเริ่มต้นจาก ผู้การ ฉก.ทพ.45 ได้อธิบายให้ทราบถึงสาเหตุของการควบคุมตัวเยาะ” ไปทำการซักถามเพราะสาเหตุมาจากโทรศัพท์ที่เยาะเอาของน้องชายที่เสียชีวิตไปแล้วมาใช้ เมื่อมีการตรวจสอบทางเทคนิคพบว่ามีความเชื่อมโยงกับแกน ผกร. จึงต้องมีการเชิญตัวเพื่อให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ จากนั้นเยาะได้เล่าในระหว่างที่ถูกควบคุมตัวได้รับการดูแลเป็นอย่างดีในระหว่างการดำเนินการซักถาม
ซึ่งไม่คิดว่าจะได้รับการดูแลเอาใจใส่จากเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดีเช่นนี้  ในเวทีเยาะได้มีคำถามกับผู้การว่าจะมีการเชิญตัวเยาะเข้าไปซักถามอีกหรือไม่? ผู้การ ฉก.ทพ.45 ได้อธิบายว่าหากไม่มีหลักฐานความเชื่อมโยงที่เกี่ยวข้องการร่วมก่อเหตุรุนแรงหรือการร่วมสนับสนุน ผกร. เพื่อก่อกวนหรือทำให้เกิดความไม่สงบในพื้นที่ก็ไม่จำเป็นต้องเชิญ แต่ครั้งนี้ที่เชิญเพราะมีความเชื่อมโยงจากโทรศัพท์ดังกล่าวซึ่งเป็นของน้องชายเยาะซึ่งมีความเชื่อมโยงกับแกนนำ ผกร. จึงทำให้ต้องเชิญตัวเพื่อซักถามว่าเยาะมีส่วนรู้เห็นกับ ผกร.อย่างไร?  เวทีเปิดเผยความจริงที่จัดขึ้นในครั้งนี้ทำให้ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชนและผู้ร่วมรับฟังได้ทราบถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว และได้ทราบถึงกระบวนการของ ผกร. ที่หลอกใช้คนที่รู้ไม่เท่าทันต้องคอยสนับสนุน ผกร. อย่างไม่เต็มใจ
เยาะขอให้คนในชุมชนได้เข้าใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และได้ทราบถึงการเชิญตัวไปซักถาม  จนบัดนี้ได้กลับมาบ้านใช้ชีวิตอย่างปกติสุขแล้ว โดยผู้การขอให้ทุกคนในชุมชนได้ช่วยกันมิให้ ผกร.มาหลอกใช้หรือเบียดบังผลประโยชน์ของคนในชุมชนไปใช้สนับสนุนขบวนการ
หน่วยงานภาครัฐได้โอกาสเปิดช่องทางให้ผู้ที่เคยกระทำความผิดหรืออาจจะหลงผิดรายงานตัวแสดงตนเพื่อเข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน  ทุกคนย่อมเคยผิดพลาดแต่หากสำนึกยอมรับในสิ่งที่เคยทำมา ชุมชนและสังคมพร้อมที่จะให้โอกาสให้อภัยในสิ่งที่ได้กระทำมาในอดีต เพื่อให้ผู้ที่เคยกระทำความผิดเหล่านั้นกลับมาเป็นคนดีของชุมชนของสังคม สามารถกลับมาใช้ชีวิตเยี่ยงคนปกติดำรงตนอย่างปกติสุขในครอบครัวของตน กรณีบทเรียนนางคอลีเยาะ เจ๊ะหลง ในครั้งนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่หลงเข้าไปอาจรู้ไม่เท่าทัน  แต่เมื่อยอมรับผิดชุมชนก็พร้อมให้อภัย เพราะฉะนั้นบทบาทสำคัญยิ่งของชุมชนในการมีส่วนร่วมปกป้องจะต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชุมชน ไม่ให้กลุ่ม ผกร. ชักจูงหลอกใช้ตกเป็นเครื่องมือสนับสนุนการกระทำความชั่วด้วยการก่อเหตุเข่นฆ่าพี่น้องประชาชนด้วยกันเองอีกต่อไป ส่วนการนำเสนอข้อมูลที่ไม่รอบด้านของเพจ: สำนักสื่อ Wartani ขอให้ผู้อ่านได้ใช้ความรอบคอบในการเชื่อถือตามที่เสนอข่าวหรือไม่!!
----------------


11/12/2561

ประชาชนเริ่มรู้และเข้าใจในขบวนการอาเยาะห์


Ibrahim
อาเยาะห์” คืออะไร?....อาเยาะห์ คือการจัดองค์กรของขบวนการที่จัดตั้งขึ้นในหมู่บ้านหรือชุมชน โดยมีตำแหน่งและอำนาจหน้าที่ซ้อนอำนาจรัฐของไทยในแต่ละหมู่บ้าน มีโครงสร้างการจัดอย่างครบถ้วนทั้งแกนนำ กองกำลังแนวร่วม ที่ลอบปฏิบัติด้วยวิธีการที่รุนแรงต่อเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งสามารถควบคุมมวลชนในหมู่บ้านมิให้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ อาเยาะห์จึงเป็นองค์กรที่เป็นคู่และเป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่เสมอมา
อาเยาะห์  มีหน้าที่จัดการงบประมาณและทรัพยากรในหมู่บ้านควบคุมสั่งการให้กองกำลังที่อยู่ในการบังคับบัญชาคือ RKK หมู่บ้านละประมาณ 6 คน  โดยให้การช่วยเหลือสนับสนุนขบวนการโดยสร้างมวลชนจากชาวบ้านและเยาวชนคอยควบคุมข่มขู่ชาวบ้านมิให้ชาวบ้านให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมเพจ: สำนักสื่อ Wartani ได้ทำการโพสต์ข้อความ ควบคุมตัวอาสาสมัครเครือข่ายตัดเย็บองค์กร Perwani (องค์กรผู้หญิงปาตานี) เจ้าหน้าที่สามฝ่ายสนธิกำลังเข้าปิดล้อมบ้านเลขที่ 59 ม.4 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส โดยได้แสดงตัวขอตรวจค้นภายในบ้าน จากการตรวจค้นไม่พบสิ่งต้องสงสัยหรือสิ่งผิดกฎหมายใดๆ แต่เจ้าหน้าที่ได้ยึดโทรศัพท์ไว้จำนวน 1 เครื่อง โดยโทรศัพท์ดังกล่าวเป็นของน้องชายเจ้าของบ้านที่เสียชีวิตไปแล้ว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวเจ้าของบ้านไปยัง ฉก.ตันหยงมัส เพื่อทำการซักถามข้อมูล จากนั้นได้ส่งตัวไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี เพื่อขยายผลเพิ่มเติมโดยยังไม่ทราบชะตากรรม
การทำการโพสต์ดังกล่าวของเพจ: สำนักสื่อ Wartani ต้องการทำลายความชอบธรรมในการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐโดยเฉพาะอย่างยิ่งการควบคุมตัวเจ้าของบ้านซึ่งเป็นสุภาพสตรีย่อมมีความอ่อนไหวต่อความรู้สึก ซึ่งสิ่งที่สื่อแนวร่วมทำการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อต้องการวัตถุประสงค์อะไรบางอย่างในบางครั้งเกินเลยจนขาดข้อเท็จจริง
จากการติดตามข่าวสารในประเด็นดังกล่าวที่ไปที่มาในการควบคุมตัวผู้หญิงเจ้าของบ้าน (ขอสงวนชื่อจริง) เรียกว่า เมาะ ก็แล้วกันเพื่อความเข้าใจ ต้นสายปลายเหตุเป็นมาอย่างไร และเจ้าหน้าที่รังแกหรือบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมกับประชาชนจริงหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสตรีด้วยแล้วหากเป็นความจริงเป็นสิ่งที่สังคมยอมรับไม่ได้
จนในที่สุดสิ่งที่ผู้เขียนอยากรู้ก็ปรากฏ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ได้จัดเวที เปิดเผยความจริง เพื่อนำความจริงมาเปิดเผยต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้นำศาสนา ญาติของผู้ต้องสงสัย และชาวบ้านในชุมชนเข้าร่วมรับฟัง ณ มัสยิด บ้านบองอ ม.4 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส กรณีการเชิญตัวเมาะมีการนำตัวไปยัง ศูนย์ซักถาม ขกท.สน.จชต. ค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานีจริง โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่  25 ตุลาคม 2561
ในการเปิดเวทีเริ่มต้นจาก ผู้การ ฉก.ทพ.45 ได้อธิบายให้ทราบถึงสาเหตุของการควบคุมตัวเมาะ ไปทำการซักถามเพราะสาเหตุมาจากโทรศัพท์ที่เจ้าหน้าที่ยึดได้ภายในบ้านพักซึ่งมีการกล่าวอ้างว่าเป็นของน้องชายที่เสียชีวิตไปแล้วมาใช้ มีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงเหตุการณ์คนร้ายลอบยิง นายอาหามะ ฮะซา เสียชีวิตในพื้นที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2561 จึงอาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 8 และ 15 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 เชิญตัวเพื่อให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่
เมาะได้เล่าในระหว่างที่ถูกควบคุมตัวได้รับการดูแลเป็นอย่างดีในระหว่างการดำเนินการซักถาม ซึ่งไม่คิดว่าจะได้รับการดูแลเอาใจใส่จากเจ้าหน้าที่เช่นนี้ จากข้อมูลเชิงลึกเมาะให้การยอมรับว่าเมื่อประมาณปี 2546 ตนเองได้ทำการสาบานตนเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม ผกร. โดยถูกจัดให้อยู่ฝ่ายสตรี (อีบู) มีหน้าที่ให้การสนับสนุนกลุ่ม ผกร. คอยเป็นหูเป็นตาสอดส่องความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่รัฐแล้วรายงานไปยังแกนนำในพื้นที่ อีกทั้งคอยชักจูงสตรีภายในหมู่บ้านให้เข้ามาร่วมกลุ่ม อีบู มีการระดมเงินสนับสนุนกลุ่ม ผกร. ในพื้นที่
สิ่งที่ประชาชนได้รับจากการออกมาเปิดเผยความจริง ประชาชนเริ่มรู้และเข้าใจในขบวนการอาเยาะห์ได้ทราบถึงข้อเท็จจริง และได้ทราบถึงกระบวนการของ ผกร. ที่หลอกใช้คนที่รู้ไม่เท่าทันต้องคอยสนับสนุน ผกร. อย่างไม่เต็มใจ กลุ่มขบวนการสร้างมวลชนจากชาวบ้านเยาวชน โดยจะเน้นเลือกคนที่มีนิสัยเงียบๆ ไม่ชอบยุ่งกับใคร เป็นคนรักครอบครัว เคร่งศาสนา เรียนจบชั้น 10 หรือชั้นซานาวีจากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม หรือเป็นครูสอนโรงเรียนตาดีกา เมาะคือเป้าหมายคนหนึ่งที่เคยเป็นแนวร่วมทำหน้าที่สอดส่องความเคลื่อนไหวเจ้าหน้าที่รัฐ และระดมเงินทุนสนับสนุน ผกร. ส่วนอาร์เคเคจะคัดกรองจากเยาวชนที่เห็นด้วยกับการต่อสู้ของกลุ่มขบวนการในแนวทางญิฮาด (การต่อสู้ในแนวทางของพระเจ้า) และคอยควบคุมข่มขู่ชาวบ้านมิให้ชาวบ้านให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้กลับมาสงบสุข โดยมีเป้าหมายในการแบ่งแยกดินแดนแยกตัวเป็นเอกราชจากรัฐบาลไทย 


---------------------------------

11/09/2561

membukakan pintu oleh kerajaan akan orang yang melakukan kesalahan untuk menyerahkan diri.


Garis panduan untuk mendakwakan oleh pendakwa didalam kes keselamatan di wilayah sempadan selatan dibawah Akta Pertubuhan Pendakwa dan pegawai pendakwa 2523 B. di bawah Seksyen 21 "Percuma oleh pendakwa didalam memandangkan kes untuk mendakwakan akan orang yang berbuat kesalahan. Biarlah dia melaksanakan tugas sebagaimana yang ditetapkan oleh Perlembagaan dan undang-undang dengan keadilan".

"Lomtai Saiburi"

Penggunaan kuasa di bawah Seksyen 21 Akta Pertubuhan Pendakwa dan pegawai pendakwa 2523 B, Jika memandangkan oleh pendakwa bahawa pendakwaan jenayah itu tidak memberi manfaat kepada orang ramai atau menjejaskan ia akan keselamatan negara atau untuk mendapatkan manfaat kepada Negara kemudian diserahkan dia kepada Peguam Negara dan Peguam Negara mempunyai kuasa untuk tidak mendakwakan dia mengikut peraturan Pejabat Peguam Negara dengan kelulusan daripada KO.O. (Jawatankuasa Peguam dibawah peraturan Pendakwa Negeri) dengan diperuntukan perenggan kedua untuk berkuat kuasakan dia kerana di sebabkan daripada pendakwa tidak memfailkan aduan atau tidak merayuan atau tidak berpetisyen atau tidak menarik balik pendakwaan atau tidak menarik balik petisyen atau tidak menarik balik rayuan dengan mutatis mutandis.
Penggunaan kuasa di bawah Seksyen 21 Akta Pertubuhan Pendakwa dan pegawai pendakwa 2523 B. adalah ia menggunakan kuasa oleh Peguam Negara dan menjadi kuasa bagi pihak pentadbiran yang tidak terikat dengan sesuatu daripada pihak kehakiman. Dalam hal memerintahkan oleh Peguam Negara untuk tidak mendakwakan akan yang tertuduh di atas pada kes keselamatan, Jika memandangkan ia bahawa pendakwaan itu tidak memberi manfaat kepada orang ramai atau mungkin ada implikasi akan keselamatan Negara. Maka dalam hal ini perlu diluluskan daripada Pengarah Keselamatan Dalam Negeri Wilayah Ke-4 dahulu. Jika memandangkan ia akan bahawasanya orang itu bertindakan dengan sesat dan hendak bertaubat ia dan tidak menyertai kumpulan kemerdekaan lagi dan boleh menarik ia akan orang-orang didalam kumpulan kemerdekaan untuk menyarahkan diri kepada pegawai kerajaan. Maka Peguam Negara mempunyai kuasa untuk menarik balik akan dakwaan itu dan berakhirlah kes jenayah itu. "Perintah untuk tidak didakwakan itu" akan memberi manfaat kepada "Projek Membawa Orang Pulang Ke Rumah" tetapi mesti diluluskan dia daripada Pengarah Keselamatan Dalam Negeri Wilayah Ke-4 yang akan menjadi sumbangan kepada penkeganasan atau pesesat lebih bertembah menyertai projek membawa orang pulang ke rumah. Adapun orang yang memberi kerjasama  atau orang yang memberikan fakta kepada kerajaan. Maka mendegarkan oleh mahkamah dan akan mengurangkan akan penaltinya. pada banyak kes yang lalu, orang yang tidak mengaku pada proses soal siasat maka dihantarkan dia ke prosiding mahkamah dan telah berjuangkan dia di mahkamah dan jika bersalah ia maka tidak mengurangkan dia oleh mahkamah akan penaltinya.
Jika hendak mendengarkan pantulan orang-orang Buddha Thai di wilayah sempadan selatan. Pada masa yang lalu, tidak bersetuju oleh mereka itu akan projek membawa orang pulang ke rumah. bahkan dalam hal Lt. Gen. Pornsak Poolsawat, Captains Rantau 4. bertemukan dengan orang-orang Buddha Thai untuk mendengar masalah-masalah. Dan wakil orang Buddha Thai bercadangkan mengenai "Projek membawa orang pulang ke rumah" bahawa bersetuju oleh mereka itu akan dia tetapi hendaklah bertimbangkan dia dengan undang-undang sebagai masing-masing yang akan membantukan didalam mengurangkan masalah kebakaran di selatan kerana setengah daripada barisan kumpulan kemerdekaan itu ingin kembali ke kehidupan seperti orang yang biasa tetapi terikat ia dengan tindakan undang-undang dan takutkan ia pada hal tidak mendapatkan keadilan daripada pegawai kerajaan dan tidak mendapatkan keadilan daripada proses keadilan bahkan apabila dibukakan pintu ini, maka membantukan ia dalam hal pesesat terlebih yakin untuk menyerahkan dirinya.
ingin memberitahu kepada ibubapa dan adikkakak dan saudara-mara bagi pesesat dan orang-orang yang melarikan diri dan orang-orang yang mempunyai tuntutan undang-undang sama ada ia pada waran tangkap Dekri pemerintahan kerajaan didalam keadaan kecemasan dan waran tangkap kanun tatacara jenayah bahawa membukakan oleh kerajaan akan pintu bagi individu-individu ini untuk melaporkan diri dan menyertai projek membawa orang pulang ke rumah untuk membuktikan dirinya dan untuk membuktikan kebenaran di mahkamah. Dan jika memberi kerjasama ia dan memberikan fakta kepada kerajaan maka dikurangkan akan hukumannya dan tidak perlu melarikan diri lagi dan boleh kembali berkehidupan dengan keluarga seperti orang yang biasa. Penggunaan kuasa di bawah Akta Pertubuhan Pendakwa dan pegawai pendakwa 2523 B. Peguam Negara mempunyai kuasa di bawah Seksyen 21untuk menarik balik pendakwaan seperti yang disebutkan dia. Sehingga boleh memerintahkan ia untuk menarik balik akan segala petisyen kes kestabilan dengan diluluskan daripada Pengarah Keselamatan Dalam Negeri Wilayah Ke-4 dahulu. Dan kuasa ini hanya miliki bagi Peguam Negara sahaja dan tidak boleh mewakilkan ia akan tugas ini kepada orang lain. Dan hal ini ada peraturan dan kaifiat yang perlu ditawarkan dia dengan berturutan. Dan jika yang tertuduh yang diperintahkan untuk tidak mendakwakan dia berulangkan lagi berbuat kesalahan maka didakwakan akan dia dengan segera tanpa pengecualiannya. Pintu ini adalah satu pintu lagi yang membukakan dia olh krajaan untuk pesesat telah menyerah dirinya untuk menyertai projek membawa orang pulang ke rumah yang menjadi projek daripada Pejabat Keselamatan Dalam Negeri Wilayah Ke-4 (Bahagian Dihadapan).

…………………………………………………………



11/08/2561

ممبوكاكن فينتواوليه كراجأن اكن اوراغيغ ملاكوكن كسالهن اونتوق مثرهكنديري.



ئاريس فندوان اونتوق مندعوأي كن اوليه فندعوأي ددالم كيس كسلامتن دويلايه سمفادان سلاتن دباوه اكتافرتوبوهن فندعوأي دان فئاواي فندعوأي 2523 ب. دباوه سيكشين 21 “فرخومااوليه فندعوأي ددالم ممندغكن كيس اونتوق مندعوأي كن اكن اوراغيغ بربوات كسالهن بيارله دي ملقسأناكن توئس سبائيمان يغدتتفكن اوليه فرلمبائأن دان اونداغ-اونداغ دغن كعاديلن ”

    “لوم تأي  سأيبوري ”.

فغئونأن كواس دباوه سيكشين 21 اكتا فرتوبوهن فندعوأي دان فئاواي فندعوأي 2523 ب، جك ممندغكن اوليه فندعوأي بهوا فندعوأن جنايه ايت تيدق ممبري منافعة كفد اوراغرامي اتومنجيجسكن اي اكن كسلامتن نئارااتواونتوق مندافتكن منافعة كفدا نئارا كمدين دسرهكندي كفدفئوام نئارا دان فئوام نئارا ممفوثأي كواس اونتوق تيدق مندعوأي كندي مغيكوت فراتوران فجابة فئوام نئارا دغن كلولوسن درفد كو.أو. ( جواتنكواس فئوام دباوه فراتوران فندعوأي نئري) دغن دفرونتوقكن فريغئن كدوااونتوق برقوات كواس كندي  كران دسببكن درفدفندعوأي تيدق ممبايلكن ادوان اتوتيدق مرايوان اتوتيدق برفتيشين اتوتيدق مناريق باليق فندعوأن اتوتيدق مناريق باليق فتيشين اتوتيدق مناريق باليق رايوان دغن موتاتيس موتنديس فغئونأن كواس دباوه سيكشين 21 اكتا فرتوبوهن فندعوأي دان فئاواي فندعوأي 2523 ب. اداله اي مغئوناكن كواس اوليه فئوام نئارا دان منجادي كواس بائي فيهق فنتدبيران يغ تيدق ترايكة دغن سسوات درفد فيهق كحاكيمن دالم حال ممرينتهكن اوليه فئوام نئارا اونتوق تيدق مندعوأيكن اكن يغ ترتودوه دأتس فد كيس كسلامتن، جك ممندغكن اي بهوافندعوأن ايت تيدق ممبري منافعة كفد اوراغرامي اتومومكين اداترجيجسكن اكن كسلامتن نئارا مك دالم حال اين فرلودلولوسكن درفد فغاره كسلامتن دالم نئري ويلايه ك-4 دهولو جك ممندغكن اي اكن بهواسث اوراغ ايت بربواتكن دغن سسة دان هندق برتوبة اي دان تيدق مثرتأي كومفولن كمرديكأن لائي دان بوليه مناريق اي اكن اوراغ-اوراغ ددالم كومفولن كمرديكأن اونتوق مثرهكنديري كفد فئاواي كراجأن مك فئوام نئارا ممفوثأي كواس اونتوق مناريق باليق اكن دعوأن ايت دان براخيرله كيس جنايه ايت “ فرينته اونتوق تيدق دعوأيكن ايت ”  اكن ممبري منافعة كفد  “ فروخيك ممباوأاوراغ باليق كرومه ” تتافي مستي دلولوسكندي درفد فغاره كسلامتن دالم نئري ويلايه ك-4 يغ اكن منجادي سومبغن كفد فنئانسن اتوفسسة لبيه برتمبه مثرتأي فروخيك ممباوأاوراغ باليق كرومه ادافون اوراغيغ ممبري كريجاسام اتواوراغيغ ممبريكن فكتاكفد كراجأن مك مندغركن اوليه محكامه دان اكن مغوراغكن اكن سيقساث فدا باثق كيس يغ لالو اوراغيغ تيدق مغاكوفد فروسيس سؤال سياس مك دهنتركندي كفروسيس يغ محكامه دان تله برجواغكندي دمحكامه دان جك برساله اي مك تيدق مغوراغكندي اوليه محكامه اكن سيقساث جك هندق مندغركن فنتولن اوراغ-اوراغ بوذا دويلايه سمفادان سلاتن فد ماس يغ لالو تيدق برستوجواوله مرك ايت اكن فروخيك ممباوأاوراغ باليق كرومه  بهكن  دالم حال فون تو فون سك  فول سوات، فغليمابسرويلايه ك-4 برجومفاكن دغن اوراغ-اوراغ بوذا اونتوق مندغرمسأله-مسأله دان واكيل اوراغ بوذا تهاي برخاداغكن مغنأي “فروخيك ممباوأاوراغ باليق كرومه  ” بهوابرستوجواوليه مريك ايت اكندي تتافي هندقله برتيمبغ كندي دغن اونداغ-اونداغ سبائي ماسيغ-ماسيغ يغ اكن ممبنتوكن ددالم مغوراغكن مسأله كباكاران دسلاتن كران ستغه درفد باريسن كومفولن كمرديكأن ايت ايغين كمبالي ككهيدوفن سفرت اوراغ بياس تتافي ترايكة اي دغن فربواتن اونداغ-اونداغ دان تاكوتكن دي فد حال تيدق مندافتكن كعاديلن درفد فئاواي كراجأن دان تيدق مندافتكن كعاديلن درفد فروسيس كعاديلن  بهكن  افبيل دبوكاكن فينتواين مك ممبنتوكن اي دالم حال فسسة ترلبيه يقين اونتوق مثرهكن ديريث ايغين ممبريتاهوكفدايبوباف دان اديق كاكق دان سودارا-مارابائي فسسة دان اوراغ-اوراغ يغ ملاريكنديري دان اوراغ-اوراغ يغ ممفوثأي تونتوتن اونداغ-اونداغ سمأدا اي فد وارنا تيغكف ديكري فمرينتهن كراجأن ددالم كأدأن كخمسن دان وارنا تيغكف قانون تتأخاراجنايه
بهواممبوكاكن اوليه كراجأن اكن فينتوبائي سكلين اوراغ اين اونتوق ملافوركنديري دان مثرتأي فروخيك ممباوأاوراغ باليق كرومه اونتوق ممبوقتي كنديريث دان اونتوق ممبوقتيكن كبنران دمحكامه دان جك ممبري كريجاسام اي دان ممبريكن فركتأن كفد كراجأن مك دكوراغكن اكن حكومنث دان تيدق فرلوملاريكنديري لائي دان بوليه باليق بركهيدوفن دغن كلوارئاسفرت اوراغ بياس فغئونأن كواس دباوه اكتافرتوبوهن فندعوأي دان فئاواي فندعوأي 2523 ب. فئوام نئاراممفوثأي  كواس دباوه سيكشين 21 اونتوق مناريق  باليق فندعوأن سفرت يغدسبوتكندي سهيغئ بوليه ممرينتهكن اي اونتوق مناريق باليق اكن سئل فتيشن كيس كسلامتن دغن دلولوسكن درفد فغاره كسلامتن دالم نئري  ويلايه ك-4 دهولو دان كواس اين هاث ميليكي بائي فئوام نئاراسهاج دان تيدق بوليه مواكيل كندي اكن توئس اين كفد اوراغ لأين دان حال اين ادافراتوران دان كفية يغ فرلودتاهوكندي دغن برتوروتن دان جك يغ ترتودوه يغدفرينتهكن اونتوق تيدق مندعوأي كندي براولغكن لائي بربوات كسالهن مك ددعوأي كن اكندي دغن سئرا تنفافغخوالينث فينتو اين اداله ساتوفينتولائي يغ ممبوكاكندي اوليه كراجأن اونتوق فسسة تله مثرهكن ديريث اونتوق مثرتأي فروخيك ممباوأاوراغ باليق كرومه  يغ منجادي فروخيك درفد فجابة كسلامتن دالم نئري ويلايه ك-4 (بهائين دهدافن).

……………………………………………………………

11/07/2561

รัฐเปิดช่องทางให้ผู้หลงผิดมอบตัว

แนวทางการดำเนินคดีความมั่นคงสำหรับพนักงานอัยการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2523 ตาม มาตรา 21 พนักงานอัยการมีอิสระในการพิจารณาสั่งคดี การปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และตามกฎหมายโดยสุจริต เที่ยงธรรม


ลมใต้ สายบุรี
การใช้อำนาจตามมาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2523
ถ้าหากพนักงานอัยการเห็นว่า การฟ้องคดีอาญาจะไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน หรือจะมีผลกระทบ ต่อความปลอดภัยหรือความมั่นคงของชาติ หรือผลประโยชน์อันสำคัญของประเทศให้เสนอ ต่ออัยการสูงสุด และอัยการสูงสุดมีอำนาจสั่งไม่ฟ้อง ทั้งนี้ ตามระเบียบที่สำนักอัยการสูงสุดกำหนด โดยความเห็นชอบของ ก.อ. (คณะกรรมการอัยการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ) ให้นำความในวรรคสองมาใช้บังคับกรณีที่พนักงานอัยการไม่ยื่นคำร้องไม่อุทธรณ์ ไม่ฎีกา ถอนฟ้อง ถอนคำร้อง ถอนอุทธรณ์ และถอนฎีกา ด้วยโดยอนุโลม
การใช้อำนาจตามมาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2523 เป็นการใช้อำนาจของอัยการสูงสุด เป็นอำนาจทางการบริหาร จะไม่ผูกติดกับอำนาจตุลาการ การสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาคดีความมั่นคงของอัยการสูงสุด ถ้าเห็นว่าการฟ้องจะไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน หรือจะมีผลกระทบต่อความปลอดภัย หรือความมั่นคงของชาติจะต้องผ่านการพิจารณาจาก ผอ.รมน.ภาค 4 แล้ว เห็นว่าบุคคลนั้นกระทำไปเพราะหลงผิด และสัญญาว่าจะกลับใจ จะไม่เข้าร่วมขบวนการและสามารถที่จะดึงคนในขบวนการและเพื่อนออกมาได้ อัยการสูงสุด สามารถถอนฟ้องได้ เรื่องทางคดีอาญาเป็นอันยุติ การสั่งไม่ฟ้อง ดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อ โครงการพาคนกลับบ้าน โดยจะต้องผ่านความเห็นชอบจาก ผอ.รมน.ภาค 4 จะเป็นส่วนสนับสนุนให้ ผกร. หรือผู้ที่หลงผิดสามารถเข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้านมากขึ้น ส่วนผู้ที่ให้ความร่วมมือ ผู้ที่ให้ข้อเท็จจริงกับรัฐ ศาลรับฟังและลดโทษให้ ที่ผ่านมาหลายคดีผู้ที่ไม่ยอมรับสารภาพในชั้นซักถาม มีการส่งตัวฟ้องศาลดำเนินคดีจนกระทั่งมีการต่อสู้ในชั้นศาลผลการพิจารณาคดี
ถึงที่สุดศาลจะไม่มีเหตุลดโทษให้
หากจะฟังเสียงสะท้อนของชาวไทยพุทธในพื้นที่ซึ่งในห้วงที่ผ่านมาไม่เห็นด้วยกับโครงการพาคนกลับบ้าน จากการที่ พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เดินสายพบปะชาวไทยพุทธเพื่อรับฟังปัญหาในด้านต่างๆ ซึ่งตัวแทนกลุ่มไทยพุทธได้มีการเสนอแนะข้อคิด โครงการพาคนกลับบ้าน ว่าเห็นด้วยแต่ขอให้มีการพิจารณาด้วยการใช้กฎหมายเป็นรายๆ ไป เป็นการช่วยให้ปัญหาไฟใต้ได้บรรเทาลง เพราะกลุ่มแนวร่วมจำนวนหนึ่งต้องการกลับมาใช้ชีวิตเช่นคนปกติทั่วไป แต่ติดขัดที่มีคดีความติดตัว และเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่รัฐและกระบวนการยุติธรรม เมื่อมีการเปิดช่องทางนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้หลงผิดต้องการมอบตัวมากขึ้น
จึงขอบอกกล่าวไปยัง พ่อแม่ พี่น้อง ญาติผู้ที่หลงผิด ผู้ที่กำลังหลบหนี ผู้ที่มีคดีความมั่นคงติดตัว หมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หมาย ป.วิอาญา รัฐได้ช่องทางให้บุคคลเหล่านั้นรายงานตัวแสดงตนเข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน เพื่อการพิสูจน์ตนเอง พิสูจน์ความจริงในชั้นศาล หากให้ความร่วมมือ ให้ข้อเท็จจริงกับรัฐจะได้รับการลดโทษ ไม่ต้องหลบหนีกลับมาอยู่กับครอบครัวดั่งเช่นคนปกติ การใช้ พ.ร.บ. องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2523 อัยการสูงสุด มีอำนาจตาม มาตรา 21 ที่จะสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาคดีความมั่นคงได้ ตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ตลอดจนการถอนฎีกาคดีความมั่นคงได้ทั้งหมด ซึ่งผ่านการพิจารณาเห็นชอบจาก ผอ.รมน.ภาค 4 แล้วโดยการใช้อำนาจนี้เป็นของอัยการสูงสุดแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น จะมอบหมายให้คนอื่นทำแทนไม่ได้มีระเบียบ วิธีการ ที่ต้องมีการเสนอตามลำดับขั้นตอน ซึ่งหากผู้ต้องหาที่สั่งไม่ฟ้องไปแล้ว กระทำผิดซ้ำอีกก็จะถูกดำเนินคดีในทันที ไม่มีการยกเว้น ซึ่งก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่รัฐได้เปิดช่องทางให้ผู้หลงผิดมอบตัวเพื่อเข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้านของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้าต่อไป.
……………………………………………………………

11/02/2561

เจาะลึกแถลงการณ์และให้สัมภาษณ์ นายอับดุลการิม คาลิบ โฆษก BRN


"Ibrahim"


จากกรณีการอ่านแถลงการณ์และให้สัมภาษณ์ของ นายอับดุลการิม คาลิบ (Abdul Karim Kuhalib) หรือ นายรอมลี แบเลาะ  รอมือลี/มือลี อดีตครูสอนวิชาสามัญ โรงเรียนสัมพันธ์วิทยา อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ซึ่งอ้างตนเป็นโฆษก BRN ผ่านสำนักข่าว BBC ไทย

          นายอับดุลการิม คาลิบ มีแนวความคิดหัวรุนแรงและสุดโต่ง ในอดีตเคยเข้าร่วมชุมนุมในเหตุการณ์ตากใบ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547 นายอับดุลการิม เป็นหนึ่งในคณะผู้แทน BRN ในการพูดคุยสันติภาพซึ่งใช้ฐานะผู้แทนสภาเยาวชน BRN ต่อมาเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2556 ได้ร่วมกับ นายฮาซัน ตอยิบ ซึ่งเป็นอีกคนหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญ BRN ในขณะนั้นได้ออกแถลงการณ์ยื่นเงื่อนไขข้อเรียกร้อง 5 ข้อต่อรัฐบาลไทย ผ่านทางคลิปวีดีโอเผยแพร่ทาง Youtube  ถัดมาในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกันได้ร่วมกับ นายฮาซัน ตอยิบ แถลงผ่านทางคลิปวีดีโอ เผยแพร่ทางเว็บไซต์ Youtube เช่นกัน กล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยอยู่เบื้องหลังเหตุลอบยิงชาวบ้านเสียชีวิต 6 ศพ ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ปัตตานี รวมทั้งเหตุการณ์อื่นๆ

การอ่านแถลงการณ์และให้สัมภาษณ์ของ นายอับดุลการิม คาลิบ โฆษก BRN ผ่านสำนักสื่อ BBC ไทย เนื้อหาในแถลงการณ์มีการสื่อถึง 3 ภาษาด้วยกัน เป็นความตั้งใจต้องการที่จะสื่อต่อกลุ่มเป้าหมายที่เป็นแนวร่วม อีกทั้งต้องการสื่ออะไรบางอย่างที่ลึกไปกว่านั้นอย่างมีนัยยะสำคัญ

หากจับประเด็นใจความสำคัญการให้สัมภาษณ์ต่อสำนักสื่อ BBC ไทย ของ นายอับดุลการิม มีการแสดงออกถึงท่าทีที่ไม่ได้คาดหวังกับมาเลเซียอีกต่อไป และมองรัฐบาลไทยสมรู้ร่วมคิดกับมาเลเซีย รวมทั้ง BRN ไม่ไว้วางใจ มาราปาตานี องค์กรร่มของฝ่ายขบวนการปลดแอกเอกราชปาตานี เนื้อหาการอ่านแถลงการณ์และให้สัมภาษณ์ที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อนั้น ตั้งใจเจตนาในการแถลงการณ์ โดยข้อมูลเนื้อหาน่าจะมีการกลั่นกรองจากองค์กรนำแล้ว ซึ่งสอดคล้องและสอดรับกับแนวทางการขับเคลื่อนของกลุ่มองค์กรภาคประชาสังคมที่จัดตั้งโดย BRN และกลุ่มที่เป็นแนวร่วมในการต่อสู้เพื่อไปสู่การกำหนดใจตนเองแยกตัวเป็นเอกราชจากรัฐบาลไทย


การออกแถลงการณ์ของโฆษก BRN มีความพยายามขับเคลื่อนให้เป็นไปตามหลักสากล ต้องการสื่อในเรื่องการขัดกันด้วยอาวุธซึ่งเป็นกฎหมายระหว่างประเทศ มีความพยายามผลักดันไปสู่นานาชาติ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดขององค์กร จะเห็นได้ว่าท่าทีของ BRN ที่ยึดฐานที่มั่นในประเทศมาเลเซียคอยบัญชาการในการก่อเหตุในจังหวัดชายแดนใต้ของประเทศไทยเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ในห้วงขณะที่มาเลเซียประสบปัญหาเรื่องการเมืองและเศรษฐกิจภายในประเทศ BRN อาศัยช่วงเวลานี้ในการเคลื่อนไหวเพื่อเปิดช่องให้ประเทศอื่น หรือองค์กรระหว่างประเทศเข้ามาแทนที่มาเลเซียในฐานะผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยสันติสุขกับรัฐบาลไทย

หากวิเคราะห์เจาะลึกต่อท่าทีของ BRN จากการเปลี่ยนปัจจัยเกื้อหนุนในการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในขณะที่ ดร.มหาธีร์ นายกมาเลย์ ได้แต่งตั้ง ตัน สรี อับดุล ราฮิม บิน โมห์ด นูร์ (Tan Sri Abdul Rahim bin Mohd. Noor) อดีตผู้บัญชาการตำรวจ และผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลมาเลเซีย เป็นผู้อำนวยความสะดวกคนใหม่แทน ดาโต๊ะ สรี อะหมัด ซัมซามิน ฮาซิม ซึ่งรัฐบาลมาเลเซียอ้างว่าหมดวาระการทำหน้าที่ ในขณะที่รัฐบาลไทยได้แต่งตั้ง พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยฝ่ายไทยแทน พล.อ.อักษรา เกิดผล

จากการเปลี่ยนองคาพยพที่มีผลต่อทิศทางการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ดังกล่าวเบื้องลึกเบื้องหลัง BRN อาจจะถูกกดดันจาก ดร.มหาธีร์ นายกมาเลย์ และตำรวจสันติบาล เพื่อขับเคลื่อนการพูดคุยเดินหน้าแก้ไขปัญหาความขัดแย้งแทนการใช้กำลัง ทิศทางบวกจะเห็นได้จากการที่ ดร.มหาธีร์ นายกรัฐมนตรีมาเลย์ได้เดินทางมาเยือนรัฐบาลไทยเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีของไทยอย่างเป็นทางการ และอาจมาจากปัญหาเดิมที่ BRN เป็นคนละพวกกับกลุ่ม มาราปาตานี ตั้งแต่ต้น จะเห็นเค้าลางของการแย่งชิงองค์กรนำในการพูดคุยกับรัฐบาลไทย

การอ่านแถลงการณ์และให้สัมภาษณ์ของ นายอับดุลการิม คาลิบ โฆษก BRN หากสังเกตให้ดีจะสอดรับกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมนักศึกษา เยาวชนในพื้นที่ในการแสดงออกถึงจุดยืนและความต้องการของกลุ่มนั่นคือ Merdeka ด้วยการก่อกวนทำการพ่นสีบนท้องถนน ป้ายและสถานที่สำคัญๆ

การพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ของรัฐบาลไทยกับกลุ่มคิดต่างจากรัฐ ต้องยอมรับว่ามีหลากหลายกลุ่ม ซึ่งกลุ่ม มาราปาตานี กลุ่ม Pulo หรือกลุ่มอื่นๆ ที่ไม่มีนโยบายทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ใช้แนวทางการเมืองในการเรียกร้อง แต่ยังคงมีเป้าหมายเดียวกันนั่นคือ Merdeka ซึ่งแตกต่างกับแนวทางการต่อสู้ของ BRN ที่มุ่งใช้ความรุนแรงส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนในพื้นที่ รัฐบาลไทยจึงต้องให้ความสำคัญเดินหน้าพูดคุยกับทุกกลุ่ม ไม่ได้ให้ความสำคัญกับกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดเป็นพิเศษ

ตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา BRN ยังคงมุ่งก่อเหตุทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ สร้างผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อแสดงความมีตัวตน ทำการโฆษณาชวนเชื่อว่า BRN ยังคงมีศักยภาพในการก่อเหตุ แต่ BRN กลับปฏิเสธทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นการกระทำของ ผกร. มุ่งบิดเบือนเพื่อโยนผิดให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมทั้งคอยจ้องจับผิดหาข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ใช้องค์กรภาคประชาสังคมแนวร่วมทำการโฆษณาชวนเชื่อไปยังประชาชนในพื้นที่และองค์กรระหว่างประเทศ ส่วนการพูดคุยกับรัฐบาลไทย BRN ต้องการที่จะตัดขาดจาก มาราปาตานี โดยพยายามจะแยกโต๊ะเจรจาและพูดคุยกับรัฐบาลไทยโดยตรง ซึ่ง BRN ไม่ใช่ตัวแทนประชาชนแต่กลับใช้เงื่อนไขเรียกร้องเอกราช ใช้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นเครื่องมือในการต่อรองให้กลุ่มตนเอง ซึ่งจากพฤติกรรมดังกล่าวของ BRN มาเลเซียในฐานะให้ที่พักพิงควรพิจารณาและรับผิดชอบก่อนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้รอบใหม่ที่จะเกิดขึ้นในเร็ววัน
----------------------------

10/27/2561

ใคร? อยู่เบื้องหลังการออกแถลงการณ์ กดดันทหารพรานอนาจารเด็กนักเรียน



"แบมะ ฟาตอนี"

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2561 สภาชุมชนบ้านค่าย นัดรวมตัวกันที่โรงเรียนบ้านค่าย ต.ปูโละปุโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อกดดันและออกแถลงการณ์เรียกร้องต่อกรณีทหารพรานอนาจารเด็กนักเรียนในชุมชน ซึ่งในการรวมตัวกันในครั้งนี้มี นายอายุบ เจ๊ะนะ รักษาการประธานเครือข่ายภาคประชาสังคม     เพื่อสันติภาพ (คปส.) น.ส.อัญชนา หีมมิหน๊ะ ประธานกลุ่มด้วยใจ และนายฮาซัน ยามาดีบุ ประธานกลุ่มบุหงารายา เป็นแกนนำ อีกทั้งยังมี นายอารีฟีน โสะ แกนนำกลุ่มศึกษาชุมชนและทรัพยากรปาตานี (Patani Resources)/แกนนำเครือข่ายตือโละปาตานี/อดีตประธานกลุ่ม PerMAS นายปรัชญเกียรติ วาโร๊ะ นักจัดรายการวิทยุ และ 3) นายอิสมาแอ เต๊ะ ประธานองค์กรเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปัตตานี (HAP) เข้าร่วมด้วย

การนัดรวมตัวกันในครั้งนี้เพื่อกดดันให้มีการตรวจสอบและติดตามความคืบหน้าของคดี กรณีทหารพรานอนาจารนักเรียน โรงเรียนบ้านค่าย เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยมี น.ส.อัญชนา หีมมิหน๊ะ ประธานกลุ่มด้วยใจ เป็นแกนนำในการอ่านแถลงการณ์ข้อเรียกร้องของประชาชนที่มาชุมนุม    

โดยประชาชนในพื้นที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ทหารออกจากพื้นที่หมู่บ้าน โรงเรียน และสวนยางพาราโดยเร็ว และต้องการหลักประกันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก

นอกจากนี้ตัวแทนสภาชุมชนบ้านค่ายอ่านแถลงการณ์ เรื่อง “กรณีทหารพรานล่วงละเมิดศักดิ์ศรีเด็กหญิงในชุมชน” ต้องการให้รัฐแสดงความรับผิดชอบและดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด รวมถึงจะต้องเยียวยาเหยื่อผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง เรียกร้องให้แม่ทัพภาคที่ 4 แถลงคำขอโทษอย่างเป็นทางการต่อประชาชนในหมู่บ้าน ต้องการให้มีการลดเงื่อนไขที่จะละเมิดชีวิต ศักดิ์ศรีของพลเรือน การอนาจาร การข่มขู่คุกคาม การลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และขอให้ถอนเจ้าหน้าที่ทหารออกจากพื้นที่บ้านค่ายโดยทันที


การเคลื่อนไหว รวมตัวอ่านแถลงการณ์ กรณีทหารพรานละเมิดศักดิ์ศรีเด็กหญิงในชุมชนในครั้งนี้เหมือนจะเป็นเรื่องปกติธรรมดาในการเรียกร้องทั่วๆ ไป และเรื่องน่าจะจบตั้งแต่วันที่แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งปลดอาสาสมัครทหารพรานคนดังกล่าว ออกจากราชการ แต่เรื่องดังกล่าวเหมือนจะยังไม่จบง่ายๆ จากการโพสต์ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ก่อนหน้านี้ว่า  เจ้าหน้าที่ทหารพรานข่มขืนเด็กหญิง 12 ขวบ มีการแชร์ต่อและทำการโฆษณาชวนเชื่อจนกระทั่งสังคมสับสนและเชื่อว่าเด็กหญิงถูกข่มขืนจริง โดยเด็กและครอบครัวเป็นเหยื่อในโลกออนไลน์ ได้รับความเสื่อมเสีย อับอาย บอบช้ำจากการกระทำนี้  แต่เมื่อความจริงถูกเปิดเผยว่าเป็นเพียงการอนาจาร  กลับมีกลุ่มบุคคลเดินหน้าเรียกร้องออกแถลงการณ์ มีการวางแผนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งในการรวมตัวกันชุมนุมในครั้งนี้มี เพื่อนเก่า ขาเดิมของเราเป็นแกนนำเคลื่อนไหว ซึ่งแต่ละคน ที่มีเกียรติประวัติเช่นไร ในอดีตที่ผ่านมา เรามาดูกัน


หนึ่งในนั้นถูก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งความดำเนินคดี พร้อมกับเพื่อนนักสิทธิมนุษยชนอีก 2 คน เมื่อ กุมภาพันธ์ 2559  ในข้อหาหมิ่นประมาทและนำข้อความอันเป็นเท็จ เผยแพร่ทางคอมพิวเตอร์ จากการจัดทำและเผยแพร่รายงาน การทรมานโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ

หนึ่งในนั้น เป็นพี่ชาย สมาชิกแนวร่วมอาร์เคเค ที่ร่วมก่อเหตุยิง  แล้วเผา ส.อ.จักรพงษ์   โพนเงิน อายุ 37 ปี และ อส.ธวัชชัย มณีแสง อายุ 31 ปี สังกัด กองร้อยทหารพรานที่ 4404  กรมทหารพรานที่ 44  เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.50

หนึ่งในนั้น มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับสมาชิก ผกร.ระดับปฏิบัติการเป็นครูฝากในหลักสูตร จรยุทธ์ขนาดเล็ก (RKK) และ มีหมายจับ ศาลจังหวัดปัตตานี ที่ จ.405/2557 ลง 19 พ.ย.57

หนึ่งในนั้น ปัจจุบัน เป็นบรรณธิการให้กับ ปาตานีฟอรั่ม เคยร่วมกิจกรรมกับกลุ่มนักกิจกรรม  นักเคลื่อนไหว นักเรียกร้องสิทธิ ในพื้นที่ จชต. มาโดยตลอด   ระยะหลัง ถูกกีดกัน ถูกดูแคลน ถูกแบ่งแยก จากสมาชิกกลุ่มองค์กรที่มีแนวคิดสุดโต้ง ทั้งที่ตัวเองทำงานให้อย่างถวายหัวมาโดยตลอด เพราะไม่สามารถพูดภาษายาวีถิ่นได้   ไม่นับว่าเป็นชาวปาตานี สร้างความไม่พอใจกับตัวเขาอย่างมาก

หนึ่งในนั้น พบว่าเคยถูกเจ้าหน้าที่จับกุม กรณีละเมิดกฎหมายชุมนุมฯ  ซึ่งในขณะที่ถูกจับยังเป็นนักศึกษาอยู่และในเวลาต่อมาได้รับการปล่อยตัว ได้ทำการฟ้องร้องกล่าวหาเจ้าหน้าที่ว่าควบคุมตัวเกินกำหนดเวลา 7 วัน หนึ่งในนั้น เป็นนักเคลื่อนไหวกับกลุ่ม NGOs ทั้ง ในและต่างประเทศ 

จะเห็นได้ว่า การรวมตัวของกลุ่มเคลื่อนไหวที่บ้านค่ายในครั้งนี้  เป็นการจัดฉากของเพื่อนเก่า ขาเดิม ซึ่งเป็นคนต่างพื้นที่ เสนอหน้าเพื่อต้องการสร้างผลงาน ด้วยการโฆษณาชวนเชื่อ ทำลายความน่าเชื่อถือของหน่วยงานรัฐ  แสดงละครตบตาประชาชน เพื่อได้รับผลประโยชน์ส่วนตนจากบางองค์กร   นี่คือความกระตือรือร้นขององค์กรภาคประชาสังคมบางกลุ่มในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เป็นเดือดเป็นร้อนแทนคนโน้นคนนี้ ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง ความชอบธรรม ใครจะได้รับผลกระทบ ใครจะเดือดร้อนแค่ไหนไม่เคยสนใจ จนสังคมเริ่มเอือมระอา ถ้าเรายังปล่อยให้กลุ่มคนพวกนี้ มาค่อยปลุกปั่น ขัดขวางการสร้างสันติสุข พยายามทุกวิถีทาง ที่จะทำให้ประชาชนเกลียดชังเจ้าหน้าที่รัฐ เรื่องราวต่างๆ ก็จะถูกนำมาเป็นเครื่องมือของพวกเขา โดยไม่คำนึงถึงผู้ใด


--------------------             

10/23/2561

Apakah matlamatnya untuk diadakan NGOs?



Imej NGOs didalam pemahaman masyarakat ia terdapat kedua-dua datanya yaitu positif dan negatif menurut maklumat dan pengalaman yang diperolehikan dia. berkatakan oleh setengah orang bahawasanya mereka itu adalah kumpulan yang terpakai dengan ideology dan dengan niat yang tertinggi untuk bekerja untuk masyarakat tetapi ada juga banyak orang yang menganggapkan akan mereka itu adalah kumpulan mob upahan dan penghalang kemakmuran dan puak yang mendapatkan akan wang daripada luar negeri untuk memusnahkan akan Negara atau puak yang mendapatkan akan wang daripada kapitalis dan lain-lainnya. Maka apakah yang dimaksudkan dengan NGOs?
Adapun di Thailand terdapat banyak kumpulan dan organisasi NGOs yang ditubuhkan dia. Mereka adalah organisasi yang bukan agensi kerajaan. Mereka Tidak mengambilkan akan keuntungan. Mereka tidak mendiskriminasikan akan kaum dan agama bahkan untuk mengambilkan ia akan bahagian didalam menyelesaikan masalah di social dan menyelesaikan ia akan masalah kemiskinan dan menyelesaikan ia untuk meningkatan akan kualiti hidup orang dan menyelesaikan ia akan masalah pendidikan dan membantukan didalam pembangunan negara. Adapun masalah-masalah yang berlaku ia. Kerajaan mempunyai dasar dan jalan untuk menyelesaikan dia tetapi mungkin ada kekangan dari segi kekurangan kakitangan dan anggaran untuk menyelesaikan masalah itu. Oleh itu, kerajaan tidak dapat menyelesaikan masalah dengan cara unilateral.

Sekarang di wilayah sempadan selatan ada banyak kumpulan "NGOs" yang bergerakan sama ada ia kumpulan yang ditubuhkan dia didalam negara dan di luar negara. Mereka mencuba untuk membantu untuk menyelesaikan masalah di wilayah sempadan selatan tetapi bantuan NGOs yang datang di kawasan wilayah sempadan selatan mereka telah memilihkan untuk menentangkan akan Projek Pembangunan Ekonomi Wilayah Sempadan Selatan dengan menghasutkan ia akan orang ramai untuk bertandingkan akan kerajaan seperti Projek untuk membinakan loji tenaga arang batu Tepa. Dan mereka membantukan akan pesalah atau yang tertuduh didalam kes-kes keselamatan di wilayah sempadan selatan dengan menciptakan ia akan maklumat yang palsu dan menuduhkan ia akan pegawai-pegawai kerajaan bahawa mereka itu bersiksakan ia akan yang tertuduh dan berpaksakan ia akan dia untuk mengaku dia dan menuduhkan ia akan pegawai-pegawai kerajaan bahawa mereka itu bertindakan dengan berlebih-lebihan sehingga yang tertuduh atau pesalah mati ia pada ketika bertangkapkan akan dia. Dan lagi menuduhkan ia akan pegawai-pegawai kerajaan tidak berhormatkan ia akan tempat beribadat bagi agama Islam dan melanggarkan ia akan hak kanak-kanak dan perempuan. Dan yang baru-baru ini, kumpulan organisasi Palang Merah Antarabangsa bercubakan ia untuk mencari jalan untuk membantukan akan penjahat yang menyakitikan ia akan orang yang tidak bersalah yang adalah ia menjadi ancaman bagi keselamatan Negara dan membantukan mereka itu pada hal memulihkan akan orang yang ganas yang mehukumkan oleh Mahkamah akan dia akan bahawasanya mereka itu adalah orang yang bersalah menurut buktinya. Maka ada persoalannya bahawa "NGOs" yang datang untuk bergerak di wilayah sempadan selatan. Apakah tujuan dan matlamatnya? yang mereka itu berpilihkan untuk membantukan didalam hal pemulihan bagi yang tertuduh dan pesalah dan menghalangkan ia akan operasi kerajaan yang berganti ia daripada membantukan akan orang yang tidak bersalah yang terjejaskan daripada tindakan penyamun.....

10/20/2561

افكه متلامتث اونتوق داداكن بائي NGOs ؟


ئمبر NGOs  ددالم فماهمن مشريكة اي تردافت كدوا- دوا معلومتث يأيت فوسيتيف دان نيئا تيف منوروت معلومات دان فغالمن يغدفراوليه اي كندي بركات كن اوليه ستغه اوراغ بهواسث مريك ايت اداله كومفولن يغ ترفاكي دغن ايكولوجي دان دغن نية يغ ترتيغئي اونتوق بكريجا اونتوق مشريكة تتافي اداجوئ باثق اوراغيغ مغغكفكن اكن مريك ايت اداله كومفولن موب اوفهن دان فغهالغ كمعموران دان فواق يغ مندافتكن اكن دويت درفدلوارنئري اونتوق مموسنهكن اكن نئرا اتوفواق يغ مندافتكن اكن دويت درفد كفيتاليس دان لأين-لأينث مك افكه يغدمقصودكن دغن NGOs ؟
  ادافون دتهأيلاند تردافت باثق كومفولن دان فرتوبوهن NGOs يغدتوبوهكندي  مريك اداله فرتوبوهن يغ بوكن ايجينسي كراجأن مريك تيدق مغمبيلكن اكن كأونتوغن مريك تيدق مندسكريميناسيكن اكن قوم دان ائام بهكن اونتوق مغمبيلكن اي اكن بهائين ددالم مثلسيكن مساله دسوسيال دان مثلسيكن اي اكن مساله كمسكينن دان مثلسيكن اي اونتوق منيغكتكن اكن كواليتي هيدوف اوراغ دان مثلسيكن اي اكن مساله فنديديقكن دان ممبنتوكن ددالم فمباغونن نئرا ادافون مساله- مساله يغ برلاكوي كراجأن ممفوثأي داسردان جالن اونتوق  مثلسيكندي
     تتافي ممكين اداككاغن دري سئي ككوراغن كاكي تاغن دان اغئاران اونتوق مثلسيكن مساله ايت اوليه ايت، كراجأن تيدق دافت مثلسيكن مساله دغن خارا يونيلاترال. 
  
        سكاراغ دويلايه سمفادان سلاتن اداباثق كومفولنNGOsيغ برئرقكن سمأدا كومفولن يغدتوبوهكندي ددالم نئري دان دلوارنئري مريك مأوسهاكن اونتوق ممبنتواونتوق مثلسيكن مساله دويلايه سمفادان سلاتن تتافي بنتوان NGOs يغ داتغ دكاواسن ويلايه سمفادان سلاتن مريك تله مميليهكن اونتوق مننتغكن اكن فروخيك فمباغونن ايكونومي ويلايه سمفادان سلاتن دغن مغهاسوتكن اي اكن اوراغرامي اونتوق برتنديغكن اكن كراجأن سفرت فروخيك اونتوق ممبيناكن لوجي تنائ اراغ باتو تيبا دان مريك ممبنتوكن اكن فساله اتويغ ترتودوه ددالم كيس- كيس كسلامتن دويلايه سمفادان سلاتن دغن منخيفتاكن اي اكن معلومات يغ فلسودان منودوهكن اي اكن فئاواي-فئاواي كراجأن بهوامريك ايت برسيقساكن اي اكن يغ ترتودوه دان
ترفقساكن اي اكندي اونتوق مغاكوي دان منودوهكن اي اكن فئاواي – فئاواي كراجأن بهوامريك ايت بربواتكن دغن برلبيه- لبيهن سهيغئ يغ ترتودوه اتومساله ماتي اي فد كتيك برتغكفكن اكندي دان لائي منودوهكن اي اكن فئاواي- فئاواي كراجأن تيدق برحرمتكن اي اكن تمفت برعبادة بائي ائام اسلام دان ملغئركن اي اكن حق كانق- كانق دان فرمفوان دان يغ بارو-بارواين، كومفولن فرتوبوهن فالغ ميره انتارا بغسا براوسهاكن اي اونتوق منخاري جالن اونتوق ممبنتوكن اكن فنجاهت يغ مثاكيتيكن اي اكن اوراغيغ تيدق برساله يغ اداله اي منجادي انخامن بائي كسلامتن نئرا دان ممبنتوكن مريك ايت فد حال مموليهكن اكن اوراغ يغ ئانس يغ محكومكن اوليه محكمه اكندي اكن بهواسث مريك ايت اداله اوراغيغ برساله منوروت بوقتيث مك ادافرسؤالنث بهوا ” NGOs ” يغ داتغ اونتوق برئرق دويلايه سمفادان سلاتن افكه توجوان دان متلامتث؟ يغ مريك ايت برفيليهكن اونتوق ممبنتوكن ددالم حال فموليهن بائي يغ ترتودوه دان مساله دان مغهالغكن اي اكن عمالن كراجأن يغ برئنتي اي درفد ممبنتوكن اكن اوراغ يغ تيدق برساله يغ ترججسكن درفد فربواتن فثامون.....