11/10/2559

“สันดาน NGOs” ทะเยอทะยานมักใหญ่ใฝ่สูงหากินบนซากศพเพื่อนมนุษย์

“สันดาน NGOs” ทะเยอทะยานมักใหญ่ใฝ่สูงหากินบนซากศพเพื่อนมนุษย์

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า NGOs ที่เคลื่อนไหวในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกวันนี้จะมีมากถึง 500 กว่าองค์กร เดินแทบจะชนกันตาย ตำแหน่งผู้อำนวยการโน่นนี่เยอะแยะไปหมด คำถาม? องค์กรเหล่านี้เค้าทำอะไรกัน ทำงานกันแบบไหน หรือมีสิ่งจูงใจแรงบันดาลใจอะไรที่ทำให้ผู้คนเหล่านี้หันมาทำงานเพื่อสังคม เพื่อมวลมนุษยชาติ (ฟังดูน่าชื่นชมและสวยหรูมาก)

จุดยืนของ NGOs คืออะไร? แล้ววาทกรรมที่พูดกันจนติดปาก เราจะทำงานเพื่อสังคม เพื่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน เพื่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณี เพื่อเย็ดเข้อะไรก็ตามแต่ตกลงมันจริงหรือ?

แล้วแหล่งเงินทุนละที่ใช้ในการจัดกิจกรรม ในเมื่อผู้คนเหล่านี้ไม่มีงานมีการทำเป็นหลักแหล่งการใช้ชีวิต การดำเนินชีวิตประจำวัน ลูกเมียต้องกินต้องใช้ เอาเงินมาจากไหน? หากคุณคิดว่าเป็นผู้เสียสละทำงานเพื่อสังคมไม่มีผลประโยชน์ใดๆ เลย มันเป็นไปไม่ได้

หากไม่เชื่อลองไปตรวจสอบ NGOs ที่เด่นๆ สัก 2-3 องค์กรดูว่ามีความเป็นอยู่เช่นไร ทรัพย์สินมากมายที่ตั้งสำนักงาน ที่ดิน รถราบ้านช่องได้มาจากไหน ผู้อำนวยการบางองค์กรถึงกับประกาศบนเวทีว่าเป็นอาชีพ ทั้งที่ก่อนหน้านี้พ่อแม่ต้องการให้รับราชการ

เลยไม่แปลกใจเท่าไหร่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยเรามีอาชีพเกิดขึ้นใหม่เป็นการสร้างงานสร้างอาชีพนอกจากอาชีพนักข่าว อาชีพรับจ้างประชุมสัมมนา อาชีพเข้าร่วมกิจกรรม นั่นคือ อาชีพ NGOs ต่างร่ำรวยกันถ้วนหน้าเพียงแค่คุณกล้าแสดงออก กล้าวิพากษ์วิจารณ์ กล้าด่าทอรัฐ คอยเก็บข้อมูลความผิดพลาดในการปฏิบัติงานแล้วนำไปให้องค์กรต่างประเทศ จัดเวทีประชุมเสวนา จัดกิจกรรม แค่เชิญหัวหน้าส่วนราชการทหารตำรวจมาเป็นประธานเท่ากับว่าเป็นการการันตีผลงานให้คุณโลดแล่นในสังคมแห่งนี้ ต่อยอดไปสู่สากลบินไปศึกษาดูงานต่างประเทศเป็นว่าเล่น



เมื่อมีผู้ประสบความสำเร็จในอาชีพ NGOs ผู้ที่ต้องการเรียนลัดชีวิตคิดเปลี่ยนฐานะความเป็นอยู่ให้ดูสวยหรูตามแบบอย่างเขาก็บังเกิด มีไอดอลต้นแบบที่ต้องการเจริญรอยตามกลายมาเป็น 500 กว่าองค์กร NGOs ชายแดนใต้ในปัจจุบัน

ที่กล่าวมาเป็นแค่การรับเงินสนับสนุนสามารถผลักดันชีวิตตนเองให้ร่ำรวย เมื่อมีพร้อมทุกอย่างผู้คนกลุ่มนี้มีอำนาจต่อรองอยู่ในมือมีศักยภาพ มีอิทธิพลในการเคลื่อนไหว เป็นที่จับตาของหน่วยงานภาครัฐ จะพูดจะกล่าวอะไรย่อมมีน้ำหนัก การคิดการใหญ่ทะเยอทะยานมักใหญ่ใฝ่สูงจึงบังเกิด โดยหากินบนความเดือดร้อนของผู้คน บนซากศพของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันไม่ต่างอะไรจากฮิตเลอร์เลย ที่น่ากลัวยิ่งไปกว่านั้นคือการเคลื่อนไหวสนับสนุนเป็นปากเป็นเสียงให้กับกลุ่มขบวนการ คอยปกป้องคนชั่วที่คอยกระทำผิดให้พ้นมลทิน รับหน้าเคลื่อนไหวเพื่อกดดันเจ้าหน้าที่รัฐกรณีมีการควบคุมตัว

ได้แต่ภาวนาในจำนวน 500 กว่าองค์กร NGOs ขอให้มีองค์กรที่มีความเป็นกลาง เป็นที่พึ่งได้ของสังคม เปิดพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนด้วยใจจริง ไม่ใช่จัดตั้งขึ้นมาเพื่ออำนาจในการต่อรองหรือสร้างฐานอำนาจในการก้าวขึ้นเป็นใหญ่เป็นโตในตำแหน่งสำคัญๆ อย่างใครบางคน.



---------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น