"Ibrahim"
ปัญหาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องที่ใช้ชีวิตในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ผ่านมาสิบกว่าปีความรุนแรงก็ยังคงอยู่ในวังวนเดิมๆ
กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงยังคงเดินหน้ายัดเยียดความเจ็บปวด ความเดือดร้อนโดยไม่แยแสต่อผลการกระทบที่ตามมา
มีผู้คนบาดเจ็บล้มตาย ทำลายระบบเศรษฐกิจ ทำลายระบบสาธารณูปโภคของรัฐ เช่นกรณีลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้ามากกว่า
52 ต้น ใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อคืนวันที่ 6
เมษายน 2560 และต่อเนื่องในค่ำคืนวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา
การลอบระเบิดเสาไฟฟ้าดังกล่าวของกลุ่มขบวนการส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน
อย่างแสนสาหัส ไม่มีไฟฟ้า อินเตอร์เน็ตใช้ วิถีชีวิตแปรเปลี่ยนไป รัฐต้องสูญเสียงบประมาณในการซ่อมแซมเกือบร้อยล้าน
เจ้าหน้าที่ต้องทำงานทั้งวันทั้งคืนเพื่อเร่งจ่ายกระแสไฟฟ้ากลับเข้าสู่ระบบให้กับประชาชนโดยไว
ความเดือดร้อนจากเหตุระเบิดเสาไฟฟ้ายังไม่ทันจางหาย
บางพื้นที่ประชาชนยังไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ด้วยซ้ำ แต่แล้วในค่ำคืนวันที่ 19 เมษายน
2560 กลุ่มขบวนการกลับซ้ำเติมด้วยการป่วนเมือง ในพื้นที่เกิดเหตุ 12 อำเภอ 13
เหตุการณ์ด้วยกัน รูปแบบวิธีการมีการวางแผน
มาเป็นอย่างดีด้วยการใช้เครื่องยิงลูกระเบิด และระเบิดแสวงเครื่องชนิดขว้าง
ขว้างเข้าใส่จุดตรวจ จุดสกัด บ้านพักของ ทางราชการ
แต่ที่สำคัญกลุ่มขบวนการยังใช้ระเบิดแสวงเครื่องทำการขว้างใส่บ้านเรือนพี่น้องประชาชนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่พลอยได้รับความเดือดร้อนไปด้วย
จำนวน 4 หลัง ได้รับความเสียหาย เจ้าของบ้านได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
ความรุนแรงระลอกใหม่เกิดขึ้นหากตั้งข้อสังเกตพบว่า
เกิดขึ้นทั้งก่อนและหลังการออกแถลงการณ์ของกลุ่มขบวนการ BRN ที่ต้องการให้รัฐบาลไทยยอมรับข้อเรียกร้อง 3 ข้อ เมื่อวันที่ 10 เมษายน
2560 ซึ่งก่อนหน้าจะมีเหตุลอบระเบิด เสาไฟฟ้าวันที่ 6 และ 7 เมษายน เสมือนหนึ่งเป็นการส่งสัญญาณข่มขู่สร้างราคาให้กับกลุ่มตน
ส่วนการก่อเหตุป่วนเมืองหลังออกแถลงการณ์ไม่ได้รับการสนใจและยอมรับจากข้อเรียกร้อง กลับสั่งการให้สมาชิกแนวร่วมในพื้นที่ทำการป่วนเมืองด้วยการ
ค่ำคืนของวันที่ 19 เมษายน เมื่อไม่ได้รับการตอบรับจากข้อเรียกร้อง กลับสั่งการให้สมาชิกแนวร่วมใช้เครื่องยิงลูกระเบิด
และระเบิดแสวงเครื่องชนิดขว้างทำการป่วนเมืองสร้างสถานการณ์ซ้ำพร้อมๆ
กันหลายจุดในเวลาไล่เลี่ยกัน
ขอแสดงความเสียใจไปยังญาติสมาชิก
ผกร. ที่ต้องจบชีวิตลงจากการขับรถจักรยานยนต์ เพื่อนำระเบิดแสวงเครื่องไปทำการก่อเหตุในพื้นที่
แต่เกิดพลาดท่าระเบิดเสียก่อนทำให้เสียชีวิตถึง 2 รายด้วยกัน คือ นายมะซากี เจะเละ
และนายมะบีดี ลามะดอ
การเสียชีวิตของสมาชิก
ผกร.ทั้งสองรายในครั้งนี้ หรืออีกอีกหลายชีวิตก่อนหน้านี้ เป็นความประสงค์ขององค์อัลเลาะห์
ที่ต้องการลงโทษผู้ที่ไม่ศรัทธาในศาสนา เป็นความประสงค์ที่ไม่ต้องการให้คนเหล่านี้ไปสร้างความเดือดร้อนด้วยการทำลายชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอีกต่อไป
กลุ่มขบวนการ BRN มีความโหดเหี้ยม ทารุณโหดร้าย ตลอดเวลาที่ผ่านมาหลอกใช้ผู้คน โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็น“เยาวชน”ต้องตกเป็นเหยื่อ ด้วยการบังคับให้“สาบานตน”ใช้วิธีการ“ซูมเปาะ” ต้องกระทำตามสั่งการของระดับแกนนำ หากไม่กระทำตามจะเป็น “วาญิบ”ผิดหลักศาสนาอิสลาม
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มขบวนการ
BRN
อย่างชัดเจน จะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำทั้งหมดที่ได้ก่อความเดือดร้อน
แต่ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่กลุ่มขบวนการยืดอกรับผิด
กลับเล่นนอกเกมด้วยการออกแถลงการณ์เรียกร้อง 3
ข้อที่รัฐบาลไทยไม่สามารถให้ได้เมื่อไม่ได้ดั่งใจกลับ ยัดเยียดความเดือดร้อนให้กับประชาชนเพื่อเป็นข้อต่อรอง...มันถูกต้องแล้วหรือ!! ในขณะที่รัฐบาลไทยเปิดเวทีพูดคุยเพื่อให้เกิดสันติสุขในพื้นที่เปิดกว้างให้ทุกกลุ่มเข้าร่วม
ถกปัญหากันบนเวทีเปิดเผยให้สาธารณชนได้รับรู้ภายใต้การอำนวยความสะดวกของประเทศมาเลเซีย.
----------------------
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น