แสดงโพสต์โดยจัดเรียงตามความเกี่ยวข้องกับคำค้นหา เปิดโปงกลุ่มด้วยใจ จัดเรียงตามวันที่ แสดงโพสต์ทั้งหมด
แสดงโพสต์โดยจัดเรียงตามความเกี่ยวข้องกับคำค้นหา เปิดโปงกลุ่มด้วยใจ จัดเรียงตามวันที่ แสดงโพสต์ทั้งหมด

1/04/2561

เปิดโปงกลุ่มด้วยใจ กับผลงานชิ้นโบว์ดำแห่งปี

กะ กันดา          

                 ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนใต้ก้าวย่างเข้าสู่ปีที่ 14 แล้วความรุนแรงที่เกิดขึ้นหากย้อนดูสถิติมีแนวโน้มเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นเนื่องจากการก่อเหตุลดลง แต่ก็ชะล่าใจไม่ได้ผู้ก่อเหตุก็ยังคงฉกฉวยลงมือเมื่อสบโอกาส เพื่อแสดงศักยภาพการมีตัวตนและใช้เป็นข้อต่อรองในเวทีพูดคุยสันติสุขกับรัฐบาลไทย หลายชีวิตหลายครอบครัวต้องตกเป็นเหยื่อให้กับกลุ่มอาชญากรชายแดนใต้ จากการบังคับใช้กฎหมายในการติดตามจับกุมต่อผู้กระทำผิด หลายครั้งที่เจ้าหน้าปิดล้อมตรวจค้นใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักเพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรง แต่มิวายกลับถูกอาชญากรในคราบซัยตอนใช้อาวุธปืนประจำกายเปิดฉากยิงกรุยทางเพื่อหลบหนี จึงเกิดการปะทะกันขึ้นนำไปสู่ความสูญเสียที่ไม่อยากให้เกิด มีจำนวนไม่น้อยที่ถูกควบคุมตัว หากมองผิวเผินเป็นความสำเร็จของเจ้าหน้าที่ แต่ไม่น่าเชื่อว่าการปฏิบัติดังกล่าวกลับมีกลุ่มนักสิทธิหน้าเดิมออกมาเคลื่อนไหว กล่าวหาเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุบ้าง มีการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ที่สำคัญวาทกรรมที่นักสิทธิแนวร่วมอาชญากรชายแดนใต้เหล่านี้มักใช้อยู่บ่อยครั้งคือเจ้าหน้าที่ “ละเมิดสิทธิ” สร้างความรู้สึกร่วมชี้นำสังคมว่าการกระทำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่เป็นการ“จับแพะ” แม้กระทั่งมีการนำหลักนิติวิทยาศาสตร์มาใช้ในการตรวจ DNA เพื่อยันยันตัวบุคคลแล้วก็ตาม ซึ่งก็เป็นไปตามทฤษฎี ความเป็นพวกอยู่เหนือความชอบธรรมทั้งปวง


               นักสิทธิชายแดนใต้ที่เคลื่อนไหวเรื่องสิทธิตัวยง นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก น.ส.อัญชณา 
หีมมีหน๊ะ กลุ่มด้วยใจ หรือกลุ่มได้ใจโจรใต้ โดยมีทั้ง HAP , มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และอีกหลายองค์กรที่เป็นเบื้องหลัง  องค์เหล่านี้ทำงานน่ายกย่องและน่าชื่นชม เกิดเหตุกลุ่มอาชญากรกระทำต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์กลับเก็บตัวเงียบ ไม่เคยมีเวลาออกมาแถลงการณ์ประณามพฤติกรรมของคนทำชั่ว  กลุ่มอาชญากรชายแดนใต้โดนจับกุมหรือปะทะเสียชีวิต ก็จะออกมาดิ้นเป็นดิ้นตาย โวยวายเจ้าหน้าที่กำเกินกว่าเหตุ กล่าวหามีการซ้อมทรมานในระหว่างควบคุมตัว เก็บรายละเอียดรวมเล่มทำเป็นรายงานนำเสนอสาธารณะ  น.ส.อัญชณา หีมมีหน๊ะ อดีตเปิดคาร์แคร์ เป็นแค่เด็กล้างรถ ควบคู่เปิดร้านขายเสื้อผ้าแต่กลับไม่รุ่ง เลยผันตัวเองมาเป็นนักสิทธิ โดยอ้างเหตุผล ที่น้องเขยถูกกระทำ ทั้งที่จริงแล้วก็มีส่วนผิด เป็นประธานกลุ่มด้วยใจในปัจจุบัน โดยมี น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ คอยยุยงส่งเสริม แต่เบื้องลึกเป็นมือเป็นไม้หลอกใช้เพื่อสร้างผลงาน คนอย่าง น.ส.อัญชณาฯ มีรึจะไม่รู้แต่ก็ยอม เพราะการเป็นนักสิทธิอ้างกฎหมายสนธิสัญญาระหว่างประเทศคุ้มกะลาหัว เป็นอะไร? ที่ยิ่งใหญ่ไม่มีใครทำอะไรได้ ที่สำคัญได้ทั้งโล่ได้ทั้งกล่องเดินทางไปต่างประเทศเป็นว่าเล่น แล้วอย่างนี้มีรึใครไม่อยากจะเป็น เพียงระยะเวลาไม่กี่ปีจากที่เคยเป็นลูกกระจ๊อกมาวันนี้เล่นบทบาทเป็นแกนนำรวบรวมนักสิทธิกำมะลอในสังกัดเล่นงานเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ต้องกล่าวถึงในเรื่องฐานะที่ดูเหมือนว่ายังยากจนทำตัวติดดิน แท้จริงแล้วแตกต่างสิ้นเชิงกับก่อนที่จะมาเคลื่อนไหวแล้วได้อะไรต่อมิอะไร เพียงแค่ปกปิดตัวเองไม่ให้คนอื่นสงสัยความร่ำรวยที่เกิดขึ้น

                   ย้อนไปดูปฐมบทอาณาจักรกลุ่มด้วยใจ เมื่อปี 2010 เหตุจากน้องเขย (สามีปัทมา
หีมมิน๊ะ) ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวในคดีความมั่นคง ทำให้ น.ส.อัญชนา หีมมิน๊ะ มองว่ากระบวนการยุติธรรมทำให้ครอบครัวของตนเจ็บปวด เพราะน้องเขยไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด ความโกรธเคียดแค้นชิงชังนำไปสู่อคติในใจ มีเวทีที่ไหนมีโอกาสได้พูดจะกล่าวโจมตีเจ้าหน้าที่ และมีความเชื่อมั่นว่า น้องเขยตนเองคือผู้บริสุทธิ์ที่ถูกกระทำ (ขนาดสามีซึ่งเป็น ผกร.ถูกยิง ถูกจับกุม หรือแม้กระทั่งพ่อแม่ที่ลูกถูกวิสามัญเนื่องจากก่อเหตุ ยังบอกว่าลูกฉันเป็นคนดี ลูกฉันเรียนเก่ง ฉันไม่เคยรู้เลยว่าลูกจะเป็น ผกร.) แล้วนับประสาอะไรกับคนที่เป็นน้องเขย น.ส.อัญชนา หีมมิน๊ะ ได้ใช้เหตุผลนี้ ก่อตั้งกลุ่มด้วยใจขึ้นจากความเคียดแค้นเชียงชังและอคติต่อเจ้าหน้าที่  


                  ผลงานชิ้นโบว์ดำของ น.ส.อัญชณาฯ อันลือลั่นกับรายงานซ้อมทรมานในห้วงปี 2557-2558 มุ่งทำลายความน่าเชื่อถือและท้าทายอำนาจรัฐ ทำลายภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีสากล กับการนำข้อมูลเก่าตั้งแต่ปี 2547 มารายงานซ้ำ เป็นการกล่าวอ้างจากคำบอกเล่าที่เลื่อนลอย โดยขาดหลักฐานเชิงประจักษ์ และไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน  เช่นกล่าวหาว่าทหารพรานหญิงใช้นมอุดจมูกผู้ต้องหาขาดอากาศหายใจจนเสียชีวิต นำไปสู่การฟ้องร้อง 3 นักสิทธิที่มีการเผยแพร่  การรายงานเท็จ พฤติกรรมของกลุ่มด้วยใจที่ผ่านมายังไม่หยุดเพียงเท่านั้น ขนาดถูกฟ้องร้องดำเนินคดีแล้วมีการถอนแจ้งความเพื่อให้กลับตัวกลับใจ กลับเดินหน้าบิดเบือนใส่ร้ายเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง หลายครั้งมีการออกแถลงการณ์หรือกล่าวหาเจ้าหน้าที่โดยไร้หลักฐาน ประจักษ์พยาน เนื่องจากไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก่อน เหตุการณ์สร้างชื่อเสีย กับรายงานซ้อมทรมานในห้วงปี 2557-2558 อันเป็นเท็จ พฤติกรรมหน้าด้าน ไร้ยางอาย ยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น ยังรวมไปถึงการออกมาเรียกร้องการเยี่ยมญาติผู้ต้องหาระเบิดบิ๊กซีปัตตานี ให้เยี่ยมไม่ถึง 30 นาที และไม่มีข้าวกิน ซึ่งต่างกับความเป็นจริงเมื่อเจ้าหน้าที่ออกมาแฉพร้อมภาพญาติไปเยี่ยมพร้อมกับนั่งกินข้าวออกมาชี้แจงต่อสังคม และกรณีนายดาโห๊ มะถาวร ครูสอน รร.ตาดีกา ถูกอุ้มหาย น.ส.อัญชนาฯ ไม่น้อยหน้ารีบออกมาหยิบชิ้นปลามันออกมาแถลงให้เจ้าหน้าที่ทำการปล่อยตัวนายดาโห๊ฯ โดยเร็ว  แต่เมื่อความจริงปรากฏ นายดาโห๊ะฯ ยอมรับว่าไม่ได้ถูกอุ้ม เป็นการสร้างเรื่องเพื่อไปหาเพื่อนหญิงที่สตูล แต่คนหน้าหนาอย่าง น.ส.อัญชนาฯ มีรึจะออกมาขอโทษหรือรับผิดชอบต่อสังคมที่สร้างความเกลียดชังเจ้าหน้าที่  ไม่เคยมีแถลงการณ์หรือขอโทษหรือแสดงความรับผิดชอบต่อพฤติกรรมทั้งๆ ที่สามารถทำได้อย่างง่ายดาย

          พฤติกรรมที่ผ่านมาของ น.ส.อัญชนา หีมมิน๊ะ เห็นชัดแล้วว่าเป็นอย่างไร? กลุ่มด้วยใจตั้งขึ้นมาเพื่อใคร? แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่เพื่อประชาชนอย่างแน่นอน แต่ตั้งขึ้นมาเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน และเพื่อช่วยเหลืออาชญากรให้พ้นผิดหรือเป็นเครื่องมือให้กับองค์กรใดหรือเปล่า ความชอบธรรมเรียกร้องสิทธิโน่นนี่ของ น.ส.อัญชนาฯ สมควรจะรับฟังหรือไม่ เราในฐานะประชาชนในพื้นที่ จชต. เจ้าของพื้นที่ ถามว่าบ้านเกิด น.ส.อัญชนาฯ อยู่ที่ไหน? แล้วทำไมจึงกล้ามาคิดแทนคนในพื้นที่ การกระทำดังกล่าวละเมิดสิทธิพี่น้องประชาชนหรือไม่ ผู้เขียนแค่ต้องการสื่อข้อเท็จจริง ไม่อาจชี้นำให้เห็นด้วยทั้งหมด และถามว่าที่ผ่านมากลุ่มด้วยใจทำอะไรให้กับประชาชนบ้าง นอกจากช่วยเหลือคนร้ายให้พ้นผิด หรือไม่จริง!! ช่วยตอบที
----------------------


1/01/2557

ร่างทรง NGOs กับวาทกรรม “เพื่อสันติภาพ” หรือเพื่อ “Patani Merdeka”



         แล้วความพยายามในการขับเคลื่อนการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งที่อ้างตัวว่าทำเพื่อพี่น้องประชาชนโดยมีบทบาทบังหน้าในรูปของความพยายามเคลื่อนไหวทางการเมืองโดยใช้ชื่อว่า “สหพันธ์นิสิตนักศึกษานักเรียนและเยาวชนปาตานี” (PerMAS) และ “สำนักปาตานีรายาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา”(Lempar) ก็ปรากฎชัดถึงเจตนาที่แท้จริงในวันที่โต๊ะพูดคุยสันติภาพระหว่างรัฐบาลไทยกับกลุ่มกบฎเฒ่า BRN ทำท่าจะพังครืน

          การนำเสนอด้วยบทความของนายตูแวดานียา ตูแวแมแง ว่าด้วยวาทกรรมเพื่อสันติภาพในวงการ NGOs ไทย ที่เผยแพร่ผ่านสื่อซึ่งเป็นกระบอกเสียงของขบวนการมาโดยต่อเนื่องอย่างเว็บไซต์ Deepsouthwatch.org หรือ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ได้แสดงออกถึงแนวความคิดในการนำไปสู่ความแตกแยกภายในตามที่กล่าว แม้ว่าบทบาทของบุคคลและกลุ่มบุคคลนี้จะเกี่ยวพันกับปีกการก่อเหตุรุนแรงโดย BRN หรือโดยกลุ่มอื่นๆ ที่พยายามเข้ามามีเอี่ยวเพื่อแย่งชิงผลประโยชน์ภายในผ่านความทุกข์ยากของประชาชนก็ตาม แต่เสียงปฏิเสธอย่างแข็งขันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุนแรงก็ยังปรากฎผ่านสื่อของตนเองและพวกพ้องโดยต่อเนื่อง

          การถูกเปิดโปงความเชื่อมโยงว่ามีความเกี่ยวข้องกับ BRN ของกลุ่มอดีตนักศึกษาที่ผันตัวเองมาเป็น NGOs เพื่อความอยู่ดีกินดีของตนกลุ่มนี้เริ่มเห็นภาพชัดเมื่อสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งได้นำเสนอความเชื่อมโยงกับขบวนการอย่างปฏิเสธได้ยาก การมีสมาชิกในกลุ่ม PerMAS ร่วมอยู่ในกลุ่มก่อเหตุรุนแรงที่พยายามเข้าโจมตีฐานปฏิบัติการของนาวิกโยธินจนถูกวิสามัญตาย 16 ศพที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับคลิ้ปวีดีโอของนักศึกษากลุ่มนี้นำโดยด้วยนาย ซูไฮมี ดูละสะ แกนนำอีกหนึ่งคนที่ถูกนำเสนอในเว็บไซต์ยูทูปที่สมาชิกคนที่เสียชีวิตนี้ได้ปลูกฝังเยาวชนให้เกลียดชังเจ้าหน้าที่รัฐโดยใช้โครงการอบรมจริยธรรมเยาวชนในโรงเรียนปอเนาะและตาดีกาบังหน้า ซึ่งมีเนื้อหาที่นักศึกษาเหล่านี้ไม่กล้าเถียงยังคงปรากฎให้เห็นด้วยการเข้าชมจำนวนไม่น้อย ได้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่เห็นด้วยของประชาชนส่วนใหญ่ไม่เว้นแม้แต่พี่น้องมสุลิมที่รู้ผิดรู้ชอบ (ดูรายละเอียดตามลิ้ง) http://www.youtube.com/watch?v=Izw4H6-CILk

         สุดท้ายก็จบลงด้วยกฎหมู่โดยการประท้วงและขู่จะปิดสำนักข่าวที่นำเสนอ โดยไม่ได้ชี้แจงเรื่องที่กลุ่มของตนเข้าไปเกี่ยวพันกับโจรแต่อย่างใด 

         อย่างไรก็ดีการเปิดโปงครั้งนั้นได้ช่วยให้สังคมได้รับทราบพฤติกรรมของคนกลุ่มนี้มากขึ้น แต่ถามว่าพวกเขาได้สำเหนียกตนเองในการบ่อนทำลายสังคมหรือยัง แน่นอนว่า “ยัง”

         ความพยายามในการใช้วันที่ 4 ม.ค.57 ซึ่งเป็นวันสัญลักษณ์ของการเริ่มไฟใต้ระลอกใหม่ได้แก่การปล้นปืนที่กองพันพัฒนาที่ 4 และเป็นวิธีการเดียวกับขบวนการก่อเหตุรุนแรงที่ใช้การโฆษณาชวนเชื่อเพื่อปลุกเร้ามวลชน ซึ่งมีการปฏิบัติควบคู่กับกลุ่ม BRN อย่างสอดประสานและแสดงออกถึงความเป็นพวกพ้อง 

         การใช้สื่อนำเสนอความคิดเห็นเป็นเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตยไม่ใช่สิ่งผิด แต่การให้ข้อมูลที่ถูกต้องก็เป็นสิ่งที่ต้องกระทำด้วย

         วาทกรรม “เพื่อสันติภาพ” ในวงการ NGOไทย” ที่กล่าวอ้างอย่างเลื่อนลอยโดยแกนนำกลุ่ม จึงมิใช่เป็นของ NGOS ทั้งหมด แต่เป็นเพียงของกลุ่มคนที่มีเจตนาไม่หวังดี ใช้คำว่าสันติภาพ เพื่อนำไปสู่การแบ่งแยกดินแดน โดยใช้คำสวยหูรว่าการกำหนดใจตนเอง ซึ่งได้มีการเตรียมการโดยให้ข่าวสารที่คลาดเคลื่อนกับประชาชนผ่านเวทีเสวนาสาธารณะมาแล้วระยะหนึ่ง ซึ่งมีเฉพาะพี่น้องมุสลิม พร้อมด้วยการสอดแทรกความเชื่อถือศรัทธาทางศาสนาเพื่อแบ่งกลุ่มแบ่งพวก แล้วก็บอกกับสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งการป่าวประกาศให้ประเทศมุสลิมที่ไม่ได้รับรู้ข้อเท็จจริงเชื่อตามในคำพูดของตน 

          แล้วคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่ก่อนที่นักศึกษาเหล่านี้จะเกิด ซึ่งเป็นคนส่วนน้อยและถูกบีบบังคับให้อพยพออกนอกพื้นที่ด้วยการข่มขู่และฆ่ารายวัยโดยไม่มีสิทธิโต้เถียงล่ะ เขาเหล่านั้นได้ถูกสอบถามถึงความต้องการกำหนดใจตนเองหรือยัง การกล่าวอ้างนี้จึงเป็นเพียงการพูดเอาแต่ได้

         “ผลประโยชน์” กับ “เสรีภาพ” ของประชาชนในพื้นที่นี้จึงยังคงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถนำมากล่าวรวมกันได้ในวันที่ความเดือดร้อนของประชาชนจากการก่อกรรมทำเข็ญของขบวนการยังมีอยู่ แต่หากวันใดที่ขบวนการหยุดสร้างความเดือดร้อน หยุดฆ่าประชาชน หยุดเกี่ยวพันกับผลประโยชน์ทั้งจากธุรกิจผิดฎหมาย และการต้องการเป็นใหญ่ในอนาคตเพื่อกระทำในสิ่งที่อ้างว่าทำตามความต้องการของประชาชนได้ การเคลื่อนไหวเพื่อกำหนดใจตนเองก็น่าจะนำกลับมาใช้ได้ แต่จากที่เห็น..ความเลวร้ายทั้งปวงยังเกิดขึ้นโดยขบวนการ พร้อมๆ กับการไม่เคยออกมาประกาศความรับผิดชอบ แถมยังโยนบาปให้คนอื่นอีก อย่างนี้ใครจะไปเชื่อด้วยความจริงใจ..นอกเหนือจากกระบอกปืนที่คอยจี้ประชาชนไว้เพื่อให้เชื่อด้วยความกลัว กับการบิดเบือนอย่างน่าละอายทั้งๆ ที่รู้ 

           แล้วคำว่าสันติภาพที่แท้จริงมันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร เมื่อคนกลุ่มนี้ต้องการมากกว่าสันติภาพอย่างที่ทุกฝ่ายรู้ แต่มันจะเกิดขึ้นได้ในยุคที่ประชาชนเลือกรับข่าวสารที่แท้จริงจากหลายๆ ทางได้มากกว่าการปลิ้นปล้อนมดเท็จ ประชาชนในพื้นที่ไม่ได้โง่อย่างที่คิดหรอกนะ โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว


บูเก๊ะ บือซา

10/01/2560

นักสิทธิฯ แห่งปีขยันผิดที่ผิดเวลากับเรื่องร้องเรียนคดีบึ๊มสายบุรี

"กะ กันดา"


นักสิทธิฯ ดิ้นพล่านเมื่อเจ้าหน้าที่ทหารรวบตัวผู้ต้องสงสัย 4 ราย กรณีก่อเหตุลอบระเบิดทหารพรานเสียชีวิต 4 นาย ที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เหตุเกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา
ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุลอบวางระบิด 4 คน ที่ถูกจับกุม มี 1 คน ยอมรับสารภาพให้การว่าเข้าร่วมประชุมกับทีมปฏิบัติการลอบวางระเบิดก่อนเกิดเหตุ 1 สัปดาห์ และให้การซัดทอด นายยาการียา บาโง หรือ “โต๊ะนิ” คือ “ผู้สั่งการ”

นายมะยูโซะ มะยะเด็ง (ยอมรับสารภาพ) คือกุญแจปริศนาสำคัญไขความจริงนำไปสู่การเปิดโปงไอ้โม่งผู้สั่งการที่อยู่เบื้องหลังความชั่วในครั้งนี้

ในขณะที่จิ๊กซอว์ผู้ก่อเหตุความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ได้มีการเติมเต็มจากคำรับสารภาพจากปาก 1 ใน 4 ผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุม เงาดำมืดทะมึนจับต้นชนปลายไม่ถูก ภาพความจริงค่อยๆ ปรากฏ...จากความเลือนลางกลับเด่นชัดขึ้น ใคร? คือผู้สั่งการ และทีม “ซัยตอน” ร่วมขบวนการที่ลงมือก่อกรรมทำชั่วในวันดังกล่าว...มีใคร? บ้าง

ทันทีที่มีการแถลงข่าวความคืบหน้าของคดีต่อสื่อมวลชน ด้วยการนำตัว นายมะยูโซะ มะยะเด็ง ผู้ซึ่งยอมรับสารภาพว่าร่วมก่อเหตุ ด้วยการเป็นคนดูต้นทางมายืนยัน และมีการนำตัวไปทำแผนจุดลอบวางระเบิด ซึ่งหากมองในแง่ความคืบหน้าของคดีถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ประชาชนผู้ที่ไม่ต้องการความรุนแรงต่างแซ่ซ้องยินดีที่เจ้าหน้าที่จับกุมคนร้ายตัวจริงได้ และเร่งให้ติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่เหลือมาดำเนินคดีและรับโทษทัณฑ์ตามกฎหมายต่อไป

ในขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่ยินดีที่เจ้าหน้าที่สามารถรวบตัวคนร้ายที่ก่อเหตุคร่าชีวิตทหารพรานอย่างเลือดเย็นได้อย่างทันควัน และดูเสมือนหนึ่งว่าความเพลี่ยงพล้ำตกอยู่ที่กลุ่มโจรใต้เนื่องจากได้มีการพาดพิงเปิดโปงทุกขั้นตอนของการก่อเหตุอย่างหมดเปลือกถึงแผนการ และผู้ที่ร่วมลงมือลอบวางระเบิดทั้งหมด

แต่แล้วจู่ๆ กลับมีข่าวสอดแทรกขึ้นมา เมื่อมีญาติของผู้ต้องสงสัยเข้ายื่นเรื่องขอความช่วยเหลือต่อเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดยให้การว่าผู้ต้องสงสัย “ถูกบังคับให้รับสารภาพ” ว่าก่อเหตุลอบวางระเบิด และถูกเจ้าหน้าที่จับกุมโดย “ไม่แจ้งข้อหา” อีกทั้งยังไม่ได้รับโอกาสในการเข้าเยี่ยม

โดยลำพังญาติผู้ต้องสงสัยเองคงไม่เท่าไหร่? แต่ทุกวันนี้ที่ออกมาเรียกร้องกันจ้าละหวั่นเกิดจากใคร? ไหนจะเรื่องของการกล่าวหาว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชน อีกทั้งในเรื่องข้อกฎหมาย ถามสิ!! คนธรรมดาอย่างเราๆ รึจะรู้แตกฉาน แล้วองค์กรไหนล่ะ!! ที่อยู่เบื้องหลังในการเสี้ยม..... 

คนในพื้นที่ต่างรู้ดีว่าใคร? คือผู้อยู่เบื้องหลังหนุนเสริมคอยซ้ำเติมปัญหาไฟใต้ คงไม่ต้องกล่าวถึงมากมาย แต่ที่จะอดกล่าวเสียไม่ได้คงเป็น นางสาวพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ และนางสาวอัญชนา  หีมมิหน๊ะ “2 นักสิทธิฯ กำมะลอ” จากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม และกลุ่มด้วยใจส่งเข้าประกวด ต่างรีบออกมารับลูกทันที ด้วยการตีปี๊บขยายผลในเฟสบุ๊คส่วนตัวเอาใจนายใหญ่หัวหน้าอาชญากร  โดยเล่นกันเป็นทีมกางปีกปกป้องเหล่าอาชญากรอย่างเต็มที่ในฐานะนักสิทธิมนุษยชน (ฝ่ายอาชญากร) ลืมความผิดพลาด ที่เคยปกป้องคนผิดโดย ไม่ใช้สมองไตร่ตรอง ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง อย่างเช่นคดีนายดาโหะ “ครูตาดีกาลวงโลก” ยังจำกันได้มั๊ย!! 

ถามว่าเมื่อผิดแล้ว เคยสำนึกมั๊ย!!  ก็คงไม่นะ!!! กลับทำตัวปกติไม่ยี่หระแกล้งทำเฉยเมยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอมีเรื่องใหม่เข้ามา กลับโหนกระแสใช้ความหน้าด้าน ด้วยการชี้นำ ทำการขยายผล ปกป้องอาชญากรซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่กระดากใจเลยหรือไร? แต่ก็ขอปรบมือดังๆ ให้ในฐานะที่ยอมเสียสละตนเพื่อส่วนรวม แต่กลับรับใช้อาชญากร  มีความขยันอย่างผิดที่ผิดเวลา เมื่อตอนชาวบ้านผู้บริสุทธิ์หรือเจ้าหน้าที่ถูกอาชญากรโจรใต้สุดโต่งลอบทำร้าย เข่นฆ่าอย่างเหี้ยมโหดกลับมุดหัวอยู่ในรู ไม่เห็นออกมาอ้อนวอนเรียกร้องให้เหล่าอาชญากรหยุดเข่นฆ่าเหมือนที่เรียกร้องให้โจรอยู่ตอนนี้..ซึ่งสมควรแล้วหรือที่ใช้คำเรียกว่า นักสิทธิฯ เดินเฉิดฉายในผืนแผ่นดินไทยให้คนไทยยกย่องเชิดชู

------------------------------------------------

4/19/2561

เปิดโปงกิจกรรมแฝงของนักศึกษาภาคฤดูร้อนทำการปลุกระดมเยาวชน


"กะ กันดา"

          ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีหลายคนตั้งคำถามว่าเหตุการณ์จะสงบเมื่อไหร่!! และอีกนานแค่ไหนปัญหาจะคลี่คลายกลับมาสงบสุขดังเดิม!! คืนสันติสุขที่ทุกคนใฝ่หา ทุกคำถาม?.. ไร้คำตอบเพราะไม่สามารถกำหนดกฎเกณฑ์ให้เป็นไปดั่งที่ทุกคนหวังได้ รากเหง้าปัญหาได้ฝังรากหยั่งลึกสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนอีกทั้งถูกเติมเชื้อจากภัยแทรกซ้อน ผู้มีอิทธิพล ขบวนการธุรกิจผิดกฎหมาย ประหนึ่งว่ากลุ่มคนเหล่านี้ไม่อยากให้เหตุการณ์ในพื้นที่สงบสุขซึ่งสวนทางกับกระแสเรียกร้องของผู้คนส่วนใหญ่ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ใช้มาตรการหลากหลายรูปแบบเพื่อดับไฟใต้ ควบคู่กับการพูดคุยสันติสุขกับกลุ่มคิดต่างจากรัฐ ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชนให้พ้นเงื้อมมือจากการก่อเหตุลอบทำร้าย หรือการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในรูปแบบต่างๆ เพียงเพื่อสร้างความสูญเสียทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ความเชื่ออีกประการหนึ่งที่รัฐจะต้องจะต้องดำเนินการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือการสกัดกั้น "การบ่มเพาะสมาชิกขบวนการ" ซึ่งเป็นปัญหาต้นน้ำ นำมาซึ่งความรุนแรงทั้งปวง

          กลุ่มขบวนการได้ใช้สถานศึกษาบางแห่งเป็นแหล่งบ่มเพาะ "หน่อพันธุ์ความชั่วร้าย" ขยายรากเหง้าผลิดอกออกผลปลูกฝังแนวความคิดสุดโต่ง สร้างความรู้สึกย้อนแย้งเกลียดชังเจ้าหน้าที่รัฐและเกลียดชังคนต่างศาสนาที่มิใช่มุสลิม ปลุกระดมความเป็นมลายู หยิบยกประวัติศาสตร์การล่าอาณานิคม การกลืนชาติพันธุ์ อัตลักษณ์ประเพณีวัฒนธรรมและความเป็นมลายูปาตานี แบ่งแยกเขาแยกเรา ให้ลุกขึ้นทำการต่อสู้โดยใช้ศาสนาเป็นข้ออ้าง อ้างบุญอ้างบาปให้สมาชิกกระทำหรือไม่กระทำนำไปสู่ความเกรงกลัว ในขณะที่เจ้าของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สถาบันศึกษาปอเนาะ และศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) ต่างออกมาปฏิเสธเสียงแข็งสถานศึกษาเหล่านี้ไม่ได้เป็นสถานที่ในการปลุกระดมบ่มเพาะของกลุ่มขบวนการ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการก่อเหตุร้ายในพื้นที่

          หลายครั้งหลายคราที่สถานศึกษากลายเป็นที่พักพิงโจร กลายเป็นสถานที่ฝึกของเหล่านักรบอาร์เคเค เป็นที่เก็บซ่อนอาวุธปืนและวัตถุระเบิด และที่ร้ายแรงไปกว่านั้นบุคลากรทางการศึกษามีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการก่อเหตุรุนแรงหรือสนับสนุนกลุ่มขบวนการให้ทำการก่อเหตุ ล่าสุดกับกรณีของโรงเรียนบากงพิทยาเกิดอะไรขึ้น เมื่อหน่วยงานภาครัฐได้ทำการตรวจสอบความเชื่อมโยงข้อมูลนำไปสู่การเปิดโปงหลักฐาน แต่ผู้เกี่ยวข้องโรงเรียนดังกล่าวออกมาปฏิเสธเสียงแข็งข้างๆ คูๆ แก้ตัวน้ำขุ่นๆ ฟังไม่ขึ้น จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม? แทบทุกครั้งที่เจ้าหน้าที่เข้าไปทำกิจกรรมในสถานศึกษาเหล่านั้นหรือมีการตรวจค้น จะมีกลุ่มบุคคลดิ้นพล่าน เคลื่อนไหวออกมาปกป้องเพราะอย่างนี้นี่เอง!!!

          ไม่เฉพาะแค่เพียงสถานศึกษาเท่านั้นที่มีการบ่มเพาะ การปลุกระดมล้างสมองเด็กและเยาวชน ยังมาในรูปแบบของการจัดกิจกรรมภาคฤดูร้อนที่ใช้ชื่อกิจกรรมสวยหรู หลอกล่อเหยื่อให้มาติดกับ สมัครเข้าร่วมกิจกรรมแต่เนื้อในสอดไส้ด้วยเนื้อหาที่ปลุกความเป็นปาตานี อย่างเช่นล่าสุดกิจกรรมภาคฤดูร้อนของกลุ่ม PerMAS และเครือข่ายที่ชื่อว่า  "Sumbut an Anak Patani" หากแปลเป็นไทย "งานต้อนรับลูกหลานปาตานี" พัฒนาสัมพันธ์ เพื่อใจเดียวกัน นำไปสู่ความเป็นปาตานีหนึ่งเดียว ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 13-16 เมษายนที่ผ่านมาในพื้นที่ จ.สตูล ในกิจกรรมดังกล่าวมีการจัดแคมเปญ Satu Patani (หนึ่งเดียวปาตานี) เพื่อกำหนดชะตากรรมของตัวเอง เป้าหมายเพื่อสันติภาพปาตานี ทำการปลุกระดมปกป้องศาสนาและเชื้อชาติ ปลุกระดมให้ทำการต่อสู้ยอมเสียสละชีวิตเพื่อปาตานีที่รัก...

          ยังไม่นับรวมถึงกิจกรรมภาคฤดูร้อนอื่นๆ อีกหลายกิจกรรมที่กลุ่มนักศึกษาหลายสถาบันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเป็นเครือข่ายกลุ่ม PerMAS ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี มีการแอบแฝงบ่มเพาะ ปลุกระดมบุตรหลานโดยที่ผู้ปกครองไม่เคยคิดเฉลียวใจ ไม่รู้ว่าบุตรหลานไปเจออะไร แค่รู้ว่าเข้าค่ายภาคฤดูร้อน หลายครอบครัวไม่เคยทราบมาก่อนว่าบุตรหลานเป็นแนวร่วม พ่อแม่เชื่อและคิดมาโดยตลอดว่าลูกหลานเป็นเด็กดี เรียนเก่ง เรียบร้อย แต่เมื่อรู้อีกทีกลับสายเกินแก้..  บุตรหลานเป็นผู้ร้ายไปก่อเหตุถูกจับกุมต้องจำนนด้วยหลักฐานติดคุก หนักหนาสาหัสเกิดการปะทะถึงขั้นถูกวิสามัญ "เสียชีวิต" กล่าวหาเจ้าหน้าที่กระทำเกินกว่าเหตุ ทำร้ายเด็กเรียน เด็กดีของพ่อแม่ กลายเป็นปมก่อประเด็นให้กลุ่มคิดต่างจากรัฐนำไปกล่าวหาโจมตีซึ่งมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง เพราะฉะนั้นผู้เขียนฝากเตือนกันเป็นประจำทุกปีปิดเทอมภาคฤดูร้อน ดูแลบุตรหลานของท่านอย่างใกล้ชิด อย่าปล่อยให้กลุ่มคนที่คิดการใหญ่ใช้บุตรหลานของท่านเป็นเครื่องมือ... เข้าค่ายล้างสมองกลายเป็นแนวร่วมโดยไม่รู้ตัว แล้วครอบครัวของท่านเองจะต้องเสียใจในภายหลังไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้อีก... หากถลำลึกเข้าสู่วังวนความชั่วร้ายที่กลุ่มบุคคลบางกลุ่มยัดเยียดให้....
----------------------


11/24/2557

เมื่อ ปกรณ์ พึ่งเนตร มองต่างมุมไอโอ "ล้ำเส้น" ที่ชายแดนใต้

แบมะ ฟาตอนี

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2557 ตามที่สำนักข่าวอิศรา ได้ลงบทความ ไอโอ "ล้ำเส้น" ที่ชายแดนใต้เขียนโดย ปกรณ์ พึ่งเนตร ในหมวดหมู่คุยกับบรรณาธิการ


          เป็นธรรมดาของการเขียนข่าวหรือการเขียนบทความต่างๆ เป็นที่รู้กันดีของแวดวงนักสื่อสารมวลชนว่า การนำเสนอก่อน คือการชิงความได้เปรียบ และเป็นต่อในการสร้างการรับรู้ ส่วนผู้ที่ออกมาโต้ตอบในภายหลังถือว่าเป็นการแก้ตัว แก้ข่าว แต่ผู้เขียนมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตอบโจทย์ของคุณปกรณ์ พึ่งเนตร ที่ได้นำเสนอข้อมูลหลงทิศทาง และเข้าใจอะไรบางอย่างผิดเพี้ยนไป ในนามส่วนตัวกราบขออภัยนักเขียนอาวุโสไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย

          คุณปกรณ์ พึ่งเนตร ได้กล่าวถึงความเป็นมาของ ไอโอหรือ ปฏิบัติการข่าวสาร นำมาใช้เพื่อชิงความได้เปรียบในสงคราม พร้อมทั้งได้กล่าวพัฒนาการการนำสื่อ Social Media เป็นช่องทางในการเผยแพร่ข้อมูลความดี และความสำเร็จของฝ่ายตน และตอกย้ำความเลวร้าย หรือความไม่ถูกต้องของฝ่ายตรงข้าม

          ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่มีการปฏิบัติการข่าวสารเชิงบวก หรือนำเสนอเรื่องราวที่ดีๆ ที่มีอยู่มากมายในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้แห่งนี้ เพื่อสื่อไปยังบุคคลนอกพื้นที่ให้เกิดการรับรู้ว่าไม่ได้มีเฉพาะเหตุการณ์เลวร้ายเพียงอย่างเดียว ซึ่งในจุดนี้ในนามส่วนตัวของผู้เขียนได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการนำเสนอข่าวสารของสื่อกระแสหลัก ไม่ค่อยจะนำเสนอกัน ดั่งเช่นคำกล่าวของบุคคลทั่วไปพูดถึงสื่อมวลชนว่า ข่าวร้ายลงฟรี ข่าวดีจ่ายตังค์ในส่วนของการประณาม หรือเปิดเผยความชั่วร้ายของกลุ่มขบวนการก็เช่นเดียวกัน อย่าไปหวังให้ยาก จากการได้สัมผัสการทำงานของสื่อมวลชนที่ผ่านๆ มา

          ผมแปลกใจ คุณปกรณ์ พึ่งเนตร เป็นอย่างมากที่ตั้งหน้าตั้งตาเขียนเปิดประเด็นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ไม่มีสักนิดเดียวที่เนื้อหาได้กล่าวถึง เพจโจรใต้ฟาตอนีที่มีอยู่อย่างดาษดื่นในการสร้างความแตกแยกทางความคิด มีการยุยงปลุกปั่น ให้ประชาชนลุกฮือขึ้นต่อสู้ มีการนัดหมายในการชุมนุมประท้วงกดดันการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ และตั้งใจละเมิดและกระทำผิดกฎหมาย ที่ผู้เขียนยอมรับไม่ได้คือ เพจโจรใต้ฟาตอนี เหล่านั้น มีความพยายามสร้างความแตกแยก แบ่งเขา-แบ่งเราไทยพุทธ-ไทยมุสลิม หรือคุณปกรณ์ พึ่งเนตร เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ หูตามืดบอดสนิท แกล้งทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่เห็นกับการกระทำของอีกฝ่าย แต่กลับตั้งหน้าตั้งตากล่าวหาโจมตีเพจผีและมีการตั้งข้อสงสัยว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลัง เพจผี เหล่านี้ไม่ใช่ใครที่ไหน คือเจ้าหน้าที่รัฐเป็นการปฏิบัติการใต้ดิน ซึ่ง 2-3 ปี มานี้เริ่มแรงและ ล้ำเส้น มากขึ้นเรื่อยๆ

          เรามาดูเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่สนับสนุนขบวนการกันครับ ในเมื่อมีคนกลุ่มหนึ่งบอกว่าเพจผีมีเยอะมากผู้เขียนเลยเอาสื่อโจรที่เขียนโจมตีประเทศไทย โจมตีการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐมาโดยตลอด ให้ท่านผู้อ่านลองเข้าดูเนื้อหาสาระในการนำเสนอของสื่อเหล่านี้ดูกัน เพจโจรโจรใต้ฟาตอนี ขาประจำได้แก่ เพจPatani Darussalam News,  เพจ Patani Peace สันติภาพปาตานี ﻓﺭدﺍﻣﺎﻳﻦ فطاني, เพจJalan Ku PataniMerdeka, เพจPataniFakta Dan Opini และยังมีอีกหลายเพจน่าจะมีเยอะกว่า เพจผี ด้วยซ้ำ

ตัวอย่างเพจโจรใต้ฟาตอนีที่มีการบิดเบือน


          คุณปกรณ์ พึ่งเนตรกล่าวถึงเพจผี ในเฟซบุ๊ค ซึ่งหมายถึงหน้าเพจที่ไม่ระบุตัวตนชัดเจน แล้วแพร่ข้อมูลในลักษณะสร้างความเกลียดชังต่อกลุ่มก่อความไม่สงบ แต่ไม่ได้กล่าวถึงเพจโจรใต้ฟาตอนีซึ่งได้มีการเผยแพร่ข้อมูลในลักษณะบิดเบือนความจริง กล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐ โจมตีการปฏิบัติงานของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา จชต. สร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชนในพื้นที่ เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งรัฐ แต่คุณปกรณ์ พึ่งเนตร กลับเห็นดีเห็นงามด้วยไม่เห็นมีการกล่าวถึง..เอ๊ะชักจะยังไง?..หากไปกล่าวหาเดี่ยวกลับกลายเป็นประเด็นอีก ขอให้ท่านผู้อ่านลองตั้งข้อสังเกตดูกันดีกว่าครับ และโปรดใช้วิจารณญาณในการเสพข้อมูลข่าวสารกัน

          อย่างกรณีโจรใต้ที่ก่อเหตุสร้างสถานการณ์ เข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ กระทำความชั่วมามากมาย มีหมายจับของศาลนับสิบๆ หมาย บางรายเมื่อผลพิสูจน์หลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมามีความเชื่อมโยงกับคดีสำคัญ และในปัจจุบันมีการนำหลักนิติวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยพิสูจน์ DNA ยืนยันตัวบุคคลที่เป็นที่ยอมรับในสากล คุณปกรณ์ พึ่งเนตรจะให้ทำอย่างไรกับคุณโจรใต้เหล่านี้ หรือจะให้ยกย่องสรรเสริญเป็นวีรบุรุษอย่างเช่นนายมะรอโซ จันทรวดี หรืออย่างไร? ลองใช้สามัญสำนึกของความเป็นคนในฐานะที่เป็นนักเขียนอาวุโส หลับตานึกภาพญาติพี่น้องเหยื่อที่โจรใต้เหล่านี้เข่นฆ่าสิ พวกเขาเจ็บปวดแค่ไหน เมื่อมีการก่อเหตุต่อเจ้าหน้าที่ และชาวบ้านเสียชีวิต ไม่ลองเข้าไปดูในเครือข่ายสังคมออนไลน์เพจโจรใต้ฟาตอนี ดูสิว่าเกิดอะไรขึ้น มีทั้งเยาะเย้ยถากถาง บรรดาเครือข่ายดีใจ เย้ยหยันฉลองกันยกใหญ่...

          คุณปกรณ์ พึ่งเนตร กล่าวอ้าง พล.อ.ไวพจน์ ศรีนวล อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า การใช้ ไอโอ แบบที่ฝ่ายความมั่นคงไทยนิยมใช้กันเหมือนที่สหรัฐใช้ในสงครามอิรัก คือ ให้ข้อมูลความเลวร้ายของฝ่ายตรงข้ามด้านเดียวนั้น จริงๆ แล้วไม่ควรใช้ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

          การปฏิบัติการข่าวสาร หรือ ไอโอ ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากรัฐจะต้องนำเสนอข้อเท็จจริง เพื่อทำการส่งผ่านข้อมูลสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ ประชาชนในพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ ได้เกิดการรับรู้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ให้ประชาชนเหล่านั้นหลงเชื่อข่าวลือ ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มขบวนการแนวร่วมที่ได้มีการทำ ไอโอ มาอย่างช้านาน  หากเราทำการศึกษาเกี่ยวกับงาน ไอโอ อย่างลึกซึ่งจะรู้ว่ามีถึง 13 กิ่งงานด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น งานประชาสัมพันธ์,  งานกิจการพลเรือน และการปฏิบัติการจิตวิทยา เป็นแค่กิ่งงานย่อยของงานไอโอจะเห็นได้ว่าในส่วนที่ดีมีเยอะไม่ได้เป็นการใส่ร้ายฝ่ายตรงข้ามเพียงอย่างเดียวตามที่ คุณปกรณ์ พึ่งเนตร ได้มีการกล่าวอ้าง

          การมุ่งสร้างความเกลียดชังจึงไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาใดๆ และไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ไม่ว่าจะระยะสั้นหรือระยะยาวก็ตามเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือกลุ่มขบวนการแนวร่วม แต่ในความเป็นจริงที่ไม่สามารถยอมรับได้ให้ไปดูการโพสต์ภาพพร้อมข้อความของเครือข่ายเพจโจรใต้ฟาตอนีกันดูไม่อยากสาธยาย ณ ที่นี้

          คุณปกรณ์ พึ่งเนตร ยังกล่าวอีกว่าการก่อเหตุรุนแรงโดยมีผู้บริสุทธิ์ตกเป็นเหยื่อนั้น ไม่จำเป็นต้องมีใครมาบอกหรือชี้นำ และไม่มีใครเห็นด้วยอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาน้อยครั้งนักที่สื่อกระแสหลักได้ออกมาแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าวของแนวร่วม ผกร. ซึ่งคนทั่วไปต่างรู้ดีว่าเป็นเรื่องของการดำเนินธุรกิจ และไม่ยอมตกเป็นเป้าในการโจมตีของฝ่ายที่มีความคิดต่างจากรัฐ ยังรวมไปถึงกลุ่ม NGOs อีกด้วย มีสโลแกนอย่างสวยหรู กลุ่มองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร แล้วเงินทุนที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรต่างประเทศละ ผลประโยชน์ทั้งหมดตกอยู่กับใคร

          ผมเชื่อว่าคุณปกรณ์ พึ่งเนตร ได้นำเรื่องเล็กๆ มาขยายให้เป็นข่าว และโจมตีเจ้าหน้าที่ทหารในครั้งนี้ ย่อมมีอะไรที่อยู่เบื้องลึก เบื้องหลัง หรือจะเป็นความไม่ชอบส่วนตัว อาจจะมีอะไรที่แอบแฝงสัมพันธ์ลึกซึ้งเชื่อมโยงกับใครบางคนไม่สามารถรับรู้ได้


          แต่จริงๆ ผมอยากจะเล่าให้ท่านผู้อ่านได้เป็นข้อมูลว่า ที่มาของการเรียก เพจผี จนกระทั่ง คุณปกรณ์ พึ่งเนตร ได้นำมาขยายผลต่อ ไอโอ "ล้ำเส้น" ที่ชายแดนใต้ นั้น แรกเริ่มเดิมทีเกิดจาก เพจ ลมหายใจที่ปลายด้ามขวาน ได้ทำการแฉแอดมินผู้ดูแลเพจ Patani Peace สันติภาพปาตานี ﻓﺭدﺍﻣﺎﻳﻦ فطاني  ว่าทั้งหมดเป็นกลุ่มนักศึกษา PerMAS เป็นแอดมินดูแลเพจดังกล่าวอยู่ ซึ่งมีการนำเสนอข้อมูลที่บิดเบือนความจริง และยังมุ่งโจมตีใส่ร้ายป้ายสีเจ้าหน้าที่รัฐอยู่เสมอ จนกระทั่งการนำภาพบุคคลที่เกี่ยวข้องมาเปิดเผยได้สร้างผลกระทบต่อกลุ่มบุคคลดังกล่าว มีการขู่จะฟ้องร้องแจ้งความ และเพจแนวร่วมโจรใต้ Patani Peace Dialogue ได้ทำการโพสต์ภาพพร้อมข้อความกล่าวหา เพจ ลมหายใจที่ปลายด้ามขวาน และ เพจ:South dark (เปิดโปงความจริงในเงามืด), เพจ:PNYS จังหวัดชายแดนใต้, เพจ:Shutdown BRN, เพจ:สหพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนใต้, เพจ:พวกเรากลุ่มต่อต้านโจรใต้-ฟาตอนี, เพจ:เผยความจริงชายแดนใต้ และเฟสบุ๊ค Pattani Thailand ว่าเป็น เพจผี  

       
          น่าแปลกใจทำไม? คุณปกรณ์ พึ่งเนตร ในฐานะผู้อาวุโสและมีชื่อเสียงในวงการสื่อถึงได้หันมาเล่นประเด็นนี้  และเดินหน้าฆ่าฟันเหยียบย่ำการกระทำของบรรดา เพจผี ว่าเป็นการชี้นำให้ประชาชนมีความเกลียดชังต่อกลุ่มขบวนการโจรใต้ โดยบทความดังกล่าวคุณปกรณ์ พึ่งเนตร ไม่ได้เขียนถึงบรรดา เพจโจรใต้ฟาตอนี ใดๆ เลย มันคาใจของผู้อ่านหลายๆ คน ได้ฝากถามมา

          “สื่อทางเลือก หรือ สื่อกระแสหลัก ที่ทำหน้าที่ในการนำเสนอข่าวไม่เคยมีใครไปยุ่งเกี่ยวกับท่านหรอกครับ ทำหน้าที่ของท่านไป แต่ยังมีการนำเสนอข่าวสารของสื่อบางสำนักไม่มีจรรยาบรรณ เอนเอียง ไม่มีความเป็นกลาง อีกทั้งการเคลื่อนไหวในสื่อสังคมออนไลน์ มีการบิดเบือนความจริง สร้างความแตกแยกทางความคิดไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งยากที่จะยอมรับได้

          ยุคนี้เป็นยุคของการแย่งชิงสงครามข่าวสาร ทุกคนจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรา การปิดหูปิดตาประชาชนในยุคปัจจุบันไม่สามารถกระทำได้ เพราะในโลกยุคดิจิทัล คุณไม่สามารถปิดกั้นข้อมูลข่าวสารได้อีก เช่นเดียวกับ คุณปกรณ์ พึ่งเนตร ผู้เฒ่าหลงยุค ที่มองต่างมุม ไอโอ ล้ำเส้นที่ชายแดนใต้ เป็นแค่การมองเหรียญเพียงด้านเดียว ทั้งๆ ที่เหรียญมีสองด้าน น่าเสียดายที่ข้อมูลที่ได้นำมาเสนอไม่มีความครบถ้วน จงใจที่จะดิสเครดิตเจ้าหน้าที่รัฐเพียงอย่างเดียว

          การมีส่วนร่วมของประชาชนในการให้ความร่วมมือกับการแก้ปัญหาไฟใต้ ร่วมกันปฏิเสธความรุนแรงทุกรูปแบบ บังคับใช้กฎหมายให้มีความศักดิ์สิทธิ์ เสมอภาค เป็นธรรมนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ! ..อีกไม่นานแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ที่เรารอคอย..กับกระบวนการพูดคุยสันติสุขคงเป็นจริง...
------------------------------------------------------
บรรยายภาพ : ภาพ 1 บทความไอโอล้ำเส้นที่ชายแดนใต้ ภาพ 2 เพจโจรใต้ฟาตอนี ภาพ 3 เปิดโปงแอดมินเพจสันติภาพปาตานี ภาพ 4 เพจผี



12/25/2560

10 เรื่องเด่น“ความจริงจากจังหวัดชายแดนใต้ 2560”





ปีเก่าจะลาจากไป ปีใหม่กำลังจะมาถึง สื่อต่างๆ ได้มีการจัดอันดับความนิยม ทางเราก็เช่นกันมาดูกันว่าในรอบปีที่ผ่านมาบล็อคของเราได้รับแรงใจจากท่านผู้อ่าน และมีแฟนคลับติดตามให้กำลังใจในงานเขียนตีแผ่ความจริงเพื่อให้สังคมได้รับรู้ และได้จัด 10 เรื่องเด่น“ความจริงจากจังหวัดชายแดนใต้”(Thailand South Situation) ซึ่งทำการเผยแพร่ในและได้รับความนิยมจากผู้อ่านสูงที่สุดในรอบปี 2560 ซึ่งยอดผู้ติดตามกว่า 2,074,724 คน คือสิ่งยืนยันได้เป็นอย่างดี

10 บทความเด่นรอบปี 2560 ที่ทางกองบรรณาธิการข่าว “บล็อกความจริงจากจังหวัดชายแดนใต้” ได้จัดอันดับจากยอดผู้อ่าน ซึ่งพบว่าบทความที่มีผู้คนให้ความสนใจสูงสุด คือ บทความเรื่อง “เหตุผลหลักที่กลุ่ม ผกร.เลือก นายนูร์ฮาซัน ทำการก่อเหตุ” ซึ่งเขียนโดย “กะ กันดา” รองลงมาคือ บทความเรื่อง “สำนึกหน้าที่ NGOs…กรณีโจรปล้นเต็นท์รถทำคาร์บอม” เขียนโดย “กะ กันดา” เช่นกัน  เรามาดู Top Ten บทความแห่งปีกันค่ะ...

อันดับที่ 1 บทความ เรื่อง เหตุผลหลักที่กลุ่มผกร.เลือก นายนูร์ฮาซัน ทำการก่อเหตุ  
เผยแพร่เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 60 ผู้เข้าชม 78,960 ครั้ง  
เขียนโดย กะ กันดา

          เป็นเรื่องราวกลุ่มคนร้ายได้ก่อเหตุบุกปล้นรถจำนวน 6 คัน ที่ อ.นาทวี เมื่อ 16 ส.ค.60 เพื่อนำไปทำคาร์บอม ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้วิสามัญ นายนูร์ฮาซัน อาแว คนร้ายเสียชีวิตหลังขับแหกด่านเกาะหม้อแกง ทั้งที่ นายนูร์ฮาซัน อาแว เป็นคนดี เรียนเก่ง เคร่งศาสนา  แต่กลับหลงเชื่อกลุ่มขบวนการจนนำมาสู่ความสูญเสียความเสียใจต่อครอบครัว
http://pulony.blogspot.com/2017/08/normal-0-false-false-false-en-us-x-none.html


อันดับที่ 2 บทความ เรื่อง มะรอโซ จันทราวดี “วีรบุรุษ”หรือ“อาชญากร” 
เผยแพร่เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 60 ผู้เข้าชม 47,245 ครั้ง
เขียนโดย Ibrahim

          เรียกได้ว่าสังคมไทยให้ความสนใจปัญหาชายแดนใต้ได้มากที่สุดเหตุการณ์หนึ่ง กรณี เมื่อกลางดึกวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2556  กลุ่มคนร้าย จำนวนไม่น้อยกว่า 50 คน บุโจมตีฐานปฏิบัติการทหารนาวิกโยธินในพื้นที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส  ก่อนจะเกิดการปะทะกันอย่างดุเดือด หลังจากการปะทะ พบศพ นายมะรอโซ จันทราวดี แกนนำอาชญากรชายแดนใต้คนสำคัญ มีคดีความมั่นคงหลายหมาย ขณะฝ่ายตรงข้ามยกย่องผู้ร้ายว่าเป็นวีรบุรุษ แต่สำหรับใครหลายคนเรียกว่าอาชญากร
อันดับที่ 3 บทความ เรื่อง  สำนึกหน้าที่ NGOs…กรณีโจรปล้นเต็นท์รถทำคาร์บอม  
เผยแพร่เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 60 ผู้เข้าชม 45,790  ครั้ง
เขียนโดย  กะ กันดา

           สำหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยังคงอยู่ในความรู้สึกของใครๆ หลายคนทั่วประเทศ ถึงการทำหน้าที่ของนักสิทธิในสามจังหวัดชายแดนใต้ กรณีคนร้ายปล้นรถยนต์ทำคาร์บอม แต่กลุ่ม NGOs กลับหายเงียบไม่มีออกมาแถลงการณ์ประนามแม้แต่น้อย ทวงถามถึงการทำหน้าที่ของกลุ่ม NGOs คืออะไร? เรียกร้อง  “สิทธิ” ให้กับประชาชนทุกคนใช่หรือไม่? จัดตั้งขึ้นมาโดยไม่ “แสวงผลกำไร” และ  “ผลประโยชน์ใดๆ” ในการเคลื่อนไหว
อันดับที่ 4 บทความ เรื่อง จับโจรใต้ใจบาปยิงหญิงท้อง9 เดือนสารภาพสิ้นเคยก่อคดีสำคัญหลายเหตุ 
เผยแพร่เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 60  ผู้เข้าชม 42,194 ครั้ง
เขียนโดย กะ กันดา

          สำหรับเรื่องเป็นเรื่องที่สะเทือนใจคนทั่วประเทศ สร้างความหดหู่ใจเป็นอย่างมาก กรณีคนร้ายได้ประกบยิงน.ส.รัตติกาล จ่าวัง อายุ 26 ปี ตั้งครรภ์ ๘ เดือน เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดเมื่อ  26 พ.ย.59 จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่เร่งไล่ลาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี จนกระทั่งนำไปสู่การจับกุมตัว
นายรอซาลี วาปิ  และยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุและเป็นแนวร่วม
RKK ก่อเหตุมาแล้วกว่า 8 คดี 
https://pulony.blogspot.com/2017/02/9.html

อันดับที่ 5 บทความ เรื่อง งามไส้!! อัญชนา - พรเพ็ญพฤติกรรมที่ไม่เคยเปลี่ยน เผยแพร่เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 60 ผู้เข้าชม 27,240  ครั้ง  
เขียนโดย Ruslan

          นี้คงเป็นอีกเรื่องที่โซเซียลและคนในพื้นที่ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก กรณีนายดาโห๊ะ มะถาวร  ครูโรงเรียนตาดีกา  ได้หายไปจากบ้าน ก่อนจะโทรบอกครอบครัวว่าไปกับทหาร จนกลายเป็นประเด็นว่าโดนทหารอุ้ม จนทำให้ นักสิทธิ ที่ทำหน้าที่เงียบ นิ่งๆ ออกมาแถลงการณ์ปล่อยตัว และโจมตีใส่ร้ายเจ้าหน้าที่  ก่อนที่ความจริงปรากฎ นายดาโห๊ะ มะถาวร ไม่ได้โดนอุ้ม แต่กลับไปหากิ๊กสาวที่สตูล เลยต้องกุเรื่องบอกภรรยาเพราะกลัวภรรยาจะรู้  งานนี้เลยเป็นเรื่อง โอ้ละพ่อ  ขณะที่กลุ่มนักสิทธิกลับไม่มีความรับผิดชอบไม่มีแถลงการณ์ขอโทษอะไรเลย https://pulony.blogspot.com/2017/06/blog-post.html

อันดับที่ 6 บทความ เรื่อง พี่เป็นโจร น้องเป็นสื่อพี่น้องท้องเดียวกันความสัมพันธ์กับกลุ่มขบวนการโจรใต้ 
เผยแพร่เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 60 ผู้เข้าชม 26,153 ครั้ง 
เขียนโดย Ruslan

          นายทวีศักดิ์ ปิ อดีตบรรณาธิการสำนักสื่อวาร์ตานี ซึ่งหลายคนที่ติดตามสถานการณ์สามจังหวัดชายแดนใต้ จะรู้ว่านายทวีศักดิ์ ปี เป็นตัวละครตัวหนึ่งที่คอยเคลื่อนไหวทางปีกการเมืองให้กับกลุ่มขบวนการ โดยอาศัยสื่อตนเองเคลื่อนไหวเผยแพร่โจมตีเจ้าหน้าที่ตลอดเวลาเมื่อมีโอกาส ขณะที่พี่ชายตนเอง ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมก่อเหตุระเบิดเมื่อ ปี 57  แล้วนายทวีศักดิ์ ปี ผู้เป็นน้องจะใช้สื่อตนเองช่วยพี่น้องหรือไม่ สามารอ่านติดตามได้ที่ลิงค์ด้านล่าง
อันดับที่ 7 บทความ เรื่อง ขบวนการบีอาร์เอ็น กับปัญหายาเสพติด  
เผยแพร่เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 60 ผู้เข้าชม 22,044  ครั้ง
เขียนโดย  Ibrahim

          ปัญหาที่รุมเร้าสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในปัจจุบันไม่ได้มีแค่เฉพาะปัญหาความไม่สงบที่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงหยิบยื่นให้กับประชาชนแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ภายใต้สถานการณ์ความไม่สงบที่ยืดเยื้อมายาวนานนั้น กลับมีปัญหาอื่นๆ ซุกซ่อนอยู่ และเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มขบวนการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และหนึ่งในนั้นคือ‘ปัญหายาเสพติด’ https://pulony.blogspot.com/2017/01/blog-post_23.html

อันดับที่ 8 บทความ เรื่อง BRN กับ น้ำกระท่อม
เผยแพรเมื่อวันที่ 14 ม.ค. 60  ผู้เข้าชม 20,923 ครั้ง
เขียนโดย Ibrahim

          เมื่อกลุ่มเยาวชน วัยรุ่น ซึ่งเป็นคนว่างงานและติดสี่คูณร้อยอย่าง “งอมแงม” แบบขาดไม่ได้ กลับกลายเป็นช่องว่างให้กลุ่มขบวนการ BRN ชักนำชักจูงให้เข้าร่วมก่อเหตุสร้างสถานการณ์เพื่อแลกกับยาเสพติด มีหลายครั้งที่พบกลุ่มคนที่ขาดสติ ไม่กลัวตายบุกเข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ด้วยมีด ด้วยมือเปล่าอย่างบ้าบิ่น สืบพบเบื้องหลังได้มีแกนนำให้กลุ่มคนเหล่านี้กินน้ำกระท่อมสี่คูณร้อย โดยทำการหลอกว่าเมื่อกินแล้วว่าเจ้าหน้าที่ไม่สามารถมองเห็นตัวตน http://pulony.blogspot.com/2017/01/ibrahim-9.html

อันดับที่ 9 บทความ เรื่อง กลุ่มขบวนการโคตรใจดำ...หลอกให้“นูร์ฮาซัน” ไปตาย
เผยแพร่เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 60  ผู้เข้าชม 18,235 ครั้ง
เขียนโดย แบมะ ฟาตอนี

          ผลพวงจากการหลงผิดเข้าร่วมขบวนการ ทำให้ นายมารูดิง อาแว บิดาของ นายนูร์ฮาซัน อาแว กล่าวว่า “รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะไม่คาดคิดมาก่อนว่า ลูกจะเลือกใช้วิธีรุนแรง เพราะที่ผ่านมาลูกไม่เคยเกเร มุ่งแต่เรียน ทำงานเพื่อเลี้ยงตัวเอง และส่งเสียตัวเองจนจบปริญญาตรี ไม่เคยรบกวนพ่อแม่” สุดท้ายแล้วกลุ่มขบวนการที่หลอกใช้ก็ไม่เคยหยิบยื่นความช่วยเหลือใดๆ นอกจากภาครัฐที่ยังคอยให้กำลังใจและให้การช่วยเหลือ
อันดับที่ 10 บทความเรื่อง กลุ่มได้ใจโจรใต้ กับพฤติกรรมเดิมที่ไม่เคยเปลี่ยน!!
เผยแพร่เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 60  ผู้เข้าชม 18,224  ครั้ง 
เขียนโดย Ruslan

ใครคือผู้ก่อเหตุ ใครคือผู้สนับสนุน ใครคือผู้บงการ กลุ่มปีกการเมืองของขบวนการอาชญากรชายแดนใต้เวาลเกิดสร้างความรุนแรงจากฝีมืออาชญากร ไม่ว่าจะระเบิด ยิง ฆ่าผู้บริสุทธิ์ กลุ่มพวกนี้ไม่เคยออกมาเรียกร้องประนามการกระทำที่สุดโต่ง ไม่เคยมีกลุ่ม หรือองค์กรหน้าไหนโผล่หน้าออกมาพูดกล่าวหาว่าโจรใต้ทำเกินกว่าเหตุประณามทำร้ายผู้บริสุทธิ์  แต่ตรงกันข้ามเวลาคนร้ายถูกจับกุมหรือปะทะถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญ ก็จะออกมาดิ้นช่วยเหลือคนร้ายพร้อมกัน และยังกล่าวหาเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุ 
        นี่คือ 10 เรื่องเด่นประจำปี 2560  ที่กองบรรณาธิการข่าวความจริงจากจังหวัดชายแดนใต้ได้สรุปมาให้ทุกท่านได้อ่านทบทวนอีกรอบ.. และในปีใหม่ที่จะถึงนี้ ขออวยพรให้คนไทยทุกคน จงมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง  มีแต่ความสุข คิดหวังสิ่งใดสมใจปราถนาทุกประการ  คณะทำงานกองบรรณาธิการ ขอขอบคุณแฟนคลับทุกท่านที่ยังคอยติดตามอยู่เสมอ เรายังคงจะทำหน้าที่ในการตีแผ่ความจริง เปิดโปงความชั่วของพวกทำลายประเทศชาติ ให้สังคมได้รับรู้ต่อไป....


-----------------------