7/22/2559

PerMAS ไม่ตอบโจทย์ประชาชน จชต.

'แบดิง โกตาบารู'


เมื่อวันที่ 21 ก.ค.59 เว็บเพจ The Ferderation of Patani Students and Youth ซึ่งเป็นของกลุ่มนักศึกษา PerMAS ได้มีการเชิญชวนเพื่อนๆ นิสิตนักศึกษา นักกิจกรรม นักเคลื่อนไหว ตลอดจนประชาชนทั่วไปร่วมรณรงค์ ‎Self Determination of Patani ซึ่งเป็นวิธีการและหลักคิดที่กลุ่มนักศึกษา PerMAS ได้รณรงค์มาอย่างต่อเนื่องเพื่อสิทธิและเสรีภาพในการกำหนดชะตากรรมตนเอง แยกตัวเป็นเอกราชออกจากประเทศไทย
       กลุ่มนักศึกษา PerMAS ใช้ยุทธวิธีในการเชิญชวนผู้คนให้เข้าร่วมกิจกรรมด้วยการใช้ข้อความหลากหลายภาษาด้วยกัน มีการใช้สถานที่ในการเคลื่อนไหวโดยใช้สถานที่ต่างๆ ในการชูป้ายข้อความไม่ว่าที่สาธารณะ สถานที่ซึ่งเป็นเชิงสัญลักษณ์ความเป็นมลายู รวมไปถึงมัสยิด ถามไปยังกลุ่มนักศึกษา PerMAS ว่ามีความเหมาะสมมากน้อยเพียงไรหรือไม? ที่กระทำแบบนั้น มัสยิดเป็นบ้านของอัลเลาะห์ การใช้มัสยิดซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เคลื่อนไหวทางการเมือง มีแต่จะทำให้เสื่อมและทำลายความรู้สึกของศาสนิกชนผู้ที่เคร่งครัดหลักคำสอนในศาสนา
       ในแง่ของกฎหมาย สิ่งที่นักศึกษา PerMAS กำลังดำเนินการอยู่ เป็นสิ่งท้าทายอำนาจรัฐ หมิ่นเหม่ต่อการกระทำผิดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญประเทศไทย ซึ่งจากพฤติกรรมรุ่นสู่รุ่นของนักศึกษา PerMAS ยังคงเล่นบทบาทเป็นปีกการเมืองกลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็นมาโดยตลอด มักชอบแอบอ้างประชาชนในพื้นที่ต้องการอย่างโน้นอย่างนี่ แต่ในความเป็นจริงการเรียกร้องดังกล่าวเป็นการสนองตัณหาของแกนนำบางคนที่ต้องการเป็นใหญ่
       หากย้อนดูผลสำรวจสันติภาพชายแดนใต้รอบแรก เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 โดยผู้แทนของสถาบันทางวิชาการและองค์กรประชาสังคม 15 องค์กร ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Peace Survey) ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ต่อประเด็นที่นักศึกษา PerMAS รณรงค์ ‎Self Determination of Patani ในการกำหนดชะตากรรมตนเอง จากการสำรวจ ประชาชนส่วนใหญ่อยากเห็นรูปแบบที่มีการกระจายอำนาจด้วยโครงสร้างการปกครองที่มีลักษณะเฉพาะของพื้นที่ภายใต้กฎหมายของประเทศไทยร้อยละ 26.5 รองลงมาคือรูปแบบที่มีการกระจายอำนาจมากขึ้นด้วยโครงสร้างการปกครองที่เหมือนกับส่วนอื่นๆของประเทศร้อยละ 22.2
       การบริหารการปกครองที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการคือรูปแบบการปกครองพิเศษ ภายใต้กฎหมายของประเทศไทย ที่มีการกระจายอำนาจเหมือนกับพัทยา และกรุงเทพมหานคร ส่วนผู้ตอบแบบสอบถามที่ไม่อยากได้ หรือไม่เห็นด้วยคือการไม่เปลี่ยนแปลงใดๆ เลย และไม่ต้องการเป็นเอกราชแยกตัวเป็นอิสระจากประเทศไทย


       ถามว่ากลุ่มนักศึกษา PerMAS และองค์กรภาคประชาสังคมบางองค์กรเคยเคารพการตัดสินใจของประชาชนส่วนใหญ่ที่ต้องการแบบนี้บ้างหรือเปล่า?..ไม่เลยมีแต่พยายามยัดเยียดและกล่าวแอบอ้างเสียงประชาชนส่วนใหญ่แบบหน้าด้านๆ เพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มของตนแต่ฝ่ายเดียวโดยไม่แยแสต่อความรู้สึกของเจ้าของพื้นที่ตัวจริงเลย
       ผู้เขียนเคยอ่านเจอบทความในเว็บไซต์ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ในบล็อก South Peace บทความเรื่อง การกำหนดใจตนเอง (Self-determination) กระทำได้หรือไม่? ในพื้นที่ จชต.ซึ่งน่าสนใจว่าสิ่งที่กลุ่มนักศึกษา PerMAS ดำเนินการอยู่แท้จริงแล้วเป็นการพูดความจริงแค่บางส่วนเท่านั้น โดยการกำหนดใจตนเอง (Self-determination) ตามกฎกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางการเมืองข้อ 1 ระบุว่า ประชาชนทั้งปวงมีสิทธิในการกำหนดเจตจำนงของตนเองโดยอาศัยสิทธินั้น ประชาชนจะกำหนดสถานะทางการเมืองอย่างเสรี รวมทั้งดำเนินการอย่างเสรี ในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของตน
       สิทธิในการกำหนดใจตนเอง (Self-determination) ข้อนี้ไม่สามารถกระทำได้ตามที่มีการรณรงค์และปลุกกระแสมาอย่างต่อเนื่องขององค์กรภาคประชาสังคม เนื่องจากประเทศไทยได้ทำข้อแถลงตีความ (ข้อสงวน) สิทธิในการกำหนดใจตนเองไม่ได้กระทำได้ในทุกๆ เรื่อง และมีข้อสงวนไว้ว่า มิให้ตีความว่าอนุญาต หรือสนับสนุนการกระทำใดๆ ที่จะเป็นการแบ่งแยก หรือทำลายบูรณภาพแห่งดินแดน หรือเอกภาพทางการเมืองของรัฐ เอกราชอธิปไตย ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
       การเคลื่อนไหวขององค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่ จชต. ไม่ได้พูดทั้งหมด แต่มีการนำเอาเนื้อหาเพียงบางส่วน แล้วนำไปปลุกกระแส ปลุกระดม มีการจัดเวทีเสวนาโน้มน้าวให้มีผู้เห็นด้วยนำไปสู่การสนับสนุนฝ่ายตนเอง จะไม่มีการกล่าวถึงข้อสงวน และกล่าวถึงกรณีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่ผ่านมาได้บัญญัติการออกเสียงประชามติไว้ว่า ต้องเป็นเรื่องที่กระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและของประชาชนส่วนใหญ่ จึงจะให้มีการออกเสียงประชามติ

       ที่ยกมาให้เห็นแค่บางส่วนเท่านั้นฉบับเต็มๆ ไปอ่านเพิ่มเติมได้ตามลิ้งhttp://www.deepsouthwatch.org/node/7584

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น