4/18/2560

“งานการเมืองของกลุ่มขบวนการ”ในสถาบันการศึกษา

"Ibrahim"




“สถานการณ์ไฟใต้” ในปัจจุบันสถิติความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้ลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง และมีทิศทางที่ดีขึ้นประกอบกับการเดินหน้าพูดคุยสันติสุขของรัฐบาลไทยกับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐที่กำลังเดินหน้าและเป็นความหวังของประชาชนที่อยากเห็นพื้นที่แห่งนี้กลับมาสงบสุขอีกครั้ง

ท่ามกลางความไม่สงบที่เกิดขึ้นมีสิ่งที่ทำให้เกิดการก่อเหตุหลายอย่างด้วยกันไม่ว่าจะเป็น ปัญหาจาก“ภัยแทรกซ้อน” จากยาเสพติด น้ำมันเถื่อน การลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษี ปัญหาผู้มีอิทธิพลการเมืองท้องถิ่น ความขัดแย้งในเรื่องธุรกิจผิดกฎหมาย รวมไปถึงการปลูกฝังแนวความคิดผิดๆ ให้กับเยาวชนใน“สถาบันการศึกษา”

เมื่อกล่าวถึงสถาบันการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่ไฟใต้แผดเผาและทำลายสันติสุขการอยู่ร่วมในสังคมพหุวัฒนธรรมของผู้คนในพื้นที่ชีวิตประจำวันของผู้คนแปรเปลี่ยนไป“สถาบันปอเนาะ”เป็นสถาบันการศึกษาอันดับต้นๆ ที่มักมีการกล่าวถึงและตั้งข้อสงสัยว่าเป็นสถานที่ที่มีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความไม่สงบ อุปกรณ์ผลิตวัตถุระเบิด และหลักฐานที่เชื่อมโยงไปยังกลุ่มขบวนการสถาบันปอเนาะหลายแห่งจึงถูกปิดตัวลงและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการจากรัฐ


ความเป็นจริงในปัจจุบันหากมองสถิติความรุนแรงที่ลดลง ส่งผลให้สถานการณ์ความรุนแรงดีขึ้นแต่กลุ่มขบวนการยังคงหล่อเลี้ยง “ความรุนแรง” มุ่งทำการก่อเหตุยังคงอยู่เพื่อต้องการแสดงความมีตัวตนของกลุ่ม มุ่งทำลายระบบสาธารณูปโภคของรัฐได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง อย่างเช่นเหตุลอบระเบิดเสาไฟฟ้ามากกว่า 52 ต้น ใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อคืนวันที่  6 เมษายน 2560 และต่อเนื่องในค่ำคืนวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา

สถิติความรุนแรงที่ลดลงจะมาจากสาเหตุใดก็ตามแต่ ถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีของการแก้ปัญหาไฟใต้ด้วยการหาทางออกของความขัดแย้งตามแนวทาง“สันติวิธี”หันหน้ามาพูดคุยแทนการใช้กำลัง


“สถาบันการศึกษา” คือเป้าหมายหลักของกลุ่มขบวนการ โดยเลือกใช้สถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ทั้งที่เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นหลัก ทำการขับเคลื่อนงานการเมืองผ่านองค์การนักศึกษา เคลื่อนไหวจัดกิจกรรมที่มุ่งเน้นต่อเป้าหมาย เด็ก เยาวชน นักเรียนโรงเรียนสอนศาสนา นักศึกษา และกลุ่มปัญญาชน โดยใช้“อัตลักษณ์”และ“วาทกรรม”ในการขับเคลื่อนขยายฐานมวลชน

ที่สำคัญองค์การนักศึกษาในสถาบันต่างๆ มีการเคลื่อนไหวและจัดกิจกรรมต่างๆ สอดรับกับแนวทางยุทธศาสตร์ขององค์กรภาคประชาสังคมที่เคลื่อนไหวต่อต้าน และโจมตีการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานความมั่นคง

ยิ่งไปกว่านั้นรูปแบบการเคลื่อนไหวขององค์การนักศึกษาสถาบันต่างๆ โดยเฉพาะยุทธศาสตร์หลักที่สหพันธ์นิสิตนักศึกษาเยาวชนนักเรียนปาตานี (กลุ่ม PerMAS) ได้พยายามปลุกระดมด้วยการจัดเวทีเสวนา เคลื่อนไหวในพื้นที่และนอกพื้นที่มาโดยตลอด นอกจากสถาบันการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วยังมีการขยายเครือข่ายไปยังสถาบันการศึกษานอกพื้นที่อีกด้วย


“งานการเมืองของกลุ่มขบวนการ” ในสถาบันการศึกษา ที่ขับเคลื่อนโดยสหพันธ์นิสิตนักศึกษาเยาวชนนักเรียนปาตานี หรือกลุ่ม PerMAS เป็น“ปีกการเมืองกลุ่มขบวนการ”หากมองโดยผิวเผินเป็นแค่ “กิจกรรมของนักศึกษาเท่านั้น”เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงต่อเสถียรภาพความมั่นคงของประเทศ ซึ่งเปิดเสรีให้กับกลุ่มนักศึกษา และกลุ่มปัญญาชนใช้มหาวิทยาลัยของรัฐ โดยใช้“อัตลักษณ์”และ“วาทกรรม”ในการขับเคลื่อนขยายฐานมวลชน

---------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น