7/27/2558

“วาทกรรม” สื่อโจรใต้ “กับความรู้สึกของผู้ที่สูญเสีย”

แบดิง โกตาบารู

เหตุการณ์วันที่ 25 ก.ค.58 เป็นอีกวันหนึ่งที่หลายๆ คนตื่นขึ้นมา ต้องเจอกับข่าวเศร้ารับเช้าอรุณของวันใหม่ เมื่อสื่อได้นำเสนอข่าวคนร้ายลอบวางระเบิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่น่าเชื่อว่าคนร้ายที่มีจุดมุ่งหมายต้องการลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยพระ ด้วยการลอบวางระเบิดในเขตเทศบาลตะลุบัน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี โดยไม่ใส่ใจผลกระทบที่จะตามมา ไม่ว่าจะเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ และพระภิกษุสงฆ์ซึ่งเป็นนักบวชของพุทธศาสนา

ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งเป็นเป้าหมายอ่อนแอ มุ่งประกอบศาสนกิจกับชีวิตประจำวันในการจรรโลงพระพุทธศาสนาด้วยการทำบุญตักบุตร แต่โจรใต้กลับทำบาปด้วยการลอบทำร้ายประชาชน และ พระภิกษุสงฆ์ เสมือนหนึ่งสัญลักษณ์ของศาสนาพุทธ ซึ่งผู้ที่เจริญแล้วย่อมไม่กระทำกัน การกระทำดังกล่าวเสมือนคนที่ไร้ศาสนา ไร้ความนึกคิดรับผิดชอบชั่วดี

จิตใจของโจรใต้ฟาตอนีนับวันยิ่งตกต่ำขึ้นทุกวัน กับพฤติกรรมเยี่ยงสัตว์ร้ายที่สิงสถิตอยู่ในร่างคน ทุกการกระทำที่ผ่านมาได้ย่ำยีและทำร้ายจิตใจประชาชนทั้งประเทศที่ติดตามข่าวสารและเป็นห่วงเป็นใยต่อพี่น้องร่วมชาติในจังหวัดชายแดนใต้

สิ่งที่แกนนำกลุ่มขบวนการได้สั่งการให้สมาชิกโจรใต้กระทำลงไป คิดหรือ? ว่าประสบความสำเร็จคิดหรือ? ว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงที่สามารถทำลายชีวิตเจ้าหน้าที่ ชีวิตนักบวช และประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้....

แต่ผิดคาด!!!....เพราะสิ่งที่โจรใต้เหล่านี้ได้กระทำลงไปเป็นการประจานตัวเอง และองค์กรมากกว่า การใช้ความรุนแรงมีแต่สร้างความสูญเสียไม่ใช่ทางออกของสันติภาพ...ภาพความโหดร้ายที่สื่อทำการเผยแพร่แน่นอนย่อมเป็นข่าวใหญ่เป็นที่สนใจของคนทั้งประเทศ ในสายตาพวกคุณคือความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ แต่สำหรับชาวไทย และคนทั้งโลกที่ต้องการสันติสุข พวกคุณ คือผู้ก่อการร้ายทำลายการอยู่ร่วมอย่างพหุวัฒนธรรมอย่างสิ้นเชิง

ผลการกระทำของโจรใต้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย เสียชีวิต 1 นาย พระสงฆ์ได้รับบาดเจ็บ 1 รูป มรณภาพ 1 รูป ประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 ราย รายละเอียดดังนี้.-

          1.จ.ส.ท.ชนันท์ พุ่มพิพัฒน์ (บาดเจ็บ)
          2.ส.ท.พูนศักดิ ์ วรรณวีระ(บาดเจ็บ)
          3.ส.ท.วรรรณใหม่ ราคะโน (เสียชีวิต)
          4.พระพยอม ฐานวุฑโฒ (บาดเจ็บ)
          5.พระเอกพล อินทโร (มรณภาพ)
          6. นายนิวัฒน์ นิมะ (บาดเจ็บ)
          7. นางสมใจ วิเศษสุวรรณภูมิ (บาดเจ็บ)
          8. นายสุวาท คงอินทร์ (บาดเจ็บ)

เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนำผู้บาดเจ็บส่งทำการรักษาตัว รพ.ยุพราชสายบุรี ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสส่งรักษาตัวต่อโรงพยาบาลปัตตานี
อนึ่งจากการลอบระเบิดของกลุ่มขบวนการโจรใต้ในครั้งนี้...จากข้อมูลพบว่าจุดที่มีการลอบวางระเบิดเป็นถังแก๊สปิกนิกสีส้ม ขนาดบรรจุ 4 กก. น้ำหนักรวมส่วนสังหารเมื่อประกอบเป็นวัตถุระเบิดแสวงเครื่องประมาณ 20-25 กก. ดินระเบิดหลัก เป็นดินระเบิดแรงสูงผสมเอง     
(HME)เหล็กเส้นตัดท่อนความยาวคละขนาด จุดระเบิดด้วยเครื่องมือสื่อสารใช้การควบระยะใกล้โดยใช้วิทยุสื่อสาร ยี่ห้อ Tyt.....

ที่น่าสังเกตคือผู้ที่ทำการใส่บาตรในจุดนี้เป็นผู้หญิงที่ทุพลภาพ เพราะฉะนั้นระยะเวลาในการใส่บาตรพระภิกษุสงฆ์ล่าช้า ส่งผลให้โจรใต้ฟาตอนีซึ่งรอจุดระเบิดอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำปัตตานี สามารถมีเวลาและมองเห็นเป้าหมายอย่างชัดเจน จนนำมาซึ่งความสูญเสียดังกล่าว
จากเหตุระเบิดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพระ ขณะบิณฑบาต บริเวณตลาดเทศบาลอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี  เหตุความรุนแรงครั้งนี้ทำให้องค์กรภาคประชาสังคมหลายองค์กรร่วมกันออกแถลงการณ์ประณามความรุนแรงรวมทั้งมีข้อเรียกร้องต่อเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ใช้ความรุนแรงทุกฝ่ายให้หยุดการกระทำดังกล่าว


ความโหดร้ายโจรใต้ที่สายบุรี ทำร้ายประชาชน ฆ่าได้แม้กระทั่งพระสงฆ์

สำนักจุฬาราชมนตรี ได้แถลงการณ์การฆ่าและทำร้ายพระ นักบวช ผู้นำศาสนา ตลอดจนประชาชนผู้บริสุทธิ์, สมาคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ แถลงการณ์ ฉบับที่ 2/2558ประณามการใช้ความรุนแรงต่อพระ สตรี ประชาชนผู้บริสุทธิ์ และเป้าหมายอ่อนแอ, สหพันธ์นักเรียนนักศึกษาเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ แถลงการณ์ ฉบับที่ 4/2558ประณามการใช้ความรุนแรงต่อพระ ประชาชนผู้บริสุทธิ์ และเป้าหมายอ่อนแอ, ชาวไทยพุทธ แถลงการณ์ฉบับพิเศษ 1/2558ประณาม  การฆ่า ผู้นำศาสนาพุทธ ประชาชน และชุดคุ้มครองความปลอดภัยพระสงฆ์, เครือข่ายอาสาสมัครปกป้องพุทธศาสนา จังหวัดยะลา แถลงการณ์ เรื่อง เหตุการณ์ความไม่สงบในอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานีและแถลงการณ์คณะสงฆ์จังหวัดปัตตานี เรื่อง เหตุการณ์ความไม่สงบในอำเภอสายบุรี
รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.deepsouthwatch.org/node/7459

ในขณะที่หลายองค์กรได้ออกมาแสดงความเสียใจและประณามการกระทำของขบวนการโจรใต้ แต่ไม่น่าเชื่อว่าสื่อแนวร่วมขบวนการโจรใต้ เพจ: Patani Peace กลับออกมากล่าวว่า พระตายคนเดียว ดราม่ากันทั้งประเทศ ทั้งที่ในช่วงเดือนรอมฎอน กลุ่มคนติดอาวุธ ก่อเหตุยิงและระเบิดต่อผู้นำท้องถิ่น, ผู้นำศาสนาอิสลาม และราษฎรไทยมุสลิมที่เดินทางไปละหมาดที่มัสยิด แต่กลับไม่มีการพูดถึง เหตุใดสังคมจึงไม่เห็นความสำคัญ

กลุ่มคนติดอาวุธที่ทำการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมาไม่ใช่กลุ่มขบวนการโจรใต้ฟาตอนีหรอกหรือ? ที่สร้างความเดือดร้อนไปทั่วทุกหย่อมหญ้า ทำการเข่นฆ่าชีวิตผู้คนเสมือนผักปลา แม้กระทั่งเดือนรอมฎอน เดือนแห่งการทำความดียังไม่ละเว้น กลับชี้นำให้สมาชิกแนวร่วมทำการก่อเหตุด้วยการบิดเบือนหลักศาสนา และจูงใจที่ผิดๆ การฆ่าชีวิตคนในเดือนนี้จะได้รับ ผลบุญร้อยเท่าพันทวีคูณซึ่งในความเป็นจริงไม่มีศาสนาไหนในโลกนี้ส่งเสริมให้การฆ่าคนแล้วได้บุญ ทุกศาสนาได้สั่งสอนว่าการกระทำดังกล่าวเป็นบาป

ประชาชนที่หลงเชื่อกับคำโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มขบวนการที่ผ่านมา เริ่มเห็นธาตุแท้ของไซตอนและซาตาน ที่แฝงกายอยู่ในร่างคน เพราะทุกการกระทำคือคำตอบไม่ต้องให้ใครชี้นำกล่าวหาว่ากลุ่มขบวนการไม่ดี...อีกไม่นานองค์กรชั่วร้ายจะล่มสลาย เมื่อนั้นประชาชนปาตานีจะนอนตาหลับไม่ต้องฝันร้าย...สันติสุขที่ทุกคนต่างรอคอยจะมาถึง.....

-----------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น