11/18/2559

พฤติกรรม กลุ่ม ผกร.มุ่งทำลายเศรษฐกิจและชีวิตคน พฤติกรรมสื่อขบวนการ มุ่งบิดเบือนและสร้างความแตกแยก


แบมะ ฟาตอนี
ข่าวเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อวันที่ 17 พ.ย.59 ที่มีการเผยแพร่ของสำนักสื่อ รวมไปถึงภาพข่าวในสื่อสังคมออนไลน์โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ปัตตานี จุดแรกในพื้นที่ อ.หนองจิก ได้มีคนร้ายขว้างวัตถุคล้ายระเบิดเข้าในร้านค้าหมู่บ้าน แต่ไม่ทำงาน และ อ.ยะหริ่ง คนร้ายวางระเบิดปั๊มน้ำมันหยอดเหรียญ ส่งผลให้ชาวบ้านบาดเจ็บ 5 ราย...
พฤติกรรมสร้างความเดือดร้อนมุ่งทำลายชีวิตประชาชน คงจะไม่ใช่เป็นการกระทำของคนดีแน่!! โดยเฉพาะอย่างยิ่งทั้ง 2 จุด เป็นร้านค้าในชุมชนที่มีผู้คนพลุกพล่าน การก่อเหตุแต่ละครั้งไม่เคยมีกลุ่มหรือองค์กรไหนยืดอกรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ครั้งแล้วครั้งเล่ากระทำเพื่ออะไร? ประชาชนจะต้องตกเป็นเป้าต่อความรุนแรง
การกระทำทั้ง 2 เหตุการณ์เป็นการลงมืออย่างอุกอาจโดยจุดแรกในเวลา 18.00 น.ขณะที่ชาวบ้านกำลังนั่งดื่มกิน อยู่ภายในบริเวณร้านค้าของหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ริมกำแพงวัดมุจลินทวาปีวิหาร หมู่ที่ 1 ต.ตุยง อ.หนองจิก ได้มีคนร้ายจำนวน 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์ ขับผ่านบริเวณหน้าร้าน จากนั้นคนร้ายที่ซ้อนท้ายได้นำวัตถุบางอย่างที่ซุกซ่อนไว้ภายในเสื้อ ก่อนที่จะขว้างเข้าไปในร้าน ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ภายในร้านต่างวิ่งกระเจิง ออกมาเพื่อเอาชีวิตรอด แต่โชคดีที่ระเบิดไม่ทำงาน ทำให้มี่ผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
ในเวลาไล่เลี่ยกัน เวลา 18.20 น. ได้เกิดเหตุระเบิดบริเวณตู้น้ำมันหยอดเหรียญ ข้างร้านสหกรณ์รวมพลัง หน้าวัดปิยาราม ม. 3 ต.ปิยามุมัง อ.ยะหริ่ง



การกระทำของคนร้ายได้ลงมืออย่างหน้าด้านๆ ในขณะที่ประชาชนกำลังจับจ่ายสินค้าภายในสหกรณ์ดังกล่าว ปรากฏว่าได้มีคนร้ายขับขี่รถยนต์เก๋งคันป้ายทะเบียนปลอม มาจอดทำทีว่าจะมาเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมันหยอดเหรียญ ซึ่งอยู่ด้านหน้าสหกรณ์ ก่อนที่คนร้ายที่ขับรถยนต์คันดังกล่าว จะนั่งรถจักรยานยนต์อีกคันหลบหนีไป จากนั้นก็ได้เกิดระเบิดเสียงดังสนั่น ทำให้เกิดเพลิงไหม้บริเวณหัวฉีด ก่อนที่จะลามไปยังตัวอาคารของสหกรณ์อย่างรวดเร็ว ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ภายในสหกรณ์ ต่างรีบวิ่งออกมาทันที นอกจากนี้แรงระเบิดยังทำให้ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 ราย
ที่กล่าวไปแล้วว่าการก่อเหตุที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นการกระทำของคนไม่ดี เป็นสันดานของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ที่ต้องการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ โดยเฉพาะการก่อเหตุกับประชาชนผู้บริสุทธิ์ แต่น่าอายที่กลุ่มขบวนการกลับมาทำร้ายคนมือเปล่าไม่มีแม้อาวุธ  ผู้ที่ไม่มีหนทางต่อสู้ ในทางกลับกันกลุ่มขบวนการกลับยกย่องบุคคลกลุ่มนี้ว่า นักรบ สมควรแล้วหรือ?


แต่ที่น่าสลดหดหู่ในหัวใจหนักไปกว่านี้คือ กลับมีกลุ่มองค์กรที่เป็นแนวร่วมกลับเห็นดีเห็นงามด้วยกับพฤติกรรมกับการกระทำดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเพจโจร มีการปลุกระดมสร้างความฮึกเหิม ความก้าวร้าว ปลุกกระแสความเป็นมลายู ชี้ให้เห็นความหายนะที่เกิดขึ้นต่อผู้รุกรานปัตตานี
อีกประการหนึ่งมีการกล่าวโจมตีการเคลื่อนไหวของเพจที่มีการประณาม นำเสนอข่าวสารข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ว่ามีการบิดเบือน ละเมิดสิทธิมนุษยชน เปิดเผยเปิดโปงข้อมูลอันเป็นเท็จ และกล่าวหาเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐ
อยากตั้งคำถามไปยัง คุณปกรณ์ พึ่งเนตร บรรณาธิการสำนักข่าวอิศราเคยเข้าไปดูการโพสต์ของเพจหลายๆ เพจที่เคลื่อนไหวบิดเบือนความจริง โยนผิดให้เจ้าหน้าที่รัฐ ปลุกกระแสการกำหนดใจตนเอง เพื่อแยกตัวเป็นเอกราชจากรัฐบาลไทยบ้างมั๊ย!! หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นกับการกระทำดังกล่าว น่าคิดนะ..

รูปแบบการนำเสนอของสำนักข่าวอิศรา เกาะติดจิกไม่ปล่อย ขุดคุ้ยความไม่ชอบมาพากลของการทุจริตคอรัปชั่น เปิดโปงพฤติกรรมถือได้ว่าทำหน้าที่สื่อเป็นหูเป็นตาแทนประชาชนถือว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่ในทางกลับกัน สิ่งที่สำนักข่าวอิศราไม่เคยเตะ และกล่าวถึงเลย นั่นคือพฤติกรรมของสื่อกลุ่มขบวนการที่เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งรัฐ คุณปกรณ์ พึ่งเนตร ไม่เคยกล่าวถึงเลยน่าคิดนะ..
ในความเป็นจริงไม่อยากจะโต้ตอบกับ คุณปกรณ์ สักเท่าไหร่เป็นความตั้งใจหรือความไม่ตั้งใจก็แล้วแต่ จะเป็นเพราะเหตุบังเอิญหรือจังหวะไม่ทราบได้เพราะครบ 2 ปี ที่คุณปกรณ์ ได้เขียนบทบรรณาธิการ ไอโอล้ำเส้นที่ชายแดนใต้เมื่อวันที่ 18 พ.ย.57 และเมื่อวันที่ 17 พ.ย.59 กลับมาเขียนกราบรถถึงไฟใต้โซเชียลฯ ล่าทำลายและไอโอสีดำแล้วสื่อ โซเชียลฯของกลุ่มขบวนการละที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศชาติถูกต้องหรือ?...ช่วยตอบที.



-------------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น