10/18/2559

เปิดโปง“องค์กรสุดโต่ง”ช่วยเหลือผู้กระทำผิด

'แบมะ ฟาตอนี'


จากกรณีเมื่อวันที่ 10-15 ตุลาคม 2559 เจ้าหน้าที่สนธิกำลังได้เข้าทำการปิดล้อม ตรวจค้น และควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยจากห้องพักในบริเวณถนนรามคำแหง  โดยได้จับกุมบุคคลที่มีภูมิลำเนาจากจังหวัดชายแดนใต้ จำนวนทั้งสิ้นรวม 44 ราย เป็นหญิง 8 คน และชาย 36 คน และได้มีการปล่อยตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าวไปแล้วจำนวนหนึ่งโดยไม่มีการแจ้งข้อหา ยังคงเหลือบุคคลที่น่าสงสัย

ในเวลาต่อมาผู้ต้องสงสัย 5 คน ซึ่งมาจากจังหวัดนราธิวาส ที่ มทบ.11 โดยใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกในการควบคุมตัวต่อไปอีก หลังจากหมดอำนาจควบคุมตัว 7 วัน ตามมาตรา 44 ผู้ถูกควบคุมตัว มีรายชื่อดังนี้คือ 1.ตาลมีซี โตะตาหยง อายุ 31 ปี 2.มูฟตาดีน สาและ อายุ 18 ปี 3.อัมรีย์ หะ อายุ 18 ปี 4.นุรมัน อาบู อายุ 20 ปี 5.อุสมาน กาเด็งหะยี อายุ 22 ปี ทั้งหมดไม่ได้มีสถานะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงแต่ประการใด

ความเคลื่อนไหวของมูลนิธิผสานวัฒนธรรม

นอกจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษา PerMAS ปีกการเมืองกลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็นแล้ว ยังมีการเคลื่อนไหวของ น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ เจ้ใหญ่จากมูลนิธิผสานวัฒนธรรมขาประจำที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับเจ้าหน้าที่มาโดยตลอด ขนาดถูกฟ้องร้องดำเนินคดีความจากหน่วยงานภาครัฐกับข้อหาการนำข้อมูลเท็จการซ้อมทรมานในจังหวัดชายแดนใต้มาเปิดเผยต่อสาธารณชนยังไม่เข็ดหลาบจำ
โดยเมื่อวันที่ 17 ต.ค.59 น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ เจ้าหน้าที่จากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ให้ความเห็นว่า เจ้าหน้าที่ทหารไม่มีอำนาจในการควบคุมตัวทั้ง 5 คนต่อไปโดยอาศัยกฎอัยการศึก เนื่องจากการจับกุมในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2559 มูลนิธิผสานวัฒนธรรมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวบุคคล 5 คน จากการควบคุมตัวโดยพลการโดยทันที โดยไม่มีเงื่อนไข กรณีการตรวจค้นจับกุมประชาชนจากจังหวัดชายแดนใต้ในกรุงเทพแล้วส่งตัวไปควบคุมตัวต่อที่ปัตตานี เมื่อวันที่ 17 ต.ค.59

จากรายงานข่าวแจ้งว่า จากการซักถาม นายตาลมีซี โต๊ะตาหยง รับว่าเป็น 1 ในผู้เตรียมการก่อเหตุระเบิดใน กทม. โดยเดินทางมาจาก อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ได้ประมาณ 7 วันก่อนถูกจับข้อหามีใบกระท่อม ที่หอพักย่านรามคำแหง เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยเป้าหมายที่จะวางระเบิดกำหนดไว้ 5 จุด คือที่บิ๊กซี รามคำแหง สยามพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ และย่านบางพลีอีก 2 จุด โดยมีผู้ส่งพัสดุอุปกรณ์มือถือที่เตรียมการก่อเหตุ มายังหอพักย่านรามคำแหง ก่อนจะนำไปซุกซ่อนไว้ใต้ฝ้าเพดานห้องน้ำชั้น 2 ของหอพักไม่มีชื่อในซอยเทศบาลบางเสาธง 35 ต.เมืองใหม่ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ แต่จากการตรวจค้นไม่พบอุปกรณ์ดังกล่าว แต่จากการสอบสวนจาก ผู้ดูแล ทราบว่า นายอับดุลบาซิร สือกะจิ และนายมูบาริห์ กะนา ชาวอ.สุคิริน สะพายเป้ออกจากหอพักไปเมื่อวันที่ 12 ต.ค. จึงอาจเป็นไปได้ว่าระเบิดถูกทำลายหรือเคลื่อนย้ายไปแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่เตรียมติดตามจับกุมบุคคลทั้งสองอย่างเร่งด่วน

อยากทราบเหมือนกันว่าระหว่างความเป็นความตายของประชาชน และความวุ่นวายในบ้านเมืองที่เกิดจากน้ำมือของผู้ก่อเหตุรุนแรง กับความถูกต้องที่เจ้าหน้าที่ใช้กฎหมายเพื่อระงับยับยั้ง ทำลายแผนการชั่วร้ายไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่คนไทยทั้งประเทศจะต้องมานั่งเสียใจ แต่ทำไม? องค์กรเหล่านี้จึงเลือกที่เข้าข้างคนผิดเพราะสาเหตุใด?...สังคมช่วยตอบที

หรือ!! สังคมจะให้โอกาสกับคนกลุ่มนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า..โดยที่เจ้าตัวไม่เคยสำนึกผิด!! ยังคงเดินหน้าช่วยเหลือคนร้ายและกลุ่มขบวนการต่อไปอย่างหน้าไม่ละอาย...องค์กรเหล่านี้เคยส่องกระจกแล้วดูเงาตัวเองบ้างมั๊ย!!! ว่าเคยกระทำความดีที่น่าภาคภูมิใจให้กับประเทศชาติบ้านเมืองตัวเองบ้างรึยัง..เคยตอบแทนคุณแผ่นดินเกิดที่ซุกหัวนอนบ้างมั๊ย!!...หรือตั้งหน้าตั้งตาคอยนำข้อมูลของชาติไปขายให้ฝรั่งตาน้ำข้าวเพื่อแลกกับเศษเงิน!!  นำความอัปยศอดสูมาสู่ประเทศเมืองนอน...อนิจจา!! คุณคือ คนไทย หรือ?  คนพวกนี้เกิดมาหนักแผ่นดิน อยู่ไปก็ไร้ค่าไม่เคยสร้างประโยชน์ให้กับสังคมส่วนรวม.สมควรเป็นผี!!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น